ไข้สูงอย่าชะล่าใจ อาจไม่ใช่ไข้หวัด แต่เป็นไข้เลือดออก
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:14 pm
ไข้สูงอย่าชะล่าใจ อาจไม่ใช่ไข้หวัด แต่เป็นไข้เลือดออก
ในช่วงฤดูฝนของทุกปี มักพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกและมีน้ำขังตามภาชนะต่าง ๆ เอื้อต่อการแพร่พันธุ์ของยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคสำคัญ โรคไข้เลือดออกสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเสียชีวิตได้
โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรคโดยยุงลายจะกัดผู้ที่มีเชื้อไวรัส แล้วนำเชื้อไปแพร่สู่ผู้อื่นผ่านการกัด มีระยะฟักตัวประมาณ 5-7 วัน หลังได้รับเชื้อ
อาการสำคัญของโรคไข้เลือดออก ได้แก่ ไข้สูงติดต่อกัน 2-7 วัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตาปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ หน้าแดง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟัน ในบางรายอาจมีอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียนบ่อย ซึมลง มือเท้าเย็น หรือกระสับกระส่าย ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยอาจเข้าสู่ภาวะช็อก จำเป็นต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ และกินยาลดไข้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินและยากลุ่มต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่ สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน หรือไดโคลฟีแนค
การป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้ยุงลายเพาะพันธุ์และป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด สามารถทำได้ง่าย ๆ ตามหลัก “3 เก็บ ” ได้แก่
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ เริ่มที่ตัวเรา ครอบครัว และชุมชนร่วมมือกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างต่อเนื่อง และหากพบว่าตนเองหรือคนในครอบครัวมีไข้สูงร่วมกับอาการที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก ควรรีบเข้ารับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาล ไม่ซื้อยากินเอง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ข้อมูล : กรมควบคุมโรค กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

อาการสำคัญของโรคไข้เลือดออก ได้แก่ ไข้สูงติดต่อกัน 2-7 วัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตาปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ หน้าแดง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟัน ในบางรายอาจมีอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียนบ่อย ซึมลง มือเท้าเย็น หรือกระสับกระส่าย ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยอาจเข้าสู่ภาวะช็อก จำเป็นต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ และกินยาลดไข้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินและยากลุ่มต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่ สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน หรือไดโคลฟีแนค
การป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้ยุงลายเพาะพันธุ์และป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด สามารถทำได้ง่าย ๆ ตามหลัก “3 เก็บ ” ได้แก่
- เก็บบ้าน ให้สะอาด โปร่ง ไม่เป็นที่เกาะพักของยุง
- เก็บขยะ กำจัดภาชนะที่ไม่ใช้และอาจมีน้ำขัง
- เก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด และเปลี่ยนน้ำในแจกันหรือภาชนะรองน้ำเป็นประจำ
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ เริ่มที่ตัวเรา ครอบครัว และชุมชนร่วมมือกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างต่อเนื่อง และหากพบว่าตนเองหรือคนในครอบครัวมีไข้สูงร่วมกับอาการที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก ควรรีบเข้ารับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาล ไม่ซื้อยากินเอง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ข้อมูล : กรมควบคุมโรค กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ไข้สูงอย่าชะล่าใจ อาจไม่ใช่ไข้หวัด แต่เป็นไข้เลือดออก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- EV71 สายพันธุ์รุนแรง โรคมือ เท้า ปาก เสริมเกราะป้องกันให้ลูกหลานของเรา (33 views)
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (210 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (124 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (233 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (953 views)
- หมอหู คอ จมูก เด็ก แนะนำวิธีปฐมพยาบาลเมื่อลูกเลือดกำเดาไหล (171 views)
- มาทำความรู้จัก "โรคกาฬหลังแอ่น" เพื่อป้องกันลูกน้อย (1,385 views)
- หมอเด็กแนะนำ เคล็ดลับพาเจ้าตัวเล็กเล่นน้ำคลายร้อน รับมือปิดเทอมและหน้าร้อน (6,473 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
