อาการโคลิค เกิดจากอะไร ลูกมีอาการแบบนี้เรียกว่าโคลิคหรือเปล่า
- Unyana ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 09 ธ.ค. 2018 12:19 am
อาการโคลิค เกิดจากอะไร ลูกมีอาการแบบนี้เรียกว่าโคลิคหรือเปล่า
อาการโคลิค เกิดจากอะไร ลูกมีอาการแบบนี้เรียกว่าโคลิคหรือเปล่า
คุณแม่หลายคนกลุ้มใจว่าตั้งแต่เกิดมาทำไมลูกน้อยร้องไห้โยเยไม่ทราบสาเหตุ มักจะร้องไห้เสียงดังกลางดึก ใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำ กำหมัดแน่น ยิ่งเป็นคุณแม่มือใหม่ด้วยแล้ว เสียงร้องกรี๊ด ๆ พุ่งเข้าหูทำเอากังวลแทบเป็นบ้า กลัวว่าจะมีบางอย่างผิดปกติหรือเราทำผิดพลาดไปตรงไหน จึงทั้งเหน็ดเหนื่อยและไม่มีความสุข สงสัยและกังวลว่าลูกเป็นแบบนี้เรียกว่า อาการโคลิค หรือเปล่า คุณแม่พยายามปลอบประโลมเสียงร้องกรี๊ด ๆ ก็ยังดังไม่หยุดหย่อน
คำว่าโคลิคหมายถึงอะไร หลายคนเข้าใจผิดว่าจะเป็นโรค จริง ๆ แล้วเป็นเพียงการร้องไห้ซึ่งมักจะไม่มีสาเหตุแน่ชัด มักเกิดจาก อาการจุกเสียดของทารกวัยแรกเกิดหรืออาการงอแง ร้องไห้จนหน้าแดงและหายใจขัด อาการโคลิคเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ทั้งที่ลูกน้อยมีสุขภาพดีแต่ เด็กร้องไห้ กรี๊ดเสียงดังเวลาเดิมเป็นประจำมากกว่าสามชั่วโมงต่อวัน เริ่มตั้งแต่อายุราว 2 สัปดาห์ยาวนานจนถึง 3-4 เดือนจึงค่อย ๆ ร้องน้อยลง ซึ่งหมายความว่าปัญหาจะหายไปเองในที่สุด อย่างไรก็ตาม อาการโคลิคจะส่งผลเสียต่อลูกน้อยทั้งในระยะสั้นคือ อารมณ์หงุดหงิด กินนมได้น้อย แน่นท้องและแหวะนมออกมา เกิดความเครียดทั้งกับเด็กและคุณแม่เอง หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลระทบทางอ้อมต่อพัฒนาการทางอารมณ์และการเรียนรู้ของลูกน้อยในระยะยาว เมื่อสงสัยและเห็นผิดปกติควรรีบพาลูกน้อยไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที
หาก ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ ทุกเวลา โดยเฉพาะช่วงเวลาเย็นจนถึงกลางคืน สงสัยว่าเกิดจาก อาการโคลิค ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ ลูกร้องไม่หยุด ถ้าสาเหตุมาจากอาการจุกเสียดก็ใช้วิธีนวดท้องบรรเทาอาการปวด เพราะหากลูกร้องไหนหนัก ก็จะยิ่งกลืนลมเข้าไปในท้องมาก เจ้าตัวน้อยยิ่งท้องอืดปวดท้องหนักขึ้นอีก
อาการร้องไห้มีหลายแบบ แนะนำคุณแม่ตรวจดูให้แน่ใจก่อนว่า สาเหตุที่ลูกร้องไห้เกิดจากอะไร
- ลูกร้องไห้เพราะหิวนม
- กินนมนอนแล้วท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดท้อง
- ป่วย เป็นไข้ ท้องเสีย
- ง่วงแต่นอนไม่หลับ เพราะห้องสว่างหรือเสียงดังเกินไป
- ผ้าอ้อมเปียกชื้น หรือผ้าอ้อมแน่นเกินไป
- อากาศร้อนหรือหนาวเกินไป รู้สึกไม่สบายตัว
- ร้องไห้เพราะเหงา อยากให้แม่กอดหรือกล่อมนอน
