แนะผู้ปกครองแปรงฟันลูกให้สะอาด ป้องกันฟันผุ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แนะผู้ปกครองแปรงฟันลูกให้สะอาด ป้องกันฟันผุ
กระทรวงสาธารณสุข แนะนำผู้ปกครองดูแลฟันน้ำนมเหมือนฟันแท้ แปรงฟันลูกให้สะอาด ป้องกันฟันผุ ไม่สูญเสียฟันก่อนวัยอันควร หากพบผิวฟันมีรอยขาวขุ่น จุดสีดำหรือสีน้ำตาลบนผิวฟัน หรือรูฟันผุ ควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษา ก่อนจะปวดฟัน ติดเชื้อ มีหนองที่ปลายรากฟัน และแพร่กระจายไปอวัยวะสำคัญ

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 10 และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เด็กควรมาพบทันตแพทย์ตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น หรือไม่เกินอายุ 1 ปี และมาตรวจฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อตรวจฟัน รับคำแนะนำ และเคลือบฟลูออไรด์ ผู้ปกครองควรให้ความสนใจ ตรวจดูสภาพเหงือกและฟันของลูกเป็นประจำ หากพบบริเวณคอฟันมีลักษณะสีขาวขุ่น หรือด้านบดเคี้ยวมีจุดสีน้ำตาล จุดสีดำ หรือรูฟันผุ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ก่อนที่จะมีอาการปวดฟัน ติดเชื้อ มีหนองที่ปลายรากฟัน และแพร่กระจายไปอวัยวะสำคัญ จากข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ในปี 2560 พบว่าเด็กอายุ 3 ปี มีฟันผุประมาณร้อยละ 53 และ 5 ปีพบร้อยละ 76 โดยส่วนใหญ่เป็นฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา
ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่มีความเชื่อผิดๆ ว่า เดี๋ยวฟันน้ำนมก็ต้องหลุดไป มีฟันแท้มาแทนที่ จึงไม่ใส่ใจการรับประทานขนมและการแปรงฟันของลูกมากนัก ซึ่งเด็กจะยังแปรงฟันด้วยตัวเองได้ไม่สะอาดพอ ทำให้ฟันผุได้ง่าย ผู้ปกครองควรดูแลฟันน้ำนมเช่นเดียวกับฟันแท้ เริ่มทำความสะอาดโดยเช็ดช่องปากเด็กตั้งแต่ฟันยังไม่ขึ้น เพื่อให้เด็กเกิดความเคยชิน และแปรงฟันเมื่อเริ่มมีฟันน้ำนมซี่แรก ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยผู้ปกครองควรช่วยลูกแปรงฟันให้สะอาดทั่วทั้งปาก ทุกซี่ ทุกด้าน จนถึงอายุ 6 ปี ร่วมกับการแนะนำให้เลิกดูดนมจากขวดเมื่อเด็กอายุ 1.6 ขวบ และหลีกเลี่ยงการกินขนมและเครื่องดื่มรสหวาน อาหารว่างที่เหมาะสมสำหรับเด็กได้แก่ นมรสจืด และผลไม้ที่รสไม่หวาน รวมทั้งพบเด็กไปพบทันตบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ ทุก 6 เดือน
ทั้งนี้ การแปรงฟันให้สะอาดด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เป็นวิธีการป้องกันฟันผุที่ดีที่สุด เน้นบริเวณคอฟัน และด้านบดเคี้ยว เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปีควรใช้ปริมาณยาสีฟันแค่แตะแปรงพอชื้น เด็กอายุ 3-6 ปี ควรบีบยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดถั่วลันเตา หรือตามความกว้างของแปรง และเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปบีบยาสีฟันตามความยาวของหัวแปรงได้ ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนาดเหมาะสมกับช่วงอายุของเด็ก และผ่านเกณฑ์มาตรฐานกรมอนามัย หรือแปรงสีฟันติดดาว
ข่าว/ภาพ-กรมอนามัย สธ.

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 10 และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เด็กควรมาพบทันตแพทย์ตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น หรือไม่เกินอายุ 1 ปี และมาตรวจฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อตรวจฟัน รับคำแนะนำ และเคลือบฟลูออไรด์ ผู้ปกครองควรให้ความสนใจ ตรวจดูสภาพเหงือกและฟันของลูกเป็นประจำ หากพบบริเวณคอฟันมีลักษณะสีขาวขุ่น หรือด้านบดเคี้ยวมีจุดสีน้ำตาล จุดสีดำ หรือรูฟันผุ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ก่อนที่จะมีอาการปวดฟัน ติดเชื้อ มีหนองที่ปลายรากฟัน และแพร่กระจายไปอวัยวะสำคัญ จากข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ในปี 2560 พบว่าเด็กอายุ 3 ปี มีฟันผุประมาณร้อยละ 53 และ 5 ปีพบร้อยละ 76 โดยส่วนใหญ่เป็นฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา
ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่มีความเชื่อผิดๆ ว่า เดี๋ยวฟันน้ำนมก็ต้องหลุดไป มีฟันแท้มาแทนที่ จึงไม่ใส่ใจการรับประทานขนมและการแปรงฟันของลูกมากนัก ซึ่งเด็กจะยังแปรงฟันด้วยตัวเองได้ไม่สะอาดพอ ทำให้ฟันผุได้ง่าย ผู้ปกครองควรดูแลฟันน้ำนมเช่นเดียวกับฟันแท้ เริ่มทำความสะอาดโดยเช็ดช่องปากเด็กตั้งแต่ฟันยังไม่ขึ้น เพื่อให้เด็กเกิดความเคยชิน และแปรงฟันเมื่อเริ่มมีฟันน้ำนมซี่แรก ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยผู้ปกครองควรช่วยลูกแปรงฟันให้สะอาดทั่วทั้งปาก ทุกซี่ ทุกด้าน จนถึงอายุ 6 ปี ร่วมกับการแนะนำให้เลิกดูดนมจากขวดเมื่อเด็กอายุ 1.6 ขวบ และหลีกเลี่ยงการกินขนมและเครื่องดื่มรสหวาน อาหารว่างที่เหมาะสมสำหรับเด็กได้แก่ นมรสจืด และผลไม้ที่รสไม่หวาน รวมทั้งพบเด็กไปพบทันตบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ ทุก 6 เดือน
ทั้งนี้ การแปรงฟันให้สะอาดด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เป็นวิธีการป้องกันฟันผุที่ดีที่สุด เน้นบริเวณคอฟัน และด้านบดเคี้ยว เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปีควรใช้ปริมาณยาสีฟันแค่แตะแปรงพอชื้น เด็กอายุ 3-6 ปี ควรบีบยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดถั่วลันเตา หรือตามความกว้างของแปรง และเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปบีบยาสีฟันตามความยาวของหัวแปรงได้ ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนาดเหมาะสมกับช่วงอายุของเด็ก และผ่านเกณฑ์มาตรฐานกรมอนามัย หรือแปรงสีฟันติดดาว
ข่าว/ภาพ-กรมอนามัย สธ.
แนะผู้ปกครองแปรงฟันลูกให้สะอาด ป้องกันฟันผุ
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (17 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (10 views)
- ไข้สูงอย่าชะล่าใจ อาจไม่ใช่ไข้หวัด แต่เป็นไข้เลือดออก (17 views)
- EV71 สายพันธุ์รุนแรง โรคมือ เท้า ปาก เสริมเกราะป้องกันให้ลูกหลานของเรา (49 views)
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (223 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (137 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (240 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (961 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
