
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ประชาชนหลายๆ คนเลือกที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม หรือเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และคงไม่พลาดที่จะสังสรรค์กับเพื่อนหรือครอบครัว ซึ่งอาจจะมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างเดินทาง เพราะจะทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง อาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน สูญเสียทรัพย์สิน บาดเจ็บและอาจร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้การดื่มแล้วขับมีโทษตามกฎหมาย โดยจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พักการใช้ใบอนุญาตขับรถไม่ต่ำกว่า 6 เดือน แต่หากเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต จะมีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที
นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนออกเดินทางหรือในระหว่างเดินทางแต่ละครั้งควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และควรตรวจเช็คสภาพรถ และความพร้อมของร่างกายก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ในระหว่างขับขี่ควรตั้งสติและระมัดระวัง ไม่ประมาท มีน้ำใจบนท้องถนนให้กัน หากพักผ่อนไม่เพียงพอ รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่ควรออกเดินทาง หรือหยุดพักในจุดพักรถก่อนเริ่มออกเดินทางใหม่อีกครั้ง ครอบครัว เพื่อน หรือคนใกล้ชิดควรช่วยดูแลเอาใจใส่กันและกัน ก็จะสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย และยังช่วยกันลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับสุรา ยา และสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 หรือเข้ารับการบำบัดรักษาได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th
