กรมอนามัย แนะหญิงท้อง ไม่จำเป็นงดออกจากบ้าน หวั่นเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมอนามัย แนะหญิงท้อง ไม่จำเป็นงดออกจากบ้าน หวั่นเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ห่วงหญิงตั้งครรภ์ กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสจะเกิดอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ ควรระมัดระวังและดูแลตนเองเป็นพิเศษ โดยงดออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น เว้นระยะห่างจากบุคคลใกล้ชิด งดใช้ของส่วนตัวร่วมกันกับคนในบ้าน และหมั่นล้างมือบ่อย ๆ รวมทั้งสมาชิก ในบ้านควรให้ความสำคัญช่วยปกป้องหญิงตั้งครรภ์จากการสัมผัสเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า หญิงตั้งครรภ์จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสจะเกิดอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อโควิด-19 ได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ จึงควรระมัดระวังตนเอง งดออก นอกบ้านโดยไม่จำเป็น เว้นระยะห่างจากบุคคลใกล้ชิด งดใช้ของส่วนตัวร่วมกันกับคนในบ้าน หมั่นล้างมือ สมาชิกในบ้านควรให้ความสำคัญในการช่วยปกป้องหญิงตั้งครรภ์จากการสัมผัสเชื้อ ให้คิดไว้เสมอว่าหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจากการสำรวจสถานการณ์การติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 126 ราย เป็นหญิงไทย 64 ราย หญิงต่างด้าว 62 ราย โดยจังหวัดที่พบติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ สมุทรสาคร จำนวน 66 ราย กรุงเทพมหานคร 10 ราย และนนทบุรี จำนวน 7 ราย โดยพบอาการปอดอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ ร้อยละ 22.22 เสียชีวิต 2 ราย มีทารกติดเชื้อ 10 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 อาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย อยู่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ ไม่มีโรคประจำตัว โดยมีการฝากครรภ์ตามเกณฑ์ รายแรกติดเชื้อจากการเข้าไปในสถานที่แออัด ส่วนอีกรายติดจากคนในครอบครัว
?สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีประวัติสัมผัสเสี่ยงสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อนัดหมายตรวจหาเชื้อ หากเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ให้แยกตัวและเฝ้าสังเกตอาการ พร้อมทั้งรอฟังผลการตรวจของผู้สัมผัสใกล้ชิด เมื่อพบว่ามีอาการ ไข้ ไอ มีน้ำมูก ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการ สำหรับการถ่ายภาพรังสีปอดเพื่อตรวจหาภาวะปอดอักเสบ สามารถทำได้ในหญิงตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย การใช้ยาต้านไวรัส สามารถใช้ได้เหมือนคนทั่วไป ยกเว้นในการตั้งครรภ์ช่วง 3 เดือนแรก แพทย์จะพิจารณายาต้านไวรัสตัวอื่นที่ไม่มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ทั้งนี้ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ หากอาการไม่รุนแรงมากสามารถให้นมลูกได้ แต่จะต้องเข้มงวดในมาตรการป้องกันการแพร่เชื้ออย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา หมั่นล้างมือ ไม่สัมผัสบริเวณใบหน้า ปาก และจมูกของลูก ที่สำคัญคืออย่าเผลอชื่นชมหอมแก้มลูก และขณะไม่ได้ให้นมลูกแนะนำให้นอนแยกกันเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร หรือมีฉากกั้น แต่อยู่ในห้องเดียวกันได้ ในกรณีที่ไม่สามารถให้ลูกดูดนมจากเต้าได้ แนะนำให้บีบน้ำนมและให้ผู้ช่วยป้อนแทน? อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า หญิงตั้งครรภ์จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสจะเกิดอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อโควิด-19 ได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ จึงควรระมัดระวังตนเอง งดออก นอกบ้านโดยไม่จำเป็น เว้นระยะห่างจากบุคคลใกล้ชิด งดใช้ของส่วนตัวร่วมกันกับคนในบ้าน หมั่นล้างมือ สมาชิกในบ้านควรให้ความสำคัญในการช่วยปกป้องหญิงตั้งครรภ์จากการสัมผัสเชื้อ ให้คิดไว้เสมอว่าหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งจากการสำรวจสถานการณ์การติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 126 ราย เป็นหญิงไทย 64 ราย หญิงต่างด้าว 62 ราย โดยจังหวัดที่พบติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ สมุทรสาคร จำนวน 66 ราย กรุงเทพมหานคร 10 ราย และนนทบุรี จำนวน 7 ราย โดยพบอาการปอดอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ ร้อยละ 22.22 เสียชีวิต 2 ราย มีทารกติดเชื้อ 10 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 อาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย อยู่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ ไม่มีโรคประจำตัว โดยมีการฝากครรภ์ตามเกณฑ์ รายแรกติดเชื้อจากการเข้าไปในสถานที่แออัด ส่วนอีกรายติดจากคนในครอบครัว
?สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีประวัติสัมผัสเสี่ยงสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อนัดหมายตรวจหาเชื้อ หากเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ให้แยกตัวและเฝ้าสังเกตอาการ พร้อมทั้งรอฟังผลการตรวจของผู้สัมผัสใกล้ชิด เมื่อพบว่ามีอาการ ไข้ ไอ มีน้ำมูก ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการ สำหรับการถ่ายภาพรังสีปอดเพื่อตรวจหาภาวะปอดอักเสบ สามารถทำได้ในหญิงตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย การใช้ยาต้านไวรัส สามารถใช้ได้เหมือนคนทั่วไป ยกเว้นในการตั้งครรภ์ช่วง 3 เดือนแรก แพทย์จะพิจารณายาต้านไวรัสตัวอื่นที่ไม่มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ทั้งนี้ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ หากอาการไม่รุนแรงมากสามารถให้นมลูกได้ แต่จะต้องเข้มงวดในมาตรการป้องกันการแพร่เชื้ออย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา หมั่นล้างมือ ไม่สัมผัสบริเวณใบหน้า ปาก และจมูกของลูก ที่สำคัญคืออย่าเผลอชื่นชมหอมแก้มลูก และขณะไม่ได้ให้นมลูกแนะนำให้นอนแยกกันเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร หรือมีฉากกั้น แต่อยู่ในห้องเดียวกันได้ ในกรณีที่ไม่สามารถให้ลูกดูดนมจากเต้าได้ แนะนำให้บีบน้ำนมและให้ผู้ช่วยป้อนแทน? อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
กรมอนามัย แนะหญิงท้อง ไม่จำเป็นงดออกจากบ้าน หวั่นเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- หน้าฝนมือเท้าปากมาแล้ว หมอเด็กเตือน ลูกสะดุ้งผวาผิดสังเกต สัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้าม (7 views)
- ปิดเทอมกลางนี้ หมอเด็กแนะวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ดีมาบอก (67 views)
- สถาบันสุขภาพเด็กฯ แนะปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุด้วยนั่งคาร์ซีทเพิ่มความปลอดภัย (187 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (241 views)
- ทำความรู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (198 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเบื้องต้นอย่างถูกต้อง เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้ (208 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (331 views)
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (198 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
