อย. จับมือ สภาคณบดีคณะเภสัช วางรากฐาน Regulatory Science ไทย เชื่อมโจทย์จริง–งานวิจัย–กำลังคน รับนวัตกรรมสุขภาพยุคใหม่
- Health News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:50 am
อย. จับมือ สภาคณบดีคณะเภสัช วางรากฐาน Regulatory Science ไทย เชื่อมโจทย์จริง–งานวิจัย–กำลังคน รับนวัตกรรมสุขภาพยุคใหม่
อย. จับมือสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) ลงนาม MOU ความร่วมมือทางวิชาการด้านวิทยาการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือ Regulatory Science ระยะเวลา 5 ปี เชื่อมโจทย์จริงจากงานกำกับดูแลกับองค์ความรู้ งานวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจากคณะเภสัชศาสตร์ทั่วประเทศ มุ่งพัฒนาเครื่องมือ มาตรฐาน วิธีการประเมิน และกำลังคน ให้ระบบกำกับดูแลไทยทันต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่การคุ้มครองผู้บริโภคและสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม

28 สิงหาคม 2569- ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนางานด้านวิทยาการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Regulatory Science) ระหว่างอย. และสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) โดยมีกรอบระยะเวลาความร่วมมือรวม 5 ปี
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สุขภาพมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง ผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงนวัตกรรมที่ใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การกำกับดูแลไม่สามารถอาศัยองค์ความรู้หรือวิธีการประเมินแบบเดิมเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป โจทย์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) วันนี้ ไม่ได้มีเพียงว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต แต่เราต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เครื่องมือ และวิธีการประเมินที่ดีเพียงพอที่จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะการกำกับดูแลที่ดีต้องทำให้ประชาชนมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทำให้ระบบกำกับดูแลเป็นข้อจำกัดต่อนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
นอกจากนี้ อย. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนด้านการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนพื้นที่ฝึกปฏิบัติงานจริงสำหรับนิสิตนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนาและบูรณาการหลักสูตรทั้งระดับปริญญาและหลักสูตรระยะสั้น ตลอดจนการเปิดโอกาสให้คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความเห็นทางวิชาการ เพื่อสนับสนุนการประเมินคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้าน ศ.ดร.ภก.พรศักดิ์ ศรีอมรศักดิ์ ประธานสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับหน่วยงานกำกับดูแลระดับประเทศอย่างเป็นระบบ โดยสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) พร้อมที่จะสนับสนุนทั้งคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัย เพื่อนำโจทย์จริงจากการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพไปพัฒนาต่อยอดในเชิงวิชาการ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์และบุคลากรทางการศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานในสถานที่จริง และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ (Reskill/Upskill) ให้เท่าทันเทคโนโลยีทางสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
เป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยวางรากฐาน Regulatory Science ของไทยให้เข้มแข็ง รองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ได้อย่างเท่าทัน เมื่อเรามีองค์ความรู้ งานวิจัย และกำลังคนที่เชื่อมโยงกับการกำกับดูแลได้จริง ประชาชนจะเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้เร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ระบบกำกับดูแลที่ทันสมัยและมีมาตรฐานยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น สนับสนุนนวัตกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

28 สิงหาคม 2569- ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนางานด้านวิทยาการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Regulatory Science) ระหว่างอย. และสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) โดยมีกรอบระยะเวลาความร่วมมือรวม 5 ปี
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สุขภาพมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง ผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงนวัตกรรมที่ใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การกำกับดูแลไม่สามารถอาศัยองค์ความรู้หรือวิธีการประเมินแบบเดิมเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป โจทย์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) วันนี้ ไม่ได้มีเพียงว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต แต่เราต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เครื่องมือ และวิธีการประเมินที่ดีเพียงพอที่จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะการกำกับดูแลที่ดีต้องทำให้ประชาชนมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ทำให้ระบบกำกับดูแลเป็นข้อจำกัดต่อนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
นอกจากนี้ อย. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนด้านการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนพื้นที่ฝึกปฏิบัติงานจริงสำหรับนิสิตนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนาและบูรณาการหลักสูตรทั้งระดับปริญญาและหลักสูตรระยะสั้น ตลอดจนการเปิดโอกาสให้คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความเห็นทางวิชาการ เพื่อสนับสนุนการประเมินคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้าน ศ.ดร.ภก.พรศักดิ์ ศรีอมรศักดิ์ ประธานสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับหน่วยงานกำกับดูแลระดับประเทศอย่างเป็นระบบ โดยสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) พร้อมที่จะสนับสนุนทั้งคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัย เพื่อนำโจทย์จริงจากการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพไปพัฒนาต่อยอดในเชิงวิชาการ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์และบุคลากรทางการศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานในสถานที่จริง และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ (Reskill/Upskill) ให้เท่าทันเทคโนโลยีทางสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
เป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยวางรากฐาน Regulatory Science ของไทยให้เข้มแข็ง รองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ได้อย่างเท่าทัน เมื่อเรามีองค์ความรู้ งานวิจัย และกำลังคนที่เชื่อมโยงกับการกำกับดูแลได้จริง ประชาชนจะเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้เร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ระบบกำกับดูแลที่ทันสมัยและมีมาตรฐานยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น สนับสนุนนวัตกรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน
อย. จับมือ สภาคณบดีคณะเภสัช วางรากฐาน Regulatory Science ไทย เชื่อมโจทย์จริง–งานวิจัย–กำลังคน รับนวัตกรรมสุขภาพยุคใหม่
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- สธ.ดัน HIA กลไกเชิงนโยบาย สู่ “เมืองสุขภาพดี” 935 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับสุขภาวะประชาชนอย่างยั่งยืน (6 views)
- รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ยกระดับการปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อ ด้วยการดูแลแบบครบวงจร (5 views)
- กรมวิทย์ฯ เชื่อมพลังเครือข่าย ยกระดับนวัตกรรมรังสีเครื่องมือแพทย์ไทยสู่มาตรฐานสากล (4 views)
- อย. จับมือ สยามไบโอไซเอนซ์–ดอยคำ ผนึกกำลังยกระดับศักยภาพผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย สร้างความมั่นคงทางยาเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย (2 views)
- กรมควบคุมโรค ชูนโยบาย 4 + 9 ยกระดับความมั่นคงทางสาธารณสุข เดินหน้า ลดเสี่ยง ลดโรค ลดภัย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยแข็งแรง (18 views)
- อย. ชี้แจง ยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm จัดเป็นเครื่องสำอาง ใช้ได้ตามปกติ พร้อมแจงยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm (16 views)
- ปลัด สธ. เผยผลตรวจสอบข้อมูล "หมอพร้อม" ที่ประชาชนร้องและอาจเกี่ยวกับเบิกจ่าย 19 รายการ พบรับบริการจริง (12 views)
- อย. ออกประกาศให้ “เกลือผสมไนไทรต์” เติมสีชมพู และแสดงคำเตือน ช่วยแยกจากเกลือทั่วไป ลดความเสี่ยงหยิบใช้ผิด (15 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
