กรมการแพทย์แผนไทยฯ เดินหน้าเชื่อม DTAM Next สู่ระบบ NSW ยกระดับการส่งออกสมุนไพรควบคุม สู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมการแพทย์แผนไทยฯ เดินหน้าเชื่อม DTAM Next สู่ระบบ NSW ยกระดับการส่งออกสมุนไพรควบคุม สู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล อย่างต่อเนื่อง เตรียมความพร้อมเชื่อมต่อระบบ DTAM Next กับระบบ National Single Window (NSW) ของกรมศุลกากร เพื่อรองรับการให้บริการแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ลดขั้นตอนการดำเนินงาน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ เดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เตรียมความพร้อมเชื่อมต่อระบบ DTAM Next กับระบบ National Single Window (NSW) ของกรมศุลกากร เพื่อรองรับการให้บริการแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นระบบกลางของประเทศสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ด้านการส่งออก
ปัจจุบันประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสมุนไพรควบคุมสะสมกว่า 2,566 ล้านบาท และมีปริมาณการส่งออกสะสมกว่า 201,658 กิโลกรัม สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดส่งออกสมุนไพรควบคุม
ทั้งนี้ เมื่อการเชื่อมโยงระบบแล้วเสร็จ ผู้ประกอบการจะสามารถยื่นคำขอแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ผ่านระบบ DTAM Next ได้อย่างครบวงจรในรูปแบบดิจิทัล จากเดิมที่ต้องจัดเตรียมเอกสารกระดาษและยื่นเอกสารด้วยตนเอง โดยข้อมูลจะถูกส่งต่อเข้าสู่ระบบ NSW ของกรมศุลกากรโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระด้านเอกสาร ลดขั้นตอนการดำเนินงาน เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล ป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร และสามารถติดตามสถานะการดำเนินงานได้สะดวกยิ่งขึ้น
ปัจจุบันกรมการแพทย์แผนไทยฯ มีการออกแบบ ภ.ท.32 เฉลี่ยประมาณ 100–200 ฉบับต่อเดือน การพัฒนาระบบดังกล่าวจึงคาดว่าจะช่วยลดการใช้เอกสารกระดาษได้มากกว่า 1,200–2,400 ฉบับต่อปี พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางของผู้ประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการอนุญาต โดยลดระยะเวลาการดำเนินการจากเดิมประมาณ 5–7 วันทำการ ซึ่งรวมขั้นตอนการจัดส่งและรับเอกสารในรูปแบบกระดาษ เหลือเพียง 1–2 วันทำการในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการส่งออกและบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ การเชื่อมโยงระบบ DTAM Next กับระบบ NSW ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัล ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน ยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อรองรับกระบวนการอนุญาตและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ เดินหน้ายกระดับการให้บริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เตรียมความพร้อมเชื่อมต่อระบบ DTAM Next กับระบบ National Single Window (NSW) ของกรมศุลกากร เพื่อรองรับการให้บริการแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นระบบกลางของประเทศสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ด้านการส่งออก
ปัจจุบันประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสมุนไพรควบคุมสะสมกว่า 2,566 ล้านบาท และมีปริมาณการส่งออกสะสมกว่า 201,658 กิโลกรัม สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดส่งออกสมุนไพรควบคุม
ทั้งนี้ เมื่อการเชื่อมโยงระบบแล้วเสร็จ ผู้ประกอบการจะสามารถยื่นคำขอแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง (กัญชา) หรือแบบ ภ.ท.32 ผ่านระบบ DTAM Next ได้อย่างครบวงจรในรูปแบบดิจิทัล จากเดิมที่ต้องจัดเตรียมเอกสารกระดาษและยื่นเอกสารด้วยตนเอง โดยข้อมูลจะถูกส่งต่อเข้าสู่ระบบ NSW ของกรมศุลกากรโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระด้านเอกสาร ลดขั้นตอนการดำเนินงาน เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล ป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร และสามารถติดตามสถานะการดำเนินงานได้สะดวกยิ่งขึ้น
ปัจจุบันกรมการแพทย์แผนไทยฯ มีการออกแบบ ภ.ท.32 เฉลี่ยประมาณ 100–200 ฉบับต่อเดือน การพัฒนาระบบดังกล่าวจึงคาดว่าจะช่วยลดการใช้เอกสารกระดาษได้มากกว่า 1,200–2,400 ฉบับต่อปี พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางของผู้ประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการอนุญาต โดยลดระยะเวลาการดำเนินการจากเดิมประมาณ 5–7 วันทำการ ซึ่งรวมขั้นตอนการจัดส่งและรับเอกสารในรูปแบบกระดาษ เหลือเพียง 1–2 วันทำการในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการส่งออกและบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ การเชื่อมโยงระบบ DTAM Next กับระบบ NSW ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัล ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน ยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อรองรับกระบวนการอนุญาตและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว
กรมการแพทย์แผนไทยฯ เดินหน้าเชื่อม DTAM Next สู่ระบบ NSW ยกระดับการส่งออกสมุนไพรควบคุม สู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- เปิดตัว One-Stop Service “Test and Treat” ตรวจเร็ว รู้ผลเร็ว รักษาเร็ว จบในจุดเดียว เข้าถึงบริการไวรัสตับอักเสบซี (14 views)
- อย. จัดเวทีชี้แจงแนวทางการกล่าวอ้างโปรตีนบนฉลาก สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความเป็นธรรมทางการค้า (9 views)
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ คว้ามาตรฐานศูนย์เต้านม ระดับ "Comprehensive Breast Center" แห่งแรกของประเทศไทย (5 views)
- อย. ลดภาระผู้ประกอบการผลิตยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ออกมาตรการช่วยเหลือรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง–น้ำท่วมหาดใหญ่ (3 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับใหม่ ถึง 1 ก.ค. ก่อนเสนอ ครม. (5 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ออกแนวทางคำสั่งทางปกครอง เพิ่มโทษร้านกัญชา ฝ่าฝืนประกาศกระทรวง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 (7 views)
- ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย (59 views)
- กรมวิทย์ห่วงวิกฤติ “เชื้อดื้อยา” ทำคนป่วยเสี่ยงไม่มียารักษา ชู One Health เชื่อมทุกภาคส่วนเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา (13 views)
