ปิดเทอมกลางนี้ หมอเด็กแนะวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ดีมาบอก
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:14 pm
ปิดเทอมกลางนี้ หมอเด็กแนะวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ดีมาบอก
กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เผยหลาย ๆ โรงเรียนเริ่มปิดเทอมกลางกันแล้ว ช่วงปิดเทอมเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ปกครองและเด็ก ๆ จะได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า แนะกิจกรรมเสริมพัฒนาการในช่วงปิดภาคเรียน
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมกลาง ประกอบกับเป็นช่วงที่ฝนตกหนัก ต้องดูแลสุขภาพกาพและสุขภาพใจของเด็ก ๆ เนื่องจากมีฝนตกหนัก น้ำท่วมขังเด็กมีภาวะเครียด รวมถึงมีโรคที่เกิดจากน้ำท่วมอีกด้วย ช่วงปิดเทอมวงจรชีวิตของเด็กกว่าร้อยละ 80 – 90 อาจจะนอนดึกตื่นสาย เล่นอินเทอร์เน็ต เล่นเกม จนถึงเที่ยงคืน ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ระบบสายตา โรคอ้วน เครียด พัฒนาการถดถอย หรือบางรายอาจเกิดภาวะอารมณ์ที่รุนแรงนอกจากนี้หลายครอบครัวนิยมส่งลูกไปเรียนภาควิชาการแทนการทำกิจกรรมนอกหลักสูตรที่ช่วยพัฒนาทักษะทางสังคม ซึ่งในช่วงปิดเทอมเด็ก ๆ จะมีเวลาอยู่กับผู้ปกครองมากกว่าช่วงเปิดเทอม ช่วงนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่เด็ก ๆ และผู้ปกครองจะได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสร้างสัมพันธภาพกับเด็กให้เด็กรู้สึกอบอุ่น มีพัฒนาการที่ดี และสร้างความมั่นใจ ผู้ปกครองและเด็กควรร่วมกันเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมให้แก่เด็กๆ ทำให้มีทักษะในด้านต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น
นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวต่อว่า ช่วงปิดเทอมพ่อแม่ผู้ปกครอง ควรดูแลเรื่องสุขภาพของเด็ก ในช่วงฝนตกหนักไม่ให้เด็กเล่นน้ำขัง เพราะเสี่ยงต่อเชื้อโรคและสัตว์มีพิษ ควรหากิจกรรมให้เหมาะสม ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เช่น การนั่ง นอนดูโทรทัศน์ เล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ควรเพิ่มกิจกรรมทางกายและส่งเสริมให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น วิ่ง กระโดดเชือก เต้นแอโรบิค ทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เป็นการช่วยสร้างระเบียบวินัยที่ดีให้เด็กในช่วงปิดเทอมและการออกกำลังกายให้มีสุขภาพที่แข็งแรงยังป้องกันการเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย
รศ.พิเศษ พญ.อดิศร์สุดา เฟื่องฟู หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ปกครองจึงต้องเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก โดยแบ่งตามช่วงวัยดังนี้ กิจกรรมสำหรับเด็กวัยอนุบาล อายุ 3-6 ปี เป็นวัยที่เน้นกิจกรรมสนุกสนานและน่าตื่นเต้น เช่น วาดภาพระบายสี ฟังและเล่านิทาน เล่นกีฬา ร้องเพลง การเรียนรู้กับธรรมชาติ เช่น เรียนรู้เกี่ยวกับอุทกภัยและการปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นต้น กิจกรรมสำหรับเด็กประถมศึกษา อายุ 6-12 ปี เป็นวัยที่เริ่มพัฒนาความสนใจเฉพาะด้านและทักษะทางสังคม กิจกรรมแนะนำ ได้แก่ การทำโครงงานตามความสนใจ เช่น ทดลองวิทยาศาสตร์ง่าย ๆ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ช่วยฝึกการวางแผนและการแก้ปัญหา กิจกรรมกีฬาประเภททีม เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ช่วยฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการควบคุมอารมณ์ รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย กิจกรรมสำหรับวัยรุ่น อายุ 13-17 ปี เป็นช่วงวัยที่เริ่มเข้าสังคม ชอบทำกิจกรรมที่สนุกสนานและท้าทายความสามารถ โดยกิจกรรมของ 2 ช่วงวัยนี้คล้ายคลึงกัน เช่น กิจกรรมจิตอาสา เล่นกีฬาทางน้ำอย่างเหมาะสม ศึกษาธรรมชาติ ค่ายกิจกรรมตามความสนใจของเด็ก เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ช่วยพัฒนาทักษะชีวิต ฝึกการควบคุมตนเอง สร้างความมั่นใจในตนเอง ฝึกทักษะทางกีฬา ฝึกความเป็นผู้นำ การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต การปิดเทอมในครั้งนี้เด็กๆ จะได้พบความสามารถพิเศษของตน โดยไม่เสียสุขภาพ ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โดยศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก มีบริการให้คำปรึกษาปัญหาการเรียน ปัญหาสมาธิและพฤติกรรม ตรวจประเมินพัฒนาการ โดยทีมแพทย์พัฒนาการและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในและนอกเวลาราชการ โทรสอบถาม.1415

นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวต่อว่า ช่วงปิดเทอมพ่อแม่ผู้ปกครอง ควรดูแลเรื่องสุขภาพของเด็ก ในช่วงฝนตกหนักไม่ให้เด็กเล่นน้ำขัง เพราะเสี่ยงต่อเชื้อโรคและสัตว์มีพิษ ควรหากิจกรรมให้เหมาะสม ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เช่น การนั่ง นอนดูโทรทัศน์ เล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ควรเพิ่มกิจกรรมทางกายและส่งเสริมให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น วิ่ง กระโดดเชือก เต้นแอโรบิค ทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เป็นการช่วยสร้างระเบียบวินัยที่ดีให้เด็กในช่วงปิดเทอมและการออกกำลังกายให้มีสุขภาพที่แข็งแรงยังป้องกันการเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย
รศ.พิเศษ พญ.อดิศร์สุดา เฟื่องฟู หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ปกครองจึงต้องเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก โดยแบ่งตามช่วงวัยดังนี้ กิจกรรมสำหรับเด็กวัยอนุบาล อายุ 3-6 ปี เป็นวัยที่เน้นกิจกรรมสนุกสนานและน่าตื่นเต้น เช่น วาดภาพระบายสี ฟังและเล่านิทาน เล่นกีฬา ร้องเพลง การเรียนรู้กับธรรมชาติ เช่น เรียนรู้เกี่ยวกับอุทกภัยและการปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นต้น กิจกรรมสำหรับเด็กประถมศึกษา อายุ 6-12 ปี เป็นวัยที่เริ่มพัฒนาความสนใจเฉพาะด้านและทักษะทางสังคม กิจกรรมแนะนำ ได้แก่ การทำโครงงานตามความสนใจ เช่น ทดลองวิทยาศาสตร์ง่าย ๆ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ช่วยฝึกการวางแผนและการแก้ปัญหา กิจกรรมกีฬาประเภททีม เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ช่วยฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่นและการควบคุมอารมณ์ รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย กิจกรรมสำหรับวัยรุ่น อายุ 13-17 ปี เป็นช่วงวัยที่เริ่มเข้าสังคม ชอบทำกิจกรรมที่สนุกสนานและท้าทายความสามารถ โดยกิจกรรมของ 2 ช่วงวัยนี้คล้ายคลึงกัน เช่น กิจกรรมจิตอาสา เล่นกีฬาทางน้ำอย่างเหมาะสม ศึกษาธรรมชาติ ค่ายกิจกรรมตามความสนใจของเด็ก เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ช่วยพัฒนาทักษะชีวิต ฝึกการควบคุมตนเอง สร้างความมั่นใจในตนเอง ฝึกทักษะทางกีฬา ฝึกความเป็นผู้นำ การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต การปิดเทอมในครั้งนี้เด็กๆ จะได้พบความสามารถพิเศษของตน โดยไม่เสียสุขภาพ ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โดยศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก มีบริการให้คำปรึกษาปัญหาการเรียน ปัญหาสมาธิและพฤติกรรม ตรวจประเมินพัฒนาการ โดยทีมแพทย์พัฒนาการและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในและนอกเวลาราชการ โทรสอบถาม.1415
ปิดเทอมกลางนี้ หมอเด็กแนะวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ดีมาบอก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- สถาบันสุขภาพเด็กฯ แนะปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุด้วยนั่งคาร์ซีทเพิ่มความปลอดภัย (157 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (202 views)
- ทำความรู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (155 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเบื้องต้นอย่างถูกต้อง เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้ (177 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (278 views)
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (174 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (46 views)
- ไข้สูงอย่าชะล่าใจ อาจไม่ใช่ไข้หวัด แต่เป็นไข้เลือดออก (56 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
