“แผลที่กระจกตา” ภาวะที่เกิดจากกระจกตาเกิดการอักเสบหรือมีบาดแผล เป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
“แผลที่กระจกตา” ภาวะที่เกิดจากกระจกตาเกิดการอักเสบหรือมีบาดแผล เป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กรมการแพทย์ ชี้ “แผลที่กระจกตา” เป็นภาวะที่เกิดจากกระจกตาเกิดการอักเสบหรือมีบาดแผล ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดไม่ว่าจะเป็นการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน การใส่คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี หรือใส่ค้างคืนหรือการขยี้ตารุนแรงก็อาจเป็นสาเหตุได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะตาแห้งหรือภูมิแพ้อาจมีความเสี่ยง นอกจากนี้เศษฝุ่น ทราย โลหะเล็ก ๆ อาจนำไปสู่การอักเสบและติดเชื้อได้
นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึง ปัจจุบันการใส่คอนแทคเลนส์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในด้านความสวยงามและการแก้ไขสายตา อย่างไรก็ตาม การใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการใส่ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใส่เลนส์นานเกินไปโดยไม่ถอดพัก หรือไม่รักษาความสะอาดอย่างเหมาะสมอาจก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงต่อดวงตา เช่น "แผลที่กระจกตา" ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความเข้าใจและดูแลอย่างถูกวิธี แนะหากมีอาการปวดตา แสบตา ตามัวลง แพ้แสง น้ำตาไหล ตาแดง ควรรีบพบจักษุแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า กระจกตาเป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าสุดของลูกตา มีหน้าที่รับแสงและโฟกัสภาพเข้าสู่จอประสาทตา เมื่อกระจกตาเกิดบาดแผล ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นทันที สาเหตุหลักของการเกิดแผลที่กระจกตาที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่มากับคอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด ซึ่งมักพบในผู้ที่มีบาดแผลที่กระจกตาอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังมีการบาดเจ็บทางกายภาพ เช่น เศษฝุ่น หรือวัตถุแปลกปลอมเข้าตา ซึ่งอาจนำไปสู่การอักเสบและติดเชื้อในที่สุด
นพ.วีรภัทร อุดมวงศ์ จักษุแพทย์ด้านกระจกตาและการแก้ไขสายตาผิดปกติ กล่าวเสริมว่า การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน หรือไม่ถอดเลนส์เลยทั้งวันทั้งคืน โดยเฉพาะใส่นอน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดแผลที่กระจกตา เนื่องจากกระจกตาจะขาดออกซิเจนและความชื้น นำไปสู่การเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวกระจกตา เกิดแผลถลอกที่กระจกตา เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียและอะมีบาในน้ำที่ไม่สะอาด ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลลุกลามได้อย่างรวดเร็ว และรุนแรงถึงขั้นตาบอดถาวรได้ การรักษาแผลที่กระจกตาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของแผล หากเป็นแผลตื้นจากการระคายเคืองหรือการขีดข่วนเล็กน้อย อาจใช้ยาฆ่าเชื้อหยอดตาร่วมกับน้ำตาเทียม และแนะนำให้พักการใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าแผลจะหายสนิท แต่หากเป็นแผลติดเชื้อหรือแผลลึก จักษุแพทย์จะต้องตรวจเชื้อและให้ยาฆ่าเชื้อที่จำเพาะมากขึ้น และหยอดบ่อยขึ้น ซึ่งหากกระจกตาเกิดเสียหายรุนแรงถึงขั้นพร่ามัวถาวร อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา การเกิดแผลที่กระจกตาเป็นปัญหาสุขภาพตาที่ควรใส่ใจ หากละเลยอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญการใส่คอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัยควรมีวินัยในการใช้งาน ถอดล้างและแช่น้ำยาอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการใส่ข้ามคืน และไม่ควรใส่เลนส์นานเกินวันละ 8 ชั่วโมง หากมีอาการผิดปกติ เช่น เคืองตา แสบตา ตามัว หรือปวดตา ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้แผลที่กระจกตากลายเป็นปัญหาถาวรในระยะยาว การป้องกันที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขอนามัยของดวงตา หลีกเลี่ยงการสัมผัสตาโดยตรง หมั่นตรวจสุขภาพตา และหากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า กระจกตาเป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าสุดของลูกตา มีหน้าที่รับแสงและโฟกัสภาพเข้าสู่จอประสาทตา เมื่อกระจกตาเกิดบาดแผล ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นทันที สาเหตุหลักของการเกิดแผลที่กระจกตาที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่มากับคอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด ซึ่งมักพบในผู้ที่มีบาดแผลที่กระจกตาอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังมีการบาดเจ็บทางกายภาพ เช่น เศษฝุ่น หรือวัตถุแปลกปลอมเข้าตา ซึ่งอาจนำไปสู่การอักเสบและติดเชื้อในที่สุด
นพ.วีรภัทร อุดมวงศ์ จักษุแพทย์ด้านกระจกตาและการแก้ไขสายตาผิดปกติ กล่าวเสริมว่า การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน หรือไม่ถอดเลนส์เลยทั้งวันทั้งคืน โดยเฉพาะใส่นอน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดแผลที่กระจกตา เนื่องจากกระจกตาจะขาดออกซิเจนและความชื้น นำไปสู่การเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวกระจกตา เกิดแผลถลอกที่กระจกตา เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียและอะมีบาในน้ำที่ไม่สะอาด ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลลุกลามได้อย่างรวดเร็ว และรุนแรงถึงขั้นตาบอดถาวรได้ การรักษาแผลที่กระจกตาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของแผล หากเป็นแผลตื้นจากการระคายเคืองหรือการขีดข่วนเล็กน้อย อาจใช้ยาฆ่าเชื้อหยอดตาร่วมกับน้ำตาเทียม และแนะนำให้พักการใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าแผลจะหายสนิท แต่หากเป็นแผลติดเชื้อหรือแผลลึก จักษุแพทย์จะต้องตรวจเชื้อและให้ยาฆ่าเชื้อที่จำเพาะมากขึ้น และหยอดบ่อยขึ้น ซึ่งหากกระจกตาเกิดเสียหายรุนแรงถึงขั้นพร่ามัวถาวร อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา การเกิดแผลที่กระจกตาเป็นปัญหาสุขภาพตาที่ควรใส่ใจ หากละเลยอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญการใส่คอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัยควรมีวินัยในการใช้งาน ถอดล้างและแช่น้ำยาอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการใส่ข้ามคืน และไม่ควรใส่เลนส์นานเกินวันละ 8 ชั่วโมง หากมีอาการผิดปกติ เช่น เคืองตา แสบตา ตามัว หรือปวดตา ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้แผลที่กระจกตากลายเป็นปัญหาถาวรในระยะยาว การป้องกันที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขอนามัยของดวงตา หลีกเลี่ยงการสัมผัสตาโดยตรง หมั่นตรวจสุขภาพตา และหากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
“แผลที่กระจกตา” ภาวะที่เกิดจากกระจกตาเกิดการอักเสบหรือมีบาดแผล เป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,078 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (28 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (7 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (7 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (14 views)
- “มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้ (21 views)
- คนส่วนใหญ่มักแยก "ยุงลายสวน" กับ "ยุงลายบ้าน" ไม่ออก เรื่องของยุง ที่คุณอาจยังไม่รู้! (28 views)
- ไวรัสตับอักเสบ ซี... รักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบ บี... ควบคุมได้และป้องกันได้ (16 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
