สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯแนะวิธีการดูแลรักษาเด็กคลอดก่อนกำหนดที่มีปัญหาการดูดกลืน
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯแนะวิธีการดูแลรักษาเด็กคลอดก่อนกำหนดที่มีปัญหาการดูดกลืน
กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พบว่า ปัจจุบันภาวะที่ทารกคลอด เมื่ออายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์มีมากขึ้น และส่งผลต่อสุขภาพของเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เนื่องจากระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงจำเป็นต้องตระหนักและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ทารกคลอดก่อนกำหนด มักมีน้ำหนักตัวน้อย มีการเจริญเติบโตในครรภ์น้อยกว่าปกติ อวัยวะในระบบต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะระบบประสาทที่ควบคุมการดูดกลืนรวมทั้งระบบทางเดินอาหารเติบโตไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการดูดกลืนของทารกจะประสานสัมพันธ์กันดีขึ้นเมื่ออายุครรภ์ 34 สัปดาห์จะสมบูรณ์เต็มที่เมื่ออายุครรภ์ 36 - 37 สัปดาห์ การกระตุ้นการดูดกลืนเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ทารกคลอดก่อนกำหนดดูดนมได้เร็วขึ้น
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงวิกฤติของทารกที่เกิดก่อนกำหนด จำเป็นต้องใช้สายยางเพื่อให้อาหารในขณะที่ทารกปกติทั่วไปสามารถรับอาหารได้ทางปาก จึงทำให้ทารกที่คลอดก่อนกำหนดขาดประสบการณ์ในการดูดกลืน เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณรอบและในปากไม่มีการเคลื่อนไหวทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นไม่แข็งแรงส่งผลต่อภาวะทางโภชนาการ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการฝึกการดูดกลืนตั้งแต่เริ่มหลังผ่านพ้นวิกฤต ซึ่งพยาบาลจะแนะนำวิธีการนวดกระตุ้นการดูดกลืนเบื้องต้นด้วยการใช้มือ และสอนผู้ปกครองให้ทำได้เองก่อนทารกจะกลับบ้าน การนวดสัมผัสด้วยนิ้วมือบริเวณรอบและในปากของทารก จะช่วยกระตุ้นการรับรู้และเรียนรู้ถึงการเคลื่อนไหวของอวัยวะในช่องปากได้อย่างถูกต้อง ผู้ปกครองสามารถทำได้เอง เริ่มต้นด้วยการตัดเล็บให้สั้นและล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ควรนวดกระตุ้นก่อนให้นมในแต่ละมื้อ ไม่นวดหลังมื้อนมทันที ทารกบางรายอาจกลับบ้านพร้อมสายให้อาหาร ควรป้อนนมทางปากและทางสายด้วยปริมาณที่แพทย์กำหนด หากพบว่าเด็กสำลักน้ำลายหรือนม หรือหลังดูดนมมีอาการ หายใจเร็ว เสียงครืดคราด ค่าออกซิเจนในเลือดลดลงมากกว่า 3% ให้สงสัยว่ามีจะมีปัญหาการดูดกลืน ควรป้อนทีละ1-2 คำ รอให้กลืนหมดจึงป้อนคำต่อไป และมาพบกุมารแพทย์ หรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อวินิจฉัยสาเหตุและวางแผนการบำบัดรักษาโดยนักกิจกรรมบำบัดจะออกแบบการบำบัดที่เหมาะสมต่อไป เช่น การปรับระดับความรู้สึก การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า การใช้ดนตรีบำบัดร่วมกับการกระตุ้นดูดกลืน การปรับความหนืดของอาหาร เป็นต้น บางรายอาจจะต้องปรึกษาแพทย์ระบบทางเดินหายใจ และ ทางเดินอาหารร่วมด้วยหากมีภาวะเสมหะมาก หรือแหวะนมบ่อย การดูแลให้เด็กดูดกลืนอาหารที่ดีจะป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมา เช่นหลอดลมอักเสบ ปอดติดเชื้อ น้ำหนักตัวและความสูงไม่เพิ่มขึ้น เป็นต้น ส่งผลให้เด็กมีภาวะโภชนาการทีดีและเติบโตได้สมวัย

