อย. ออกประกาศให้ “เกลือผสมไนไทรต์” เติมสีชมพู และแสดงคำเตือน ช่วยแยกจากเกลือทั่วไป ลดความเสี่ยงหยิบใช้ผิด
- Health News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:50 am
อย. ออกประกาศให้ “เกลือผสมไนไทรต์” เติมสีชมพู และแสดงคำเตือน ช่วยแยกจากเกลือทั่วไป ลดความเสี่ยงหยิบใช้ผิด
อย. เดินหน้าประกาศใช้มาตรการให้เกลือผสมไนไทรต์มีสีชมพูและแสดงคำเตือนบนฉลากทันที เพื่อแยกจากเกลือบริโภคทั่วไปและลดความเสี่ยงจากการหยิบใช้ผิดประเภทหรือใช้เกินปริมาณที่แนะนำ หลังหารือร่วมกับผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร ซึ่งพร้อมให้ความร่วมมือและสามารถดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวได้ พร้อมเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อยกระดับมาตรการดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับตามกฎหมายต่อไป

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการติดตามปัญหาการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์ไม่ถูกต้องในร้านค้าหรือสถานที่ปรุงอาหารบางแห่ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินมาตรการควบคู่กันทั้งต้นทางและปลายทาง โดยมีการประชุมร่วมกับ 5 สมาคมร้านอาหาร-ภัตตาคาร และผู้ผลิต-ผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เหมาะสมเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้จัดหลักสูตรอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปรุงอาหาร และปรับปรุงกฎหมายกำหนดให้เกลือผสมไนไทรต์ที่จำหน่ายแก่ผู้ปรุงอาหารหรือผู้บริโภคมีสีบ่งชี้และข้อความคำเตือนที่ชัดเจน
เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันที อย. จึงออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหารโดยสมัครใจ เติมสีผสมอาหาร คาร์มีน (Carmine; INS 120) ในปริมาณ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือร้อยละ 0.0025 เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสีชมพู สามารถสังเกตและแยกจากเกลือบริโภคทั่วไปได้อย่างชัดเจน พร้อมเพิ่มข้อความคำเตือนบนฉลากว่า “ระวัง ให้ใช้ตามปริมาณที่แนะนำที่ฉลาก หากใช้เกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดอันตรายได้” หรือข้อความที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน โดยใช้ตัวอักษรเส้นทึบสีแดง ความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนก่อนนำไปใช้
สำหรับเหตุผลที่เลือก “สีชมพู” เนื่องจากผลิตภัณฑ์เกลือผสมไนไทรต์มีลักษณะเป็นผงหรือผลึกสีขาวใกล้เคียงกับเกลือบริโภคทั่วไป การเติมสีชมพูนอกจากช่วยให้แตกต่างจากเกลือบริโภคทั่วไปแล้ว ยังสอดคล้องกับลักษณะการใช้ไนไทรต์ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เนื่องจากไนไทรต์ทำหน้าที่ทั้งช่วยยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย และเป็นสารช่วยตรึงสีในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ให้เกิดสีแดงอมชมพู การเลือกสีบ่งชี้ในโทนแดงจึงเหมาะสมกับการนำไปใช้และช่วยลดโอกาสที่สีของอาหารจะผิดเพี้ยนจากการใช้สีอื่น ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับหลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยในต่างประเทศที่มีคำแนะนำให้ทำเกลือชนิดดังกล่าวมีสีชมพู เพื่อป้องกันการหยิบใช้สับสนกับเกลือหรือเครื่องปรุงทั่วไป
มาตรการขอความร่วมมือนี้เป็นมาตรการระยะเร่งด่วน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้เกิดขึ้นก่อนที่ข้อกำหนดตามกฎหมายจะมีผลใช้บังคับ ขณะเดียวกัน อย. อยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขและประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเรื่องสีบ่งชี้และข้อความคำเตือนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป ควบคู่กับการสร้างความรู้แก่ผู้ปรุงอาหารและผู้จำหน่ายอาหาร เพื่อให้การใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการติดตามปัญหาการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์ไม่ถูกต้องในร้านค้าหรือสถานที่ปรุงอาหารบางแห่ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินมาตรการควบคู่กันทั้งต้นทางและปลายทาง โดยมีการประชุมร่วมกับ 5 สมาคมร้านอาหาร-ภัตตาคาร และผู้ผลิต-ผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เหมาะสมเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้จัดหลักสูตรอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปรุงอาหาร และปรับปรุงกฎหมายกำหนดให้เกลือผสมไนไทรต์ที่จำหน่ายแก่ผู้ปรุงอาหารหรือผู้บริโภคมีสีบ่งชี้และข้อความคำเตือนที่ชัดเจน
เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันที อย. จึงออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหารโดยสมัครใจ เติมสีผสมอาหาร คาร์มีน (Carmine; INS 120) ในปริมาณ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือร้อยละ 0.0025 เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสีชมพู สามารถสังเกตและแยกจากเกลือบริโภคทั่วไปได้อย่างชัดเจน พร้อมเพิ่มข้อความคำเตือนบนฉลากว่า “ระวัง ให้ใช้ตามปริมาณที่แนะนำที่ฉลาก หากใช้เกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดอันตรายได้” หรือข้อความที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน โดยใช้ตัวอักษรเส้นทึบสีแดง ความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนก่อนนำไปใช้
สำหรับเหตุผลที่เลือก “สีชมพู” เนื่องจากผลิตภัณฑ์เกลือผสมไนไทรต์มีลักษณะเป็นผงหรือผลึกสีขาวใกล้เคียงกับเกลือบริโภคทั่วไป การเติมสีชมพูนอกจากช่วยให้แตกต่างจากเกลือบริโภคทั่วไปแล้ว ยังสอดคล้องกับลักษณะการใช้ไนไทรต์ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เนื่องจากไนไทรต์ทำหน้าที่ทั้งช่วยยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย และเป็นสารช่วยตรึงสีในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ให้เกิดสีแดงอมชมพู การเลือกสีบ่งชี้ในโทนแดงจึงเหมาะสมกับการนำไปใช้และช่วยลดโอกาสที่สีของอาหารจะผิดเพี้ยนจากการใช้สีอื่น ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับหลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยในต่างประเทศที่มีคำแนะนำให้ทำเกลือชนิดดังกล่าวมีสีชมพู เพื่อป้องกันการหยิบใช้สับสนกับเกลือหรือเครื่องปรุงทั่วไป
มาตรการขอความร่วมมือนี้เป็นมาตรการระยะเร่งด่วน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้เกิดขึ้นก่อนที่ข้อกำหนดตามกฎหมายจะมีผลใช้บังคับ ขณะเดียวกัน อย. อยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขและประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเรื่องสีบ่งชี้และข้อความคำเตือนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป ควบคู่กับการสร้างความรู้แก่ผู้ปรุงอาหารและผู้จำหน่ายอาหาร เพื่อให้การใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย
อย. ออกประกาศให้ “เกลือผสมไนไทรต์” เติมสีชมพู และแสดงคำเตือน ช่วยแยกจากเกลือทั่วไป ลดความเสี่ยงหยิบใช้ผิด
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- ราชวิถี ก้าวสู่การรักษา OSA ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 สำเร็จรายแรกของโรงพยาบาลราชวิถี (73 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 แนวทางแพทย์แผนจีน ผสานแผนปัจจุบันสู้ภัยอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ รับวันอัลไซเมอร์โลก (81 views)
- สธ. เปิดใช้ระบบ “PHR Emergency” รับสถานการณ์น้ำท่วม ใน 22 จังหวัด และพื้นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประวัติสุขภาพ (69 views)
- รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมชูศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา (135 views)
- นวัตกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อการผลิตกายอุปกรณ์เสริมเฉพาะรายบุคคล ในผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (119 views)
- ปลัด สธ. หารือร่วม 6 ราชวิทยาลัยฯ ปรับหลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน เน้นตอบโจทย์หน้างานจริง (118 views)
- อย. ยัน น้ำดื่มขวด PET ปลอดภัย ไร้สารก่อมะเร็ง BPA เป็นส่วนผสม (116 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู "ตรีผลา" สุดยอดสมุนไพรปรับธาตุ งานวิจัยระดับสากลยืนยันช่วยคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด (115 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
