เรื่องการเข้าถึงการรักษาบางโรคที่มีหลายปัจจัยที่ทำให้ผลการรณงค์ในการป้องกันและรักษาไม่ประสบผลสำเร็จ กามโรคและหนองในก็เป็นหนึ่งในนั้น เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในวงสนทนา ของเหล่านักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย แพทย์ เภสัชกร โรงพยาบาล ร้านขายยา เกี่ยวกับการเข้าถึงการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างหนองใน บางกลุ่มยืนยันให้ทุกภาคส่วนแนะนำให้ผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอย่างเดียว บางกลุ่มก็ให้ยากินและให้ความรู้ที่ถูกต้อง แต่เท่าที่ฟังหลายๆท่านพูด ฟังๆแล้ว ก็ถึงบางอ้อ...ท่านเหล่านั้นคงไม่เคยปฏิบัติงานกับสังคมหรือกับชุมชนจริง เพราะมันไม่เหมือทฤษฎี หรือมันไม่ได้อย่างที่เราต้องการทั้งหมด ปัจจุบัน ในระดับชนชั้นแรงงานระดับปฏิบัติ ยังคงมีเชื้อหนองในแฝงอยู่จำนวนไม่น้อย โดยที่บางคนยังไม่ได้รับการรักษาและแน่นอนเขาไม่ได้รับคำแนะนำ มีความจริงที่ต้องยอมรับกันก่อนที่จะไปวางแผนแก้ปัญหา
- เราไม่สามารถห้ามคนไข้ไปหาซื้อยากินเองได้ อันนี้อิทธพลจากคนรอบข้างที่บอกว่ากินยานั้น..ยานี้แล้วหาย และ รายได้/สถานะทางกินเงินมีผลมากต่อการตัดสินใจลองซื้อยากินเอง โดยคนกลุ่มนี้จะเดินเข้าไปซื้อยาตามชื่อที่เขาได้รับรู้มาหรือที่เขารู้จัก
- เราไม่สามารถบังคับคนไข้ไปพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลได้ หน้าที่การงาน/เวลา/รายได้ เป็นปัจจัยหลัก กลุ่มที่มีรายได้ต่ำ (แต่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด) จะไม่ยอมไปพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลจากเหตุผลเรื่องการขาดงาน ขาดเงิน และกลัวค่ารักษาพยาบาลแพง (ซึ่งแพทย์ก็คิดแพง) เมื่อเทียบกับรายได้ของเขา เป็นจุดที่ทำให้เขาตัดสินใจลองซื้อยารักษาตัวเองโดยที่ไม่รู้ว่าจริงๆควรจะใช้ยาอะไร
- มีแรงงานต่างชาติไม่น้อยในพื้นที่ ส่วนหนึ่งผิดกฏหมาย และมีการย้ายถิ่นที่อยู่บ่อยตามไซด์งาน คนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยที่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และแพร่กระจาย ไปเรื่อยๆ โดยที่คนกลุ่มนี้เข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ ที่แน่ๆ เขาไม่ได้ไปโรงพยาบาลแน่นอน รวมถึงมีปัญหาเรื่องการติดต่อสื่อสารด้วย การทำความเข้าใจยิ่งยากเข้าไปใหญ่
นี่เป็นเพียงความจริงประเด็นหลักๆ เท่านั้นที่มีอยู่จริง แล้วจะทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาได้
