กรมควบคุมโรคย้ำผู้ป่วยวัณโรคต้องรับยาต่อเนื่อง ป้องกันการดื้อยาและการเสียชีวิต
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมควบคุมโรคย้ำผู้ป่วยวัณโรคต้องรับยาต่อเนื่อง ป้องกันการดื้อยาและการเสียชีวิต
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนสถานการณ์วัณโรคในประเทศไทยยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ห้ามขาดยา หรือหยุดยาเอง เพราะอาจทำให้เกิดการดื้อยาของเชื้อ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้
12 พฤษภาคม 2569-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า วัณโรคยังคงระบาดและยังเป็นปัญหาในระบบสาธารณสุขในประเทศไทย จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2568 ประมาณการว่ามีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 300 กว่ารายต่อวัน และมีการเสียชีวิตเนื่องจากวัณโรคกว่า 30 รายต่อวัน และประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรไทย ติดเชื้อวัณโรคแล้ว แต่จะมีแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ป่วยเป็นวัณโรค อันเนื่องมาจากภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ลดลงจากโรคประจำตัว หรือเป็นผู้สูงอายุ
วัณโรคเป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ติดต่อจากการไอ จาม ไม่ปิดปากปิดจมูก อาการสำคัญของผู้ป่วยวัณโรคที่เห็นได้ชัด คือ ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ไอเป็นเลือด และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ น้ำหนักลด มีเหงื่อออกผิดปกติในเวลากลางคืน เจ็บหน้าอก เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย
สำหรับผู้ที่มีอาการไอเป็นเลือดในผู้ป่วยวัณโรค เกิดจากไออย่างรุนแรงทำให้เส้นเลือดที่ผ่านไปยังเนื้อปอดส่วนที่ถูกทำลาย มีการฉีกขาดของเส้นเลือดฝอยหรือเส้นเลือดที่โป่งพอง ทำให้เลือดไหลออกในปอดปริมาณมาก ร่างกายของผู้ป่วยจึงขับออกมาโดยการไอเป็นเลือด ภาวะเช่นนี้อาจเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดแดงปอด เสี่ยงต่อภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าว อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ระคายเคืองจากควันบุหรี่ มลพิษทางอากาศ ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หลอดเลือดฝอยในทางเดินหายใจแตก หรือการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณหน้าอก ฯลฯ หรืออาจเกิดจากโรคมะเร็งปอด หัวใจล้มเหลว ความผิดปกติของปอด หอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง จึงควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และรักษาอย่างถูกต้องแม่นยำ
ผู้ป่วยวัณโรคจำเป็นต้องกินยาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 - 9 เดือน และต้องไปพบแพทย์ตามนัดอย่างเคร่งครัด ห้ามขาดยา หรือหยุดยาเอง เพราะอาจทำให้เกิดการดื้อยาของเชื้อ และที่สำคัญคือการเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้
สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อและป่วยเป็นวัณโรคมากกว่าประชากรทั่วไป ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคร่วม ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ต้องขังหรือผู้อาศัยในสถานคุ้มครอง และคนพิการ ผู้ใช้สารเสพติด ผู้ติดสุราเรื้อรัง บุคลากรสาธารณสุข กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้สัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วยวัณโรคและกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรค มีโอกาสที่จะติดเชื้อวัณโรคได้ หากสงสัยว่าตนเองสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค (เช่นกรณีอาศัยร่วมบ้านเดียวกัน หรือผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยนาน 6 - 8 ชั่วโมงต่อวัน/120 ชั่วโมงต่อเดือน) ควรรีบไปตรวจหาการป่วยเป็นวัณโรคโดยเร็ว ด้วยการเอกซเรย์ปอดและการตรวจเสมหะ ณ โรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาตามมาตรฐาน
ทั้งนี้ ยังคงเป็นภัยใกล้ตัวที่ป้องกันและรักษาได้ หากตรวจพบเร็วและกินยาครบตามแพทย์สั่ง การขาดยา ไม่เพียงทำให้เชื้อดื้อยา แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิต ประชาชนควรสังเกตอาการผิดปกติ รีบตรวจเมื่อมีความเสี่ยง และร่วมกันลดการตีตราผู้ป่วย เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างยั่งยืน ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองวัณโรค โทร. 0 2211 2224 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
12 พฤษภาคม 2569-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า วัณโรคยังคงระบาดและยังเป็นปัญหาในระบบสาธารณสุขในประเทศไทย จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2568 ประมาณการว่ามีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 300 กว่ารายต่อวัน และมีการเสียชีวิตเนื่องจากวัณโรคกว่า 30 รายต่อวัน และประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรไทย ติดเชื้อวัณโรคแล้ว แต่จะมีแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ป่วยเป็นวัณโรค อันเนื่องมาจากภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ลดลงจากโรคประจำตัว หรือเป็นผู้สูงอายุ
วัณโรคเป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ติดต่อจากการไอ จาม ไม่ปิดปากปิดจมูก อาการสำคัญของผู้ป่วยวัณโรคที่เห็นได้ชัด คือ ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ไอเป็นเลือด และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ น้ำหนักลด มีเหงื่อออกผิดปกติในเวลากลางคืน เจ็บหน้าอก เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย
สำหรับผู้ที่มีอาการไอเป็นเลือดในผู้ป่วยวัณโรค เกิดจากไออย่างรุนแรงทำให้เส้นเลือดที่ผ่านไปยังเนื้อปอดส่วนที่ถูกทำลาย มีการฉีกขาดของเส้นเลือดฝอยหรือเส้นเลือดที่โป่งพอง ทำให้เลือดไหลออกในปอดปริมาณมาก ร่างกายของผู้ป่วยจึงขับออกมาโดยการไอเป็นเลือด ภาวะเช่นนี้อาจเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดแดงปอด เสี่ยงต่อภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าว อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ระคายเคืองจากควันบุหรี่ มลพิษทางอากาศ ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หลอดเลือดฝอยในทางเดินหายใจแตก หรือการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณหน้าอก ฯลฯ หรืออาจเกิดจากโรคมะเร็งปอด หัวใจล้มเหลว ความผิดปกติของปอด หอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง จึงควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และรักษาอย่างถูกต้องแม่นยำ
ผู้ป่วยวัณโรคจำเป็นต้องกินยาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 - 9 เดือน และต้องไปพบแพทย์ตามนัดอย่างเคร่งครัด ห้ามขาดยา หรือหยุดยาเอง เพราะอาจทำให้เกิดการดื้อยาของเชื้อ และที่สำคัญคือการเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้
สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อและป่วยเป็นวัณโรคมากกว่าประชากรทั่วไป ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคร่วม ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ต้องขังหรือผู้อาศัยในสถานคุ้มครอง และคนพิการ ผู้ใช้สารเสพติด ผู้ติดสุราเรื้อรัง บุคลากรสาธารณสุข กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้สัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วยวัณโรคและกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรค มีโอกาสที่จะติดเชื้อวัณโรคได้ หากสงสัยว่าตนเองสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค (เช่นกรณีอาศัยร่วมบ้านเดียวกัน หรือผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยนาน 6 - 8 ชั่วโมงต่อวัน/120 ชั่วโมงต่อเดือน) ควรรีบไปตรวจหาการป่วยเป็นวัณโรคโดยเร็ว ด้วยการเอกซเรย์ปอดและการตรวจเสมหะ ณ โรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาตามมาตรฐาน
ทั้งนี้ ยังคงเป็นภัยใกล้ตัวที่ป้องกันและรักษาได้ หากตรวจพบเร็วและกินยาครบตามแพทย์สั่ง การขาดยา ไม่เพียงทำให้เชื้อดื้อยา แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิต ประชาชนควรสังเกตอาการผิดปกติ รีบตรวจเมื่อมีความเสี่ยง และร่วมกันลดการตีตราผู้ป่วย เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างยั่งยืน ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองวัณโรค โทร. 0 2211 2224 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
กรมควบคุมโรคย้ำผู้ป่วยวัณโรคต้องรับยาต่อเนื่อง ป้องกันการดื้อยาและการเสียชีวิต
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- เปิดตัว One-Stop Service “Test and Treat” ตรวจเร็ว รู้ผลเร็ว รักษาเร็ว จบในจุดเดียว เข้าถึงบริการไวรัสตับอักเสบซี (14 views)
- อย. จัดเวทีชี้แจงแนวทางการกล่าวอ้างโปรตีนบนฉลาก สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคและความเป็นธรรมทางการค้า (9 views)
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ คว้ามาตรฐานศูนย์เต้านม ระดับ "Comprehensive Breast Center" แห่งแรกของประเทศไทย (5 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ เดินหน้าเชื่อม DTAM Next สู่ระบบ NSW ยกระดับการส่งออกสมุนไพรควบคุม สู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ (8 views)
- อย. ลดภาระผู้ประกอบการผลิตยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ออกมาตรการช่วยเหลือรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง–น้ำท่วมหาดใหญ่ (4 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับใหม่ ถึง 1 ก.ค. ก่อนเสนอ ครม. (5 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ออกแนวทางคำสั่งทางปกครอง เพิ่มโทษร้านกัญชา ฝ่าฝืนประกาศกระทรวง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 (7 views)
- ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย (59 views)
