
ที่ผ่านมา การขนส่งยา เลือด หรือเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่เกาะต้องอาศัยเรือข้ามฟาก ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง และอาจได้รับผลกระทบจากสภาพคลื่นลม โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉินที่ทุกนาทีมีความหมายต่อชีวิตผู้ป่วย การนำ Medical Drone มาใช้จึงเปรียบเสมือนการสร้าง “ทางด่วนทางอากาศ” สำหรับระบบบริการสุขภาพ ช่วยให้การขนส่งเวชภัณฑ์สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วมากขึ้น
ทั้งนี้ กรมการแพทย์มีแผนผลักดันโครงการดังกล่าวเข้าสู่ระบบบริการจริง โดยจะดำเนินการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานสำหรับการขนส่งยาด้วยโดรนให้เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดเส้นทางบินเฉพาะด้านการแพทย์ และผลักดันให้บริการขนส่งยาด้วยโดรนสามารถอยู่ในระบบสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถนำไปใช้ได้อย่างยั่งยืน โดยในระยะต่อไป โครงการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์จะขยายพื้นที่ทดสอบไปยังกลุ่มเกาะทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย พร้อมทั้งพัฒนาระบบเชื่อมต่อกับระบบ Telemedicine ของโรงพยาบาลต้นทางและปลายทาง รวมถึงการจัดส่งยาถึงบ้านผู้ป่วย ตลอดจนพัฒนาระบบควบคุมอุณหภูมิสำหรับการขนส่งยาและเลือด และระบบติดตามสถานะการจัดส่งผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ
เป้าหมายของกรมการแพทย์ไม่ใช่เพียงการแสดงให้เห็นว่ามีเทคโนโลยีโดรน แต่คือการทำให้มั่นใจว่า ไม่ว่าผู้ป่วยจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย การรักษาจะสามารถไปถึงได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีในปัจจุบันจะทำได้
