
ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณท้ายลม และปฏิบัติตามประกาศของทางราชการอย่างเคร่งครัด หากมีคำสั่งอพยพต้องออกจากพื้นที่ทันที และไม่ควรกลับเข้าพื้นที่จนกว่าจะมีประกาศยุติ พร้อมย้ำว่า หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันก๊าซพิษดังกล่าวได้
นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผอ.รพ.นพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันตนเองจากควันพิษเป็นสิ่งสำคัญ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวให้รีบออกจากพื้นที่โดยเร็ว และเลือกอยู่ในตำแหน่งเหนือลมเพื่อลดการรับควันพิษ รวมทั้งปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อลดการเข้าสู่ของควัน พร้อมเน้นย้ำว่า หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันก๊าซไซยาไนด์ได้
นอกจากนี้ หากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก คลื่นไส้อาเจียนมาก ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และในกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น ชักหรือหมดสติ ขอให้รีบโทรสายด่วน 1669 พร้อมแจ้งประวัติความเสี่ยงจากการสูดดมควันพิษ เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีมียาต้านพิษไซยาไนด์ ที่เพียงพอและพร้อมใช้งาน
ทั้งนี้ รพ.นพรัตนราชธานี มีศูนย์พิษวิทยา ให้บริการคำปรึกษาด้านพิษจากยาและสารเคมีแก่บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชน และสถานประกอบการ สามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 0 2548 1000 ต่อ 5713 หรือผ่าน Facebook: ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