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ทารกคลอดก่อนกำหนด มักมีน้ำหนักตัวน้อย มีการเจริญเติบโตในครรภ์น้อยกว่าปกติ อวัยวะในระบบต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะระบบประสาทที่ควบคุมการดูดกลืนรวมทั้งระบบทางเดินอาหารเติบโตไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการดูดกลืนของทารกจะประสานสัมพันธ์กันดีขึ้นเมื่ออายุครรภ์ 34 สัปดาห์จะสมบูรณ์เต็มที่เมื่ออายุครรภ์ 36 - 37 สัปดาห์ การกระตุ้นการดูดกลืนเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ทารกคลอดก่อนกำหนดดูดนมได้เร็วขึ้น
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงวิกฤติของทารกที่เกิดก่อนกำหนด จำเป็นต้องใช้สายยางเพื่อให้อาหารในขณะที่ทารกปกติทั่วไปสามารถรับอาหารได้ทางปาก จึงทำให้ทารกที่คลอดก่อนกำหนดขาดประสบการณ์ในการดูดกลืน เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณรอบและในปากไม่มีการเคลื่อนไหวทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นไม่แข็งแรงส่งผลต่อภาวะทางโภชนาการ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการฝึกการดูดกลืนตั้งแต่เริ่มหลังผ่านพ้นวิกฤต ซึ่งพยาบาลจะแนะนำวิธีการนวดกระตุ้นการดูดกลืนเบื้องต้นด้วยการใช้มือ และสอนผู้ปกครองให้ทำได้เองก่อนทารกจะกลับบ้าน การนวดสัมผัสด้วยนิ้วมือบริเวณรอบและในปากของทารก จะช่วยกระตุ้นการรับรู้และเรียนรู้ถึงการเคลื่อนไหวของอวัยวะในช่องปากได้อย่างถูกต้อง ผู้ปกครองสามารถทำได้เอง เริ่มต้นด้วยการตัดเล็บให้สั้นและล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ควรนวดกระตุ้นก่อนให้นมในแต่ละมื้อ ไม่นวดหลังมื้อนมทันที ทารกบางรายอาจกลับบ้านพร้อมสายให้อาหาร ควรป้อนนมทางปากและทางสายด้วยปริมาณที่แพทย์กำหนด หากพบว่าเด็กสำลักน้ำลายหรือนม หรือหลังดูดนมมีอาการ หายใจเร็ว เสียงครืดคราด ค่าออกซิเจนในเลือดลดลงมากกว่า 3% ให้สงสัยว่ามีจะมีปัญหาการดูดกลืน ควรป้อนทีละ1-2 คำ รอให้กลืนหมดจึงป้อนคำต่อไป และมาพบกุมารแพทย์ หรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อวินิจฉัยสาเหตุและวางแผนการบำบัดรักษาโดยนักกิจกรรมบำบัดจะออกแบบการบำบัดที่เหมาะสมต่อไป เช่น การปรับระดับความรู้สึก การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า การใช้ดนตรีบำบัดร่วมกับการกระตุ้นดูดกลืน การปรับความหนืดของอาหาร เป็นต้น บางรายอาจจะต้องปรึกษาแพทย์ระบบทางเดินหายใจ และ ทางเดินอาหารร่วมด้วยหากมีภาวะเสมหะมาก หรือแหวะนมบ่อย การดูแลให้เด็กดูดกลืนอาหารที่ดีจะป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมา เช่นหลอดลมอักเสบ ปอดติดเชื้อ น้ำหนักตัวและความสูงไม่เพิ่มขึ้น เป็นต้น ส่งผลให้เด็กมีภาวะโภชนาการทีดีและเติบโตได้สมวัย
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯแนะวิธีการดูแลรักษาเด็กคลอดก่อนกำหนดที่มีปัญหาการดูดกลืน
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (17 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (10 views)
- ไข้สูงอย่าชะล่าใจ อาจไม่ใช่ไข้หวัด แต่เป็นไข้เลือดออก (17 views)
- EV71 สายพันธุ์รุนแรง โรคมือ เท้า ปาก เสริมเกราะป้องกันให้ลูกหลานของเรา (49 views)
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (224 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (137 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (240 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (961 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
