
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อของการตลาดที่เน้นรูปลักษณ์และรสชาติที่ดึงดูดใจ"อยากให้สังคมตระหนักว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด แต่แฝงด้วย 'นิโคติน' ซึ่งเป็นสารเสพติดที่มีอำนาจเสพติดสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาสมองและระบบประสาทของวัยรุ่น ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงโรคร้ายแรง เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็งในระยะยาว" เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลกปีนี้ จึงขอเชิญชวนหัวหน้าครอบครัวและสถานศึกษา มาร่วมกันเป็นเกราะป้องกันให้บุตรหลาน เริ่มต้นจากการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ และเปิดใจรับฟังผู้ที่ต้องการเลิกสูบ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกัน
นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผอ.สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า การหยุดสูบทันทีอาจทำให้เกิดอาการถอนนิโคติน เช่น หงุดหงิด กระสับกระส่าย หรือเครียด จนทำให้กลับไปสูบซ้ำอีก แต่ด้วยกระบวนการบำบัดรักษาในปัจจุบันที่มีความยืดหยุ่นและได้มาตรฐานทางการแพทย์ ทั้งการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนการใช้ยาช่วยเลิกบุหรี่เพื่อลดความอยากและความทรมานจากอาการถอนยา จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเลิกบุหรี่ได้สำเร็จและปลอดภัยยิ่งขึ้น สบยช. จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่ตั้งใจจะ
ลด ละ เลิกสูบบุหรี่ เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว เข้ารับการตรวจเช็กสภาพร่างกายและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อวางแผนการรักษาร่วมกันทีละก้าว คืนปอดที่แข็งแรงและสิ่งแวดล้อมที่สะอาดให้กับสังคมไทย โดยหากประสบปัญหาเกี่ยวกับบุหรี่ สุรา ยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 หรือเข้ารับการบำบัดรักษาได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ รพ.ธัญญารักษ์เชียงใหม่ รพ.ธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน รพ.ธัญญารักษ์ขอนแก่น รพ.ธัญญารักษ์อุดรธานี รพ.ธัญญารักษ์สงขลา และ รพ.ธัญญารักษ์ปัตตานี หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th
