“มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:14 pm
“มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้
"มะเร็งไต” ภัยเงียบ!! พบสถิติพุ่งปีละ 4 แสนรายทั่วโลก เผยกว่า 60% เจอโดยบังเอิญ - เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า “มะเร็งไต” ปัจจุบันทั่วโลกพบผู้ป่วยมะเร็งไตรายใหม่มากกว่า 430,000 รายต่อปี ขณะที่ประเทศไทยพบผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยประมาณ 2,000 รายต่อปี คิดเป็นร้อยละ 3 ของมะเร็งในผู้ใหญ่ โดยมักพบในช่วงอายุ 55–75 ปี และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 2 เท่า ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ คือ Renal Cell Carcinoma (RCC) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์เนื้อไต โดยหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นหรือขณะที่ก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็ก จะมีโอกาสรักษาหายและมีอัตราการรอดชีวิตสูง การรู้จักปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือนจึงมีความสำคัญต่อการค้นพบโรคได้อย่างรวดเร็ว
เรืออากาศเอก นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของมะเร็งไตคือการสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบจะมีความเสี่ยงราว 1.4 เท่าของผู้ที่ไม่สูบ และเพิ่มได้ถึง 2.5 เท่าตามปริมาณที่สูบสะสม รองลงมาคือโรคอ้วน ยิ่งดัชนีมวลกาย (BMI) สูง ยิ่งเสี่ยง โดยความเสี่ยงเพิ่มขึ้นราว 1.07 เท่า ต่อค่า BMI ที่เพิ่มขึ้นทุก 1 หน่วย และผู้ที่มีความดันโลหิตสูง มีเสี่ยงราว 1.67 เท่าของคนที่ความดันปกติ นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ผู้ที่ฟอกไตเป็นประจำ เสี่ยงราว 5-20 เท่าของคนทั่วไป และผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งไต มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นราว 2 - 4 เท่า
นพ.จิรายุส ไมตรีสถิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์มะเร็งทางเดินปัสสาวะ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมะเร็งไตกว่าร้อยละ 60 ตรวจพบโดยบังเอิญ จากการตรวจภาพรังสีด้วยสาเหตุอื่น เนื่องจากในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ อย่างไรก็ตาม เมื่อโรคลุกลามอาจมีอาการสำคัญ ได้แก่ ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดบั้นเอวหรือปวดสีข้าง และคลำได้ก้อนในช่องท้อง รวมถึงอาการทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย มีไข้เรื้อรัง หรือมีน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุการวินิจฉัยโรคมะเร็งไตมักทำโดยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ร่วมกับการฉีดสารทึบรังสีเพื่อประเมินลักษณะของก้อนเนื้อในไต และในบางรายอาจจำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา สำหรับแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนและระยะของโรค หากก้อนมีขนาดเล็กอาจรักษาด้วยการจี้ทำลายก้อนด้วยความร้อนหรือความเย็น หรือผ่าตัดเฉพาะส่วนเพื่อเก็บรักษาเนื้อไตไว้ แต่หากก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจจำเป็นต้องผ่าตัดไตข้างที่เป็นมะเร็งออกทั้งหมด ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการผ่าตัดแบบเปิด ผ่าตัดส่องกล้อง หรือผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ส่วนในผู้ป่วยมะเร็งไตระยะลุกลาม อาจพิจารณาผ่าตัดนำก้อนออกบางส่วนร่วมกับการรักษาด้วยยามุ่งเป้าและยาภูมิคุ้มกันบำบัด ทั้งนี้ การเลิกสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนัก และดูแลความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ และหากมีอาการปัสสาวะเป็นเลือด ปวดสีข้างเรื้อรัง หรือคลำพบก้อนในช่องท้อง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและการหายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรืออากาศเอก นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของมะเร็งไตคือการสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบจะมีความเสี่ยงราว 1.4 เท่าของผู้ที่ไม่สูบ และเพิ่มได้ถึง 2.5 เท่าตามปริมาณที่สูบสะสม รองลงมาคือโรคอ้วน ยิ่งดัชนีมวลกาย (BMI) สูง ยิ่งเสี่ยง โดยความเสี่ยงเพิ่มขึ้นราว 1.07 เท่า ต่อค่า BMI ที่เพิ่มขึ้นทุก 1 หน่วย และผู้ที่มีความดันโลหิตสูง มีเสี่ยงราว 1.67 เท่าของคนที่ความดันปกติ นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ผู้ที่ฟอกไตเป็นประจำ เสี่ยงราว 5-20 เท่าของคนทั่วไป และผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งไต มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นราว 2 - 4 เท่า
นพ.จิรายุส ไมตรีสถิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์มะเร็งทางเดินปัสสาวะ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมะเร็งไตกว่าร้อยละ 60 ตรวจพบโดยบังเอิญ จากการตรวจภาพรังสีด้วยสาเหตุอื่น เนื่องจากในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ อย่างไรก็ตาม เมื่อโรคลุกลามอาจมีอาการสำคัญ ได้แก่ ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดบั้นเอวหรือปวดสีข้าง และคลำได้ก้อนในช่องท้อง รวมถึงอาการทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย มีไข้เรื้อรัง หรือมีน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุการวินิจฉัยโรคมะเร็งไตมักทำโดยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ร่วมกับการฉีดสารทึบรังสีเพื่อประเมินลักษณะของก้อนเนื้อในไต และในบางรายอาจจำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา สำหรับแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนและระยะของโรค หากก้อนมีขนาดเล็กอาจรักษาด้วยการจี้ทำลายก้อนด้วยความร้อนหรือความเย็น หรือผ่าตัดเฉพาะส่วนเพื่อเก็บรักษาเนื้อไตไว้ แต่หากก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจจำเป็นต้องผ่าตัดไตข้างที่เป็นมะเร็งออกทั้งหมด ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการผ่าตัดแบบเปิด ผ่าตัดส่องกล้อง หรือผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ส่วนในผู้ป่วยมะเร็งไตระยะลุกลาม อาจพิจารณาผ่าตัดนำก้อนออกบางส่วนร่วมกับการรักษาด้วยยามุ่งเป้าและยาภูมิคุ้มกันบำบัด ทั้งนี้ การเลิกสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนัก และดูแลความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ และหากมีอาการปัสสาวะเป็นเลือด ปวดสีข้างเรื้อรัง หรือคลำพบก้อนในช่องท้อง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและการหายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“มะเร็งไต” (Renal Cell Carcinoma) : รู้ไว ตรวจพบเร็ว รักษาได้ เช็ก 5 กลุ่มเสี่ยงและ 3 สัญญาณเตือน ก่อนสายเกินแก้
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- ผู้ประกอบกิจการรู้ทัน Mpox (โรคฝีดาษวานร) สังเกตเร็ว • จัดการถูก • ลดการแพร่เชื้อ • ไม่ตีตราพนักงาน (30 views)
- ไข้เลือดออก อย่าชะล่าใจ สังเกตอาการเตือนอันตราย หากมีอาการเหล่านี้ 3-7 วัน หลังเริ่มป่วย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที! (39 views)
- แพทย์เตือน โรคเบอร์เกอร์ (Buerger’s Disease) ภัยจากบุหรี่ เสี่ยงสูญเสียอวัยวะ (52 views)
- ลุยน้ำ ย่ำโคลน เสี่ยง! "ไข้ฉี่หนู" (54 views)
- ไข้ลด... แต่อาการแย่ลง! สัญญาณเตือนภัยวิกฤต "ไข้เลือดออก" (67 views)
- โควิดไม่เลือกคน ป้องกันได้ด้วย DMH (60 views)
- ไทรอยด์ขึ้นตา ... ดูแลอย่างไร ให้ดวงตายังสดใส พร้อมกฎเหล็กที่ต้องจำ (49 views)
- ไข้สูงเหมือนกัน... แล้วจะรู้ได้อย่างไร? “ไข้หวัดใหญ่ หรือ ไข้เลือดออก” (63 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน
