เตือนผู้ปกครอง ระวังไข้เลือดออก...ไม่ควรประมาท
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
เตือนผู้ปกครอง ระวังไข้เลือดออก...ไม่ควรประมาท
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ ชี้โรคไข้เลือดออกระบาด มียุงลายเป็นพาหะนำโรค สิ่งสำคัญต้องทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย ป้องกันไม่ให้ยุงกัด และไปพบแพทย์เมื่อป่วยพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำ
นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกี
ที่มียุงลายเป็นแมลงนำโรค ในเด็กกลุ่มอายุที่พบเป็นโรคดังกล่าวมากคือ กลุ่มอายุระหว่าง 10-14 ปี ในขณะที่
กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเสียชีวิตสูง คือ กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปีมีภาวะอ้วนหรือมีโรคประจำตัว โรคไข้เลือดออก
มีลักษณะที่แปรผันตามฤดูกาล โดยจะเริ่มมีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นในเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูฝน
เดือนกันยายนจะเริ่มมีแนวโน้มผู้ป่วยลดลง แต่ถ้าหากช่วงปลายปีจำนวนผู้ป่วยไม่ลดลง อาจทำให้เกิดการระบาดต่อเนื่องในปีถัดไปได้ ไวรัสเดงกีมี 4 สายพันธุ์ โดยผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วจะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ที่เคยเป็น
ไปตลอดชีวิต และจะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์อื่นในระยะสั้นประมาณ 3 ? 12 เดือน
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า
อาการของผู้ที่เป็นไข้เลือดออกจะมีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก และมีผื่น
อาจมีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง และในรายที่มีภาวะช็อกรุนแรงจะพบตับวาย ไตวาย หรือเลือดออกมากและเสียชีวิตได้ เมื่อพบว่าทารกหรือเด็กเล็ก มีอาการไข้ 2 - 3 วัน ควรตรวจ ATK เพื่อตัดข้อสงสัยการติดเชื้อโควิด19 หากผลตรวจเป็นลบ ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและอาจตรวจหาเชื้อไวรัส และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
การป้องกันโรคไข้เลือดอออกที่สำคัญ คือ ป้องกันตัวเองและบุตรหลานไม่ให้ยุงกัดด้วยการนอนในมุ้ง ทายากันยุง ช่วยกันกำจัดทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย แหล่งน้ำขังในบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ พ่อแม่ผู้ปกครองจึงไม่ควรประมาท ควรติดตามอาการอื่นๆ เช่น อ่อนเพลีย ซึม รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียน ปวดท้อง ถ้ามีอาการดังกล่าวแม้ว่าไข้เริ่มจะลดลงแล้วควรไปพบแพทย์ วัคซีนไข้เลือดออกมีประสิทธิภาพดีและมีความปลอดภัย จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการป้องกันโรคไข้เลือดออก วัคซีนไข้เลือดออกที่มีในประเทศไทยในปัจจุบัน แนะนำให้ฉีด ช่วงอายุ 6 - 45 ปี ในผู้ป่วยที่มีหลักฐานยืนยันว่าเคยติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกแล้ว

ที่มียุงลายเป็นแมลงนำโรค ในเด็กกลุ่มอายุที่พบเป็นโรคดังกล่าวมากคือ กลุ่มอายุระหว่าง 10-14 ปี ในขณะที่
กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเสียชีวิตสูง คือ กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปีมีภาวะอ้วนหรือมีโรคประจำตัว โรคไข้เลือดออก
มีลักษณะที่แปรผันตามฤดูกาล โดยจะเริ่มมีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นในเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูฝน
เดือนกันยายนจะเริ่มมีแนวโน้มผู้ป่วยลดลง แต่ถ้าหากช่วงปลายปีจำนวนผู้ป่วยไม่ลดลง อาจทำให้เกิดการระบาดต่อเนื่องในปีถัดไปได้ ไวรัสเดงกีมี 4 สายพันธุ์ โดยผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วจะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ที่เคยเป็น
ไปตลอดชีวิต และจะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์อื่นในระยะสั้นประมาณ 3 ? 12 เดือน
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า
อาการของผู้ที่เป็นไข้เลือดออกจะมีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก และมีผื่น
อาจมีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง และในรายที่มีภาวะช็อกรุนแรงจะพบตับวาย ไตวาย หรือเลือดออกมากและเสียชีวิตได้ เมื่อพบว่าทารกหรือเด็กเล็ก มีอาการไข้ 2 - 3 วัน ควรตรวจ ATK เพื่อตัดข้อสงสัยการติดเชื้อโควิด19 หากผลตรวจเป็นลบ ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและอาจตรวจหาเชื้อไวรัส และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
การป้องกันโรคไข้เลือดอออกที่สำคัญ คือ ป้องกันตัวเองและบุตรหลานไม่ให้ยุงกัดด้วยการนอนในมุ้ง ทายากันยุง ช่วยกันกำจัดทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย แหล่งน้ำขังในบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ พ่อแม่ผู้ปกครองจึงไม่ควรประมาท ควรติดตามอาการอื่นๆ เช่น อ่อนเพลีย ซึม รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียน ปวดท้อง ถ้ามีอาการดังกล่าวแม้ว่าไข้เริ่มจะลดลงแล้วควรไปพบแพทย์ วัคซีนไข้เลือดออกมีประสิทธิภาพดีและมีความปลอดภัย จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการป้องกันโรคไข้เลือดออก วัคซีนไข้เลือดออกที่มีในประเทศไทยในปัจจุบัน แนะนำให้ฉีด ช่วงอายุ 6 - 45 ปี ในผู้ป่วยที่มีหลักฐานยืนยันว่าเคยติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกแล้ว
เตือนผู้ปกครอง ระวังไข้เลือดออก...ไม่ควรประมาท
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- หน้าฝนมือเท้าปากมาแล้ว หมอเด็กเตือน ลูกสะดุ้งผวาผิดสังเกต สัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้าม (3 views)
- ปิดเทอมกลางนี้ หมอเด็กแนะวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ดีมาบอก (63 views)
- สถาบันสุขภาพเด็กฯ แนะปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุด้วยนั่งคาร์ซีทเพิ่มความปลอดภัย (182 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (238 views)
- ทำความรู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (194 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเบื้องต้นอย่างถูกต้อง เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้ (206 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (331 views)
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (197 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