ทารกร้องไห้ เพราะสาเหตุข้างต้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดกับเด็กทุกคน เป็นเพราะลูกน้อยไม่สบายใจไม่สบายตัว มีคุณแม่คอยเอาใจใส่ดูแลให้อุ่นใจ ลูบหลังเบา ๆ นวดท้องให้หายปวด จัดบรรยากาศในห้องให้โปร่งโล่งน่านอน จับลูกพาดไหล่ช่วยให้เรอหลังอิ่มนม นวดท้องช่วยไล่ลมและลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ คุณแม่อุ้มลูกแนบตัวช่วยให้หยุดร้องได้ แตกต่างจากการร้องโคลิคที่จะร้องไม่ลืมหูลืมตา แล้วก็หยุดร้องไปเอง เป็นอาการที่เกิดขึ้นแทบจะเวลาเดิมทุกวัน ร้องไม่มีเหตุผลแต่ก็ไม่ได้มีอันตรายมาก เว้นแต่จะปล่อยให้ลูกร้องกลืนลมเข้าไปในท้องเยอะมากก็อาจปวดท้องได้
แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่อาการโคลิคส่งผลให้เกิดความตึงเครียดในครอบครัว พ่อแม่ไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไป เมื่อตรวจเช็คจนรู้สาเหตุก็จะทำให้ลูกสงบเร็วขึ้น หากลูกน้อยร้องไห้เพราะโคลิค พ่อแม่ต้องมีน้ำอดน้ำทนคอยปลอบประโลมให้ลูกน้อยสบายตัว ก็จะหยุดร้องไห้และอารมณ์ดีขึ้น

คุณแม่หลายคนกลุ้มใจว่าตั้งแต่เกิดมาทำไมลูกน้อยร้องไห้โยเยไม่ทราบสาเหตุ มักจะร้องไห้เสียงดังกลางดึก ใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำ กำหมัดแน่น ยิ่งเป็นคุณแม่มือใหม่ด้วยแล้ว เสียงร้องกรี๊ด ๆ พุ่งเข้าหูทำเอากังวลแทบเป็นบ้า กลัวว่าจะมีบางอย่างผิดปกติหรือเราทำผิดพลาดไปตรงไหน จึงทั้งเหน็ดเหนื่อยและไม่มีความสุข สงสัยและกังวลว่าลูกเป็นแบบนี้เรียกว่า อาการโคลิค หรือเปล่า คุณแม่พยายามปลอบประโลมเสียงร้องกรี๊ด ๆ ก็ยังดังไม่หยุดหย่อน
คำว่าโคลิคหมายถึงอะไร หลายคนเข้าใจผิดว่าจะเป็นโรค จริง ๆ แล้วเป็นเพียงการร้องไห้ซึ่งมักจะไม่มีสาเหตุแน่ชัด มักเกิดจาก อาการจุกเสียดของทารกวัยแรกเกิดหรืออาการงอแง ร้องไห้จนหน้าแดงและหายใจขัด อาการโคลิคเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ทั้งที่ลูกน้อยมีสุขภาพดีแต่ เด็กร้องไห้ กรี๊ดเสียงดังเวลาเดิมเป็นประจำมากกว่าสามชั่วโมงต่อวัน เริ่มตั้งแต่อายุราว 2 สัปดาห์ยาวนานจนถึง 3-4 เดือนจึงค่อย ๆ ร้องน้อยลง ซึ่งหมายความว่าปัญหาจะหายไปเองในที่สุด อย่างไรก็ตาม อาการโคลิคจะส่งผลเสียต่อลูกน้อยทั้งในระยะสั้นคือ อารมณ์หงุดหงิด กินนมได้น้อย แน่นท้องและแหวะนมออกมา เกิดความเครียดทั้งกับเด็กและคุณแม่เอง หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลระทบทางอ้อมต่อพัฒนาการทางอารมณ์และการเรียนรู้ของลูกน้อยในระยะยาว เมื่อสงสัยและเห็นผิดปกติควรรีบพาลูกน้อยไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที
หาก ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ ทุกเวลา โดยเฉพาะช่วงเวลาเย็นจนถึงกลางคืน สงสัยว่าเกิดจาก อาการโคลิค ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ ลูกร้องไม่หยุด ถ้าสาเหตุมาจากอาการจุกเสียดก็ใช้วิธีนวดท้องบรรเทาอาการปวด เพราะหากลูกร้องไหนหนัก ก็จะยิ่งกลืนลมเข้าไปในท้องมาก เจ้าตัวน้อยยิ่งท้องอืดปวดท้องหนักขึ้นอีก
อาการร้องไห้มีหลายแบบ แนะนำคุณแม่ตรวจดูให้แน่ใจก่อนว่า สาเหตุที่ลูกร้องไห้เกิดจากอะไร
- ลูกร้องไห้เพราะหิวนม
- กินนมนอนแล้วท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดท้อง
- ป่วย เป็นไข้ ท้องเสีย
- ง่วงแต่นอนไม่หลับ เพราะห้องสว่างหรือเสียงดังเกินไป
- ผ้าอ้อมเปียกชื้น หรือผ้าอ้อมแน่นเกินไป
- อากาศร้อนหรือหนาวเกินไป รู้สึกไม่สบายตัว
- ร้องไห้เพราะเหงา อยากให้แม่กอดหรือกล่อมนอน
ทารกร้องไห้ เพราะสาเหตุข้างต้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดกับเด็กทุกคน เป็นเพราะลูกน้อยไม่สบายใจไม่สบายตัว มีคุณแม่คอยเอาใจใส่ดูแลให้อุ่นใจ ลูบหลังเบา ๆ นวดท้องให้หายปวด จัดบรรยากาศในห้องให้โปร่งโล่งน่านอน จับลูกพาดไหล่ช่วยให้เรอหลังอิ่มนม นวดท้องช่วยไล่ลมและลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ คุณแม่อุ้มลูกแนบตัวช่วยให้หยุดร้องได้ แตกต่างจากการร้องโคลิคที่จะร้องไม่ลืมหูลืมตา แล้วก็หยุดร้องไปเอง เป็นอาการที่เกิดขึ้นแทบจะเวลาเดิมทุกวัน ร้องไม่มีเหตุผลแต่ก็ไม่ได้มีอันตรายมาก เว้นแต่จะปล่อยให้ลูกร้องกลืนลมเข้าไปในท้องเยอะมากก็อาจปวดท้องได้
แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่อาการโคลิคส่งผลให้เกิดความตึงเครียดในครอบครัว พ่อแม่ไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไป เมื่อตรวจเช็คจนรู้สาเหตุก็จะทำให้ลูกสงบเร็วขึ้น หากลูกน้อยร้องไห้เพราะโคลิค พ่อแม่ต้องมีน้ำอดน้ำทนคอยปลอบประโลมให้ลูกน้อยสบายตัว ก็จะหยุดร้องไห้และอารมณ์ดีขึ้น
อาการโคลิค เกิดจากอะไร ลูกมีอาการแบบนี้เรียกว่าโคลิคหรือเปล่า
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- ปิดเทอมกลางนี้ หมอเด็กแนะวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ดีมาบอก (51 views)
- สถาบันสุขภาพเด็กฯ แนะปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุด้วยนั่งคาร์ซีทเพิ่มความปลอดภัย (172 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (227 views)
- ทำความรู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (180 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเบื้องต้นอย่างถูกต้อง เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้ (197 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (316 views)
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (189 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (51 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
