
นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การทำบุญตักบาตรในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เป็นประเพณีที่ดีที่ทำต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว จึงนิยมใส่บาตรในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ดังกล่าว ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ที่นำมาใส่บาตรมักมีรสจัด เช่น หวาน มัน เค็มและมีไขมันสูง จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา ทำให้พระสงฆ์ต้องอาพาธด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับหลักโภชนาการ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น กรมการแพทย์จึงแนะให้เลือกอาหารถวายแด่พระสงฆ์สามเณรด้วยอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ตามหลักโภชนาการ อาทิ ข้าวกล้อง ปลานึ่ง ไข่ต้ม ผักและผลไม้ เป็นต้น เพราะพระสงฆ์สามเณรเองเลือกอาหารฉันไม่ได้ แต่เราชาวพุทธสามารถเลือกอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพใส่บาตรได้
นพ.อภิชัย สิรกุลจิรา ผอ.รพ.สงฆ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันพบพระสงฆ์อาพาธและมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเป็นจำนวนมาก จากการรายงานการตรวจสุขภาพพระสงฆ์สามเณร ประจำปี 2568 พบพระสงฆ์อาพาธและมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูง ดังนี้
1. มีภาวะไขมันในเลือดสูง ร้อยละ 50.47
2. มีภาวะอ้วน ร้อยละ 37.20
3. มีภาวะทุพโภชนาการ (ภาวะร่างกายได้รับอาหารและสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ) ร้อยละ 22.59
4. มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ร้อยละ 16.67
5. มีภาวะความดันโลหิตสูง ร้อยละ 16.74
6. กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ร้อยละ 15.34
ดังนั้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโภชนาการของพระสงฆ์สามเณรให้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว จึงขอแนะนำให้ทำบุญตักบาตรด้วยอาหารสุขภาพ ครบ 5 หมู่ เลือกข้าวกล้องแทนข้าวขาว เลือกปลาแทนเนื้อสัตว์ใหญ่ต่างๆ เลือกพืชผักใบเขียวหรือถั่วต่าง ๆ เลือกถวายเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อย เช่น นมจืด นมพร่องมันเนย หลีกเลี่ยงแกงกะทิ ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน และเค็มมากเกินไป เพราะจะไปทำร้ายสุขภาพของพระสงฆ์สามเณรโดยตรง
โรงพยาบาลสงฆ์จึงขอเรียนเชิญชวนสาธุชนคนไทยชาวพุทธได้เลือกสรรอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพพระสงฆ์สามเณรในการทำบุญตักบาตรในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ตามประเพณีที่มีต่อกันมายาวนานดังกล่าว
