คำถามจากคุณแม่ตั้งครรภ์ 2
-
- nongjubjub ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 16 พ.ย. 2012 12:59 pm
คำถามจากคุณแม่ตั้งครรภ์ 2

Q : มีความเครียดสูงมากในระยะนี้ และเจ็บท้องน้อยด้านซ้ายขณะเครียดด้วยค่ะ จะเป็นอันตรายอย่างไรบ้างกับเด็กคะ ?
A : การตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนร่างกายหลายอย่าง ถ้าสตรีตั้งครรภ์ไม่ทราบถึงการเปลี่ยนแปลง อาจทำให้เกิดความกังวลหรือความเครียดได้ง่าย นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับทารกในครรภ์ว่าจะสมบูรณ์ดีหรือไม่ ล้วนทำให้สตรีตั้งครรภ์เกิดความเครียดทั้งสิ้น สตรีตั้งครรภ์ที่เกิดความเครียด ไม่ทำให้เกิดความพิการต่อทารกในครรภ์ แต่มีรายงานว่าทำให้เกิดภาวะการคลอดก่อนกำหนด การเกิดภาวะทารกเติบโตช้าในครรภ์ และการให้กำเนิดทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ โดยความเครียดอาจทำให้สตรีตั้งครรภ์ขาดความเอาใจใส่ หรือขาดแรงจูงใจในการรับประทานอาหาร เพื่อบำรุงทารกในครรภ์ และการพักผ่อนที่น้อยลงเนื่องจากความเครียด อาการเครียดและอาการปวดท้องน้อยที่เกิดพร้อมกันอาจไม่สัมพันธ์กัน แต่ถ้าปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ด้านซ้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งของกระเพาะอาหารอาจเป็นการปวดจากโรคกระเพาะ เพราะความเครียดจะทำให้หลั่งกรดออกมาในกระเพาะอาหารมากกว่าปกติ ส่วนการตั้งครรภ์เองทำให้การปิดของกล้ามเนื้อหูรูดระหว่างหลอดอาหาร และกระเพาะอาหารปิดไม่สนิท เกิดการไหลย้อนกลับของกรด ก็จะมีอาการจุกแน่น เจ็บลิ้นปี่ได้ แต่ถ้าเจ็บท้องน้อยบริเวณหน้าขาหนีบทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นตำแหน่งของเอ็นยึดมดลูก เกิดจากการที่มดลูกขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เอ็นบริเวณนี้รับน้ำหนักมาก บอกถึงการทำกิจกรรมที่มากเกินไปในแต่ละวัน เช่น การเดิน ยืน นานๆ หรือการลุกที่ผิดท่า ทำให้เกิดอาการเจ็บบริเวณนี้ได้
Q : อายุครรภ์ได้กี่เดือนถึงจะมีน้ำนม ตอนนี้มีตุ่มขึ้นบริเวณรอบบีบออกมาแล้ว ลักษณะคล้ายสิวจะเป็นอะไรไหมคะ
A : การเปลี่ยนแปลงของเต้านมระหว่างการตั้งครรภ์ ขนาดของเต้านมจะใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการสร้างน้ำนม อิทธิพลจากฮอร์โมนการตั้งครรภ์ทำให้สีผิวบริเวณลานเต้านม (Areolar) เข้มขึ้นและมีลักษณะไม่เรียบเนื่องจากมีต่อมไขมัน อยู่มาก และถ้ามีการผลิตไขออกมามากเกินไป อาจทำให้เกิดการคั่ง ลักษณะเหมือนสิวที่เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันบริเวณใบหน้า ไม่ถือว่าผิดปกติ และไม่ควรบีบทิ้ง เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบ หรือการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ตรงบริเวณหัวนม (Nipple) อาจเห็นรูเปิดเล็กๆ 15-20 รู ซึ่งก็คือท่อน้ำนมนั่นเอง ปกติการสร้างน้ำนมจะเริ่มสร้างประมาณ 1-2 วัน หลังคลอด โดยปริมาณการสร้างจะมากขึ้นเมื่อลูกมาดูดกระตุ้น ทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตุ้นการสร้างน้ำนม (Prolactin) ออกมากระตุ้นการสร้างน้ำนม และยังหลั่งสาร Oxytocin ออกมาเพื่อช่วยในการบีบรัดตัวของมดลูก ป้องกันการตกเลือดหลังคลอด และการที่มดลูกหดตัวทำให้กลับเข้าอู่เร็วขึ้น มีบางรายที่เริ่มมีน้ำนม ตั้งแต่ต้นไตรมาสที่ 3แต่ไม่แนะนำให้บีบ หรือปั๊มกระตุ้น เพราะอาจทำให้มดลูกบีบตัว เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้
อ่านบทความนี้ เพิ่มเติมได้ที่ คำถามจากคุณแม่ตั้งครรภ์ 2
คำถามจากคุณแม่ตั้งครรภ์ 2
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (190 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (110 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (218 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (938 views)
- หมอหู คอ จมูก เด็ก แนะนำวิธีปฐมพยาบาลเมื่อลูกเลือดกำเดาไหล (160 views)
- มาทำความรู้จัก "โรคกาฬหลังแอ่น" เพื่อป้องกันลูกน้อย (1379 views)
- หมอเด็กแนะนำ เคล็ดลับพาเจ้าตัวเล็กเล่นน้ำคลายร้อน รับมือปิดเทอมและหน้าร้อน (6468 views)
- สร้างความตระหนักรู้ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก 26 มีนาคม Purple Day (1613 views)
