กรมควบคุมโรค เตือนปีนี้โรคไข้หวัดนกระบาด พบผู้เสียชีวิตที่กัมพูชาแล้ว 6 ราย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมควบคุมโรค เตือนปีนี้โรคไข้หวัดนกระบาด พบผู้เสียชีวิตที่กัมพูชาแล้ว 6 ราย
กรมควบคุมโรค ขอความร่วมมือประชาชนในประเทศไทยให้เฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดนก H5N1 โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกแบบหลังบ้าน พร้อมแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานสาธารณสุขและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันที่แนะนำอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ป่วยหรือเสียชีวิต
8 กรกฎาคม 2568-นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงพบโรคไข้หวัดนกทั่วโลก สถานการณ์ยังพบการระบาดอย่างต่อเนื่อง กัมพูชาได้รายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก H5N1 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในปี 2568 ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 12 ราย ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 - 1 กรกฎาคม 2568 พบมีรายงานผู้ป่วย 4 รายจากจังหวัดเสียมราฐและมีผู้เสียชีวิต 6 ราย เมื่อป่วยและมีอาการรุนแรง มักพบมีภาวะปอดอักเสบซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตค่อนข้างสูง การระบาดมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้พบผู้ป่วยในหลายจังหวัดของกัมพูชา เช่น เสียมราฐ กระแจะ กำปอต ตาแก้ว สวายเรียง และอื่นๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับการสัมผัสไก่ที่ป่วย หรือตาย หรือนำซากสัตว์ปีกมาประกอบอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน แม้ว่าประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดนกทั้งในคน และสัตว์ ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 19 ปีแล้ว แต่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง เนื่องจากในประเทศไทยยังคงมีการเลี้ยงสัตว์ปีกในบริเวณบ้านในหลายพื้นที่ มีการค้าขายบริเวณชายแดน จึงยังคงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชา ได้แก่ สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด ตามลำดับ
ปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อไข้หวัดนกยังคงเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ปีกแบบหลังบ้าน โดยไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ การสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติ นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ชนบทมักจะรอให้มีอาการรุนแรงก่อนจึงไปพบแพทย์ ซึ่งส่งผลให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงขึ้น นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเน้นย้ำให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ได้มาตรฐาน จากร้านค้าที่เชื่อถือได้ รับประทานอาหารที่ปรุงสุก หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีก สุกร โค ที่ป่วยหรือตายผิดปกติ การสัมผัสสัตว์ควรสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือ และล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก สุกร โค หากพบสัตว์ป่วยตายจำนวนมากบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่เลี้ยง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และไม่นำซากสัตว์ไปประกอบอาหาร
นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แนะนำประชาชน หากมีอาการคล้ายโรคไข้หวัดนก เช่น ไข้ ไอ หายใจลำบาก หลังสัมผัสสัตว์ปีก สุกร โค ควรรีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์ ให้แพทย์ทราบ และหากพบสัตว์ปีก สุกร โค ป่วยตายไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบแจ้งปศุสัตว์หรือสัตวแพทย์ในพื้นที่ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
8 กรกฎาคม 2568-นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงพบโรคไข้หวัดนกทั่วโลก สถานการณ์ยังพบการระบาดอย่างต่อเนื่อง กัมพูชาได้รายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก H5N1 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในปี 2568 ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 12 ราย ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 - 1 กรกฎาคม 2568 พบมีรายงานผู้ป่วย 4 รายจากจังหวัดเสียมราฐและมีผู้เสียชีวิต 6 ราย เมื่อป่วยและมีอาการรุนแรง มักพบมีภาวะปอดอักเสบซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตค่อนข้างสูง การระบาดมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้พบผู้ป่วยในหลายจังหวัดของกัมพูชา เช่น เสียมราฐ กระแจะ กำปอต ตาแก้ว สวายเรียง และอื่นๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับการสัมผัสไก่ที่ป่วย หรือตาย หรือนำซากสัตว์ปีกมาประกอบอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน แม้ว่าประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดนกทั้งในคน และสัตว์ ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 19 ปีแล้ว แต่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง เนื่องจากในประเทศไทยยังคงมีการเลี้ยงสัตว์ปีกในบริเวณบ้านในหลายพื้นที่ มีการค้าขายบริเวณชายแดน จึงยังคงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชา ได้แก่ สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด ตามลำดับ
ปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อไข้หวัดนกยังคงเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ปีกแบบหลังบ้าน โดยไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ การสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติ นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ชนบทมักจะรอให้มีอาการรุนแรงก่อนจึงไปพบแพทย์ ซึ่งส่งผลให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงขึ้น นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเน้นย้ำให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ได้มาตรฐาน จากร้านค้าที่เชื่อถือได้ รับประทานอาหารที่ปรุงสุก หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีก สุกร โค ที่ป่วยหรือตายผิดปกติ การสัมผัสสัตว์ควรสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือ และล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก สุกร โค หากพบสัตว์ป่วยตายจำนวนมากบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่เลี้ยง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และไม่นำซากสัตว์ไปประกอบอาหาร
นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แนะนำประชาชน หากมีอาการคล้ายโรคไข้หวัดนก เช่น ไข้ ไอ หายใจลำบาก หลังสัมผัสสัตว์ปีก สุกร โค ควรรีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์ ให้แพทย์ทราบ และหากพบสัตว์ปีก สุกร โค ป่วยตายไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบแจ้งปศุสัตว์หรือสัตวแพทย์ในพื้นที่ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
กรมควบคุมโรค เตือนปีนี้โรคไข้หวัดนกระบาด พบผู้เสียชีวิตที่กัมพูชาแล้ว 6 ราย
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- อย. ออกประกาศให้ “เกลือผสมไนไทรต์” เติมสีชมพู และแสดงคำเตือน ช่วยแยกจากเกลือทั่วไป ลดความเสี่ยงหยิบใช้ผิด (5 views)
- สบส. ยกระดับ ศสมช. สู่ศูนย์ปฏิบัติการ NCDs ประจำหมู่บ้าน ลดแออัดโรงพยาบาล เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพใกล้บ้าน (7 views)
- กระทรวงสาธารณสุขจัดกิจกรรมวันบริจาคอวัยวะโลก ภายใต้แนวคิด “The Ultimate Gift of Life : ส่งต่อของขวัญแห่งชีวิต” (22 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู “ขมิ้นชัน” โมเดลสมุนไพรครบวงจร มุ่งสู่ยาทดแทนยาแผนปัจจุบันปูทางอุตสาหกรรมสุขภาพระดับโลก (10 views)
- เปิดสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ยกระดับการกำกับดูแล คุ้มครองสังคม มุ่งใช้เพื่อการแพทย์และสุขภาพ (8 views)
- กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนรับมือโรคระบบทางเดินหายใจช่วงฤดูฝน แนะป้องกันตนเอง ลดเสี่ยงเจ็บป่วย (11 views)
- กรมควบคุมโรคเผยผลตรวจยืนยันพยาธิใบไม้ตับ พบผลยืนยันติดพยาธิใบไม้ตับ 4 ราย ย้ำผลคัดกรองต้องตรวจยืนยันก่อนวินิจฉัย (9 views)
- อย. กำชับผู้ประกอบการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไตรท์ให้ถูกต้อง ตรวจเข้มสถานที่ผลิตอาหารกลุ่มเสี่ยง (10 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
