สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหัตถการ Balloon Pulmonary Angioplasty (BPA) หรือการขยายหลอดเลือดปอดด้วยบอลลูนผ่านสายสวนเป็นครั้งแรกของสถาบัน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสในการรักษาแก่ผู้ป่วย “โรคความดันเลือดในปอดสูงจากลิ่มเลือดอุดกั้นเรื้อรัง” (CTEPH)

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคความดันเลือดในปอดสูงจากลิ่มเลือดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Thromboembolic Pulmonary Hypertension หรือ CTEPH) เป็นภาวะความดันโลหิตสูงในปอดชนิดพิเศษที่เกิดจากการอุดตันเรื้อรังของหลอดเลือดในปอด ผู้ป่วยมักมีอาการ เหนื่อยง่ายขณะออกแรง หรือสมรรถภาพในการออกกำลังกายลดลง อ่อนเพลีย ไอรุนแรง หรือบางครั้งไอเป็นเลือด แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หรือเป็นลมหมดสติ มีอาการบวมที่เท้า ข้อเท้า หรือท้อง ในระยะที่เริ่มมีภาวะหัวใจล้มเหลว รวมทั้งมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก
พญ.จุฑาทิพย์ ณ วิทยานันท์ นายแพทย์ชำนาญการ และ นพ.พีรธัช โรจนพันธุ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า การรักษาผู้ป่วยโรคความดันเลือดในปอดสูงจากลิ่มเลือดอุดกันเรื้อรัง (Chronic thromboembolism pulmonary hypertension) การรักษาหลัก คือ การผ่าตัดเพื่อลอกลิ่มเลือด(Pulmonary thrombo endarterectomy,PTE) ซึ่งสามารถทำได้ในผู้ป่วยแค่บางรายที่มีลิ่มเลือดอยู่ในเส้นเลือดแดงหลัก (Main pulmonary artery หรือ lobar artery) เท่านั้น ซึ่งมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือผ่าตัดแล้วยังมีรอยโรคหลงเหลืออยู่ นอกจากนั้นยาลดความดันในปอดยังมีราคาที่สูง ทำให้ผู้ป่วยส่วนมากได้รับเพียงยาละลายลิ่มเลือด และยังมีอาการเหนื่อยง่าย ส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยเอง
ปัจจุบันสถาบันโรคทรวงอกได้นำนวัตกรรมใหม่เพื่อรักษาผู้ป่วย CTEPH ด้วยหัตถการ Balloon Pulmonary Angioplasty (BPA) หรือ การทำหัตถการขยายเส้นเลือดแดงในปอดด้วยบอลลูนผ่านสายสวน ในการทำ BPA เป็นการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดเพื่อลอกลิ่มเลือด (PTE) ไม่ได้ หรือในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด PTE แล้วยังมีรอยโรคหลงเหลือ นวัตกรรมนี้จะช่วยลดความดันเลือดในปอด และลดอาการเหนื่อยของผู้ป่วยนอกเหนือจากการรักษาด้วยยา ซึ่งหัตถการ Balloon Pulmonary Angioplasty (BPA) แพทย์จะใช้เทคนิคการสอดสายสวนขนาดเล็กเพื่อเข้าไปขยายจุดที่ตีบตันในปอดโดยตรง ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดความดันในปอด และบรรเทาอาการเหนื่อยหอบได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดทรวงอก ทำให้ลดความเสี่ยงและระยะเวลาพักฟื้น
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา สถาบันโรคทรวงอกประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยไปแล้ว 3 ราย โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน และมีแผนที่จะขยายผลการรักษาให้ครอบคลุมผู้ป่วยอย่างน้อย 10 ราย ภายในปีนี้ ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งอายุรแพทย์หัวใจและปอดที่ช่วยดูแลเรื่องการปรับยา ทีมพยาบาล นักกายภาพบำบัดที่ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพปอด และทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่พร้อมสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงหากเกิดกรณีฉุกเฉิน โดยผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบในทุกขั้นตอน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการรักษา
