
นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวต่อว่า การพาเด็กเล่นน้ำในน้ำขัง นิ่ง อาจพบแบคทีเรียและโปรโตซัว เช่น เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงจากโปรโตซัว หรือเชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรง อาเจียน หรือการติดเชื้อในลำไส้ หากเด็กสำลักหรือกลืนน้ำเข้าไปเพียงเล็กน้อย หรือโรคตาแดงและหูอักเสบ น้ำที่ไม่สะอาดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและติดเชื้อที่ดวงตา หรือหากน้ำเข้าหูแล้วเช็ดไม่แห้งอาจเกิดหูชั้นนอกอักเสบได้ โรคฉี่หนู มักพบในแหล่งน้ำนิ่งที่อาจมีการปนเปื้อนของปัสสาวะสัตว์ เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุอ่อน อะมีบากินสมอง แม้จะพบได้น้อยมาก แต่เป็นเชื้อที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดที่นิ่งและอุ่น หากสำลักน้ำเข้าทางจมูก เชื้ออาจเดินทางสู่สมองและอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กทารก หรือเด็กเล็ก เพราะภูมิคุ้มกันต่ำ ที่สำคัญในหน้าร้อน สิ่งที่ต้องดูแลและระวังเป็นพิเศษเรื่องอุบัติเหตุการจมน้ำในเด็ก เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอม และอากาศร้อนจัดทำให้เด็กชวนกันไปเล่นน้ำตามแหล่งธรรมชาติหรือสระว่ายน้ำลำพัง ควรป้องกันโดยไม่ปล่อยเด็กอยู่ใกล้แหล่งน้ำตามลำพัง สอนว่ายน้ำ และสอนวิธีช่วยเหลือที่ถูกต้อง
พว.ศิริลักษณ์ ถาวรวัฒนะ รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล กล่าวเพิ่มเติม ในส่วนของเด็กเล็ก หรือทารกนั้น ในช่วงหน้าร้อนนี้ หากอยากพาลูก ๆ เล่นน้ำคลายร้อน แนะนำควรจัดเตรียมน้ำให้อยู่ในอุณหภูมิปกติ หรืออุณหภูมิที่เหมาะสมรู้สึกอุ่นสบาย ระดับน้ำที่ไม่ควรเกินกว่าระดับหน้าอกของเด็ก เมื่อจัดให้อยู่ในท่ายันตัว เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการจมน้ำหรือการสำลักน้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ ผู้ปกครองควรเริ่มจากการประคองศีรษะและลำคอด้วยแขนข้างหนึ่ง ในขณะที่มืออีกข้างทำหน้าที่รองรับลำตัวหรือจับบริเวณท้ายทอยและไหล่ด้านหลังไว้ ขั้นตอนการทำความสะอาดควรเริ่มจากเช็ดหน้าด้วยผ้านุ่มชุบน้ำอุ่นโดยไม่จำเป็นต้องใช้สบู่ เช็ดจากบริเวณดวงตาไปทางใบหูและบริเวณหน้าอกด้านข้าง ต่อด้วยการสระผมอย่างเบามือด้วยแชมพูเด็กชนิดอ่อนโยน โดยระมัดระวังเป็นพิเศษไม่ให้แชมพูเข้าตา จากนั้นจึงใช้ผ้านุ่มชุบน้ำล้างตัวและเน้นทำความสะอาดบริเวณพับผิวหนัง ซอกคอ และซอกข้อพับต่าง ๆ ให้แห้งสนิท ทั้งนี้ ระยะเวลาในการอาบน้ำควรใช้เวลาสั้นๆประมาณ 10-15 นาที และไม่ควรแช่ทารกในน้ำนานเกินไป
