กรมควบคุมโรค เปิดเผยไวรัสโคโรนาในค้างคาวเป็นการเฝ้าระวังโรคปกติในสัตว์ป่า ยังไม่พบติดเชื้อในคน ไม่มีสัญญาณระบาด
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:14 pm
กรมควบคุมโรค เปิดเผยไวรัสโคโรนาในค้างคาวเป็นการเฝ้าระวังโรคปกติในสัตว์ป่า ยังไม่พบติดเชื้อในคน ไม่มีสัญญาณระบาด
กรมควบคุมโรค เปิดเผยไวรัสโคโรนาในค้างคาวเป็นการเฝ้าระวังโรคปกติในสัตว์ป่า ยังไม่พบติดเชื้อในคน ไม่มีสัญญาณระบาด ยืนยันความเสี่ยงต่อประชาชนยังต่ำ
8 พฤษภาคม 2569-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีการตรวจพบไวรัสโคโรนาในค้างคาวในประเทศไทย เป็นการค้นพบทางวิชาการจากระบบเฝ้าระวังโรคตามปกติ ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการตรวจจับเชื้อโรคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ กล่าวว่า การศึกษาของนักวิจัยค้างคาวมงกุฎในถ้ำแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย ได้ค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาที่มีความใกล้ชิดกับไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นต้นตอของโควิด 19 การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของไวรัสในสัตว์ป่าได้ดีขึ้น แต่ข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น
การตรวจพบไวรัสโคโรนาในค้างคาวในประเทศไทยครั้งนี้ เป็นการค้นพบทางวิชาการจากระบบเฝ้าระวังโรคตามปกติในสัตว์ป่าตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ที่เชื่อมระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคระหว่างคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการตรวจจับเชื้อโรคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยประเทศไทยมีความร่วมมือระดับนานาชาติ และมีการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานสูง ซึ่งจากการเฝ้าระวังโรคขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในมนุษย์ และข้อมูลการศึกษาพบว่าเชื้อดังกล่าวมีความสามารถในการก่อโรคและแพร่กระจายต่ำกว่าโควิด 19 อย่างมาก วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไม่ให้มีความรุนแรงมากขึ้น จึงมีความเสี่ยงในการระบาดต่ำ
นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้ข้อแนะนำว่า ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสจากสัตว์สู่คนได้โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า โดยเฉพาะค้างคาว รวมถึงหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้มูลสัตว์หรือพื้นที่อับชื้นที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากสัตว์ ควรล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากหรือถุงมือ เมื่อต้องไปท่องเที่ยว หรือทำงานในพื้นที่ที่มีค้างคาวชุกชุม และหากมีอาการไข้ ไอ หายใจลำบาก หลังสัมผัสสัตว์หรือเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการติดเชื้อในมนุษย์ และความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ จึงไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
8 พฤษภาคม 2569-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีการตรวจพบไวรัสโคโรนาในค้างคาวในประเทศไทย เป็นการค้นพบทางวิชาการจากระบบเฝ้าระวังโรคตามปกติ ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการตรวจจับเชื้อโรคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ กล่าวว่า การศึกษาของนักวิจัยค้างคาวมงกุฎในถ้ำแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย ได้ค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาที่มีความใกล้ชิดกับไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นต้นตอของโควิด 19 การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของไวรัสในสัตว์ป่าได้ดีขึ้น แต่ข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น
การตรวจพบไวรัสโคโรนาในค้างคาวในประเทศไทยครั้งนี้ เป็นการค้นพบทางวิชาการจากระบบเฝ้าระวังโรคตามปกติในสัตว์ป่าตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ที่เชื่อมระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคระหว่างคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการตรวจจับเชื้อโรคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยประเทศไทยมีความร่วมมือระดับนานาชาติ และมีการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานสูง ซึ่งจากการเฝ้าระวังโรคขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในมนุษย์ และข้อมูลการศึกษาพบว่าเชื้อดังกล่าวมีความสามารถในการก่อโรคและแพร่กระจายต่ำกว่าโควิด 19 อย่างมาก วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไม่ให้มีความรุนแรงมากขึ้น จึงมีความเสี่ยงในการระบาดต่ำ
นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้ข้อแนะนำว่า ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสจากสัตว์สู่คนได้โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า โดยเฉพาะค้างคาว รวมถึงหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้มูลสัตว์หรือพื้นที่อับชื้นที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากสัตว์ ควรล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากหรือถุงมือ เมื่อต้องไปท่องเที่ยว หรือทำงานในพื้นที่ที่มีค้างคาวชุกชุม และหากมีอาการไข้ ไอ หายใจลำบาก หลังสัมผัสสัตว์หรือเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการติดเชื้อในมนุษย์ และความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ จึงไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
กรมควบคุมโรค เปิดเผยไวรัสโคโรนาในค้างคาวเป็นการเฝ้าระวังโรคปกติในสัตว์ป่า ยังไม่พบติดเชื้อในคน ไม่มีสัญญาณระบาด
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- อย. ออกประกาศให้ “เกลือผสมไนไทรต์” เติมสีชมพู และแสดงคำเตือน ช่วยแยกจากเกลือทั่วไป ลดความเสี่ยงหยิบใช้ผิด (5 views)
- สบส. ยกระดับ ศสมช. สู่ศูนย์ปฏิบัติการ NCDs ประจำหมู่บ้าน ลดแออัดโรงพยาบาล เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพใกล้บ้าน (7 views)
- กระทรวงสาธารณสุขจัดกิจกรรมวันบริจาคอวัยวะโลก ภายใต้แนวคิด “The Ultimate Gift of Life : ส่งต่อของขวัญแห่งชีวิต” (22 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู “ขมิ้นชัน” โมเดลสมุนไพรครบวงจร มุ่งสู่ยาทดแทนยาแผนปัจจุบันปูทางอุตสาหกรรมสุขภาพระดับโลก (10 views)
- เปิดสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา ยกระดับการกำกับดูแล คุ้มครองสังคม มุ่งใช้เพื่อการแพทย์และสุขภาพ (8 views)
- กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนรับมือโรคระบบทางเดินหายใจช่วงฤดูฝน แนะป้องกันตนเอง ลดเสี่ยงเจ็บป่วย (11 views)
- กรมควบคุมโรคเผยผลตรวจยืนยันพยาธิใบไม้ตับ พบผลยืนยันติดพยาธิใบไม้ตับ 4 ราย ย้ำผลคัดกรองต้องตรวจยืนยันก่อนวินิจฉัย (9 views)
- อย. กำชับผู้ประกอบการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไตรท์ให้ถูกต้อง ตรวจเข้มสถานที่ผลิตอาหารกลุ่มเสี่ยง (10 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
