แนะ “วิธีป้องกันตนเอง” จากควันพิษเหตุเพลิงไหม้โรงงานจัดการของเสียอันตราย เตือนเสี่ยงก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แนะ “วิธีป้องกันตนเอง” จากควันพิษเหตุเพลิงไหม้โรงงานจัดการของเสียอันตราย เตือนเสี่ยงก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์
กรมการแพทย์แนะ “วิธีป้องกันตนเอง” จากควันพิษเหตุเพลิงไหม้โรงงานจัดการของเสียอันตรายแห่งหนึ่ง เตือนเสี่ยงก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ ย้ำเลี่ยงพื้นที่–อยู่เหนือลม–ปฏิบัติตามคำสั่งอพยพ
นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ส่งผลให้เกิดควันไฟจำนวนมาก ประกอบกับทิศทางลมพัดเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ทำให้มีความเสี่ยงที่ก๊าซพิษจะกระจายเข้าสู่บริเวณโดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายลม เหตุเพลิงไหม้ในสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดของเสีย อาจก่อให้เกิดก๊าซพิษหลายชนิด โดยเฉพาะ “ไฮโดรเจนไซยาไนด์” ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของวัสดุ เช่น พลาสติก โฟม และสารเคมีต่าง ๆ หากสูดดมเข้าสู่ร่างกาย อาจส่งผลกระทบต่อระบบหายใจและระบบประสาท โดยอาการที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และหายใจลำบาก ในกรณีรุนแรงอาจมีอาการชัก หมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้น
ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณท้ายลม และปฏิบัติตามประกาศของทางราชการอย่างเคร่งครัด หากมีคำสั่งอพยพต้องออกจากพื้นที่ทันที และไม่ควรกลับเข้าพื้นที่จนกว่าจะมีประกาศยุติ พร้อมย้ำว่า หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันก๊าซพิษดังกล่าวได้
นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผอ.รพ.นพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันตนเองจากควันพิษเป็นสิ่งสำคัญ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวให้รีบออกจากพื้นที่โดยเร็ว และเลือกอยู่ในตำแหน่งเหนือลมเพื่อลดการรับควันพิษ รวมทั้งปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อลดการเข้าสู่ของควัน พร้อมเน้นย้ำว่า หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันก๊าซไซยาไนด์ได้
นอกจากนี้ หากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก คลื่นไส้อาเจียนมาก ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และในกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น ชักหรือหมดสติ ขอให้รีบโทรสายด่วน 1669 พร้อมแจ้งประวัติความเสี่ยงจากการสูดดมควันพิษ เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีมียาต้านพิษไซยาไนด์ ที่เพียงพอและพร้อมใช้งาน
ทั้งนี้ รพ.นพรัตนราชธานี มีศูนย์พิษวิทยา ให้บริการคำปรึกษาด้านพิษจากยาและสารเคมีแก่บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชน และสถานประกอบการ สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 0 2548 1000 ต่อ 5713 หรือผ่าน Facebook: ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี

ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณท้ายลม และปฏิบัติตามประกาศของทางราชการอย่างเคร่งครัด หากมีคำสั่งอพยพต้องออกจากพื้นที่ทันที และไม่ควรกลับเข้าพื้นที่จนกว่าจะมีประกาศยุติ พร้อมย้ำว่า หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันก๊าซพิษดังกล่าวได้
นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผอ.รพ.นพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันตนเองจากควันพิษเป็นสิ่งสำคัญ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวให้รีบออกจากพื้นที่โดยเร็ว และเลือกอยู่ในตำแหน่งเหนือลมเพื่อลดการรับควันพิษ รวมทั้งปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อลดการเข้าสู่ของควัน พร้อมเน้นย้ำว่า หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันก๊าซไซยาไนด์ได้
นอกจากนี้ หากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก คลื่นไส้อาเจียนมาก ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และในกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น ชักหรือหมดสติ ขอให้รีบโทรสายด่วน 1669 พร้อมแจ้งประวัติความเสี่ยงจากการสูดดมควันพิษ เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีมียาต้านพิษไซยาไนด์ ที่เพียงพอและพร้อมใช้งาน
ทั้งนี้ รพ.นพรัตนราชธานี มีศูนย์พิษวิทยา ให้บริการคำปรึกษาด้านพิษจากยาและสารเคมีแก่บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชน และสถานประกอบการ สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 0 2548 1000 ต่อ 5713 หรือผ่าน Facebook: ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
แนะ “วิธีป้องกันตนเอง” จากควันพิษเหตุเพลิงไหม้โรงงานจัดการของเสียอันตราย เตือนเสี่ยงก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- ราชวิถี ก้าวสู่การรักษา OSA ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 สำเร็จรายแรกของโรงพยาบาลราชวิถี (73 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 แนวทางแพทย์แผนจีน ผสานแผนปัจจุบันสู้ภัยอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ รับวันอัลไซเมอร์โลก (81 views)
- สธ. เปิดใช้ระบบ “PHR Emergency” รับสถานการณ์น้ำท่วม ใน 22 จังหวัด และพื้นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประวัติสุขภาพ (69 views)
- รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมชูศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา (134 views)
- นวัตกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อการผลิตกายอุปกรณ์เสริมเฉพาะรายบุคคล ในผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (118 views)
- ปลัด สธ. หารือร่วม 6 ราชวิทยาลัยฯ ปรับหลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน เน้นตอบโจทย์หน้างานจริง (118 views)
- อย. ยัน น้ำดื่มขวด PET ปลอดภัย ไร้สารก่อมะเร็ง BPA เป็นส่วนผสม (116 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู "ตรีผลา" สุดยอดสมุนไพรปรับธาตุ งานวิจัยระดับสากลยืนยันช่วยคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด (115 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
