Skip ไปที่เนื้อหา

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์จัดกิจกรรมชักอยากจะวิ่ง ปี 7 สร้างความตระหนักโรคสมอง ระบบประสาท และโรคลมชัก

อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
  • News
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์จัดกิจกรรมชักอยากจะวิ่ง ปี 7 สร้างความตระหนักโรคสมอง ระบบประสาท และโรคลมชัก

 โพสต์ News    47

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์จัดกิจกรรมชักอยากจะวิ่ง ปี 7
สร้างความตระหนักโรคสมอง ระบบประสาท และโรคลมชัก
“ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักหยุดเอง”
ชัก อยากจะวิ่ง สถาบันประสาทวิทยา
สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ จัดกิจกรรม ชักอยากจะวิ่ง ปี ที่ 7 ชี้โรคลมชักสามารถและรักษาหายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ พร้อมแนะ “ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักหยุดเอง”

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมชักอยากจะวิ่งปีที่ 7 ว่า โรคลมชักเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโรคนี้สามารถรักษาหายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ โรคลมชักมีความหลากหลายทางอาการ บางอาการสังเกตยาก ทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคดังกล่าว จึงไม่ได้รักษา เช่น ภาวะเหม่อลอย เบลอ จำอะไรไม่ได้ชั่วขณะ หลายวินาทีจนถึงไม่กี่นาทีแล้วหาย ทำให้ไม่ทันสังเกต ถ้ามีอาการเหล่านี้ซ้ำ ๆ แม้จะไม่มีอาการเกร็ง ชัก กระตุก ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ เช่น เกร็ง กระตุก ทำอะไรซ้ำ ๆ หยิบจับ ขยับมือ เคี้ยวปาก ตาลอย ทำให้บางครั้งคนทั่วไปอาจคิดว่าผีเข้าหรือเป็นเรื่องไสยศาสตร์ ประมาณร้อยละ 70 ของผู้ป่วยโรคลมชักรักษาและควบคุมได้ด้วยยากันชัก ส่วนที่เหลือมักจะดื้อต่อการรักษาด้วยยากันชัก แต่ก็สามารถตรวจประเมินเพื่อให้การรักษาด้วยการผ่าตัดได้ โดยทีมแพทย์เฉพาะด้านโรคลมชัก กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เป็นศูนย์กลางในการดูแลผู้ป่วยโรคลมชักขั้นสูงและครบวงจร ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคลมชักทุกประเภท ด้วยความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีขั้นสูง จากทั่วประเทศ จึงได้มีการจัดกิจกรรมชักอยากจะวิ่งปีที่ 7 run for brain 2026 เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคลมชักอย่างถูกต้อง

นพ.เอนก กนกศิลป์ ผอ.สถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ชัก...อยากจะวิ่ง 7 : Run For Brain 2026 จัดโดย สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา ชมรมโรคลมชักเพื่อประชาชน กับปีที่ 7 ของการจัดกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เรื่องการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคสมองและระบบประสาท อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง โรคลมชัก โรคสมองเสื่อม โรคปลายประสาทอักเสบ โรคปวดศีรษะเรื้อรัง ภาวะสมองล้า เป็นต้น โดยมีระยะทางการวิ่ง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร และกิจกรรมสมองโดยการวิ่งถอยหลังระยะทาง 100 เมตร มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม กว่า 1,500 คน และเพื่อให้สอดคล้องกับปีที่ 7 จึงขอแนะนำในการบรรลุภารกิจ 7 พฤติกรรมสุขภาพ เพื่อสมองสุขภาพดี 7 Habits for a Healthy Brain ได้แก่ ออกกำลังกายดี (1) ใครยังไม่เริ่ม ก็ต้องรู้สึกชักอยากจะเริ่ม และชักอยากจะวิ่ง กินอาหารที่ดี (2) มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มทำลายสุขภาพ นอนพักผ่อนดี (3) และมีคุณภาพ หลีกเลี่ยงการนอนดึกหรือนอนน้อย สุขภาพจิตดี (4) ด้วยการทำใจให้สดชื่นแจ่มใจ เมื่อมีปัญหาเรื่องอารมณ์และสุขภาพจิต ก็ไม่รีรอที่จะปรึกษาแพทย์ คิดดี (5) คิดเห็นตามความเป็นจริง ฝึกสมองด้วยการทำกิจกรรมที่ชอบและถนัดอย่างต่อเนื่อง ปฏิสัมพันธ์ดี (6) ด้วยการยังพูดคุย สื่อสาร และมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ เพื่อให้สมองยังได้ใช้งาน ฝึกการแก้ปัญหาอยู่เสมอ และท้ายที่สุดคือดูแลสุขภาพดี (7) ด้วยการหมั่นตรวจเช็คสุขภาพร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เมื่อมีโรค โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ก็รับประทานยาสม่ำเสมอ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการดูแลโรคนั้น ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เมื่อสามารถดำเนินการได้ดี ครบทั้ง 7 พฤติกรรมสุขภาพ จะช่วยให้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ห่างไกลจากโรคทั้งหลายทั้งปวงได้อย่างแน่นอน นอกจากจะได้ประโยชน์ ได้รับความรู้เพื่อดูแลตนเอง ครอบครัว และคนที่รักแล้ว กิจกรรมนี้ ยังมีส่วนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ที่เจ็บป่วยด้วยโรคทางระบบประสาท ผ่านมูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา สำหรับวิธีการพยาบาลโรคลมชักที่ถูกต้องคือ “ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักหยุดเอง” เพียงดูแลให้ผู้ป่วยชักอย่างปลอดภัย ดูแลสภาพสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยขณะมีอาการชัก เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย เช่น พลัดตก กระแทกของแข็ง ของมีคม ตกน้ำ หรืออุบัติเหตุอื่น ๆ เป็นต้น เมื่อผู้ป่วยหยุดชักจึงให้ผู้ป่วยนอนตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อระบายน้ำลายหรือสารคัดหลั่งในปาก คลายเสื้อผ้าให้หลวม อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท ดูแลให้ความช่วยเหลือจนกว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวรู้เรื่องเป็นปกติ จึงค่อยถามไถ่ให้ความช่วยเหลือตามสถานการณ์ หากผู้ป่วยมีอาการชักเป็นครั้งแรก ชักนานกว่า 5 นาที หรือได้รับบาดเจ็บจากการชัก ให้นำส่งโรงพยาบาลหรือโทรฉุกเฉิน 1669 เพื่อการดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไป
 สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์จัดกิจกรรมชักอยากจะวิ่ง ปี 7 สร้างความตระหนักโรคสมอง ระบบประสาท และโรคลมชัก
 อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount