หมอเด็กแนะโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส สาเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบและโรคไอพีดีได้
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:14 pm
หมอเด็กแนะโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส สาเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบและโรคไอพีดีได้
กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เผยโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส สามารถพบได้ในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ตามช่องโพรงจมูกและลำคอ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบและโรคไอพีดีได้ สามารถป้องกันลดความเสี่ยงได้ด้วยวัคซีน
นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เผยว่า การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในประเทศไทย ถือเป็นภารกิจสำคัญทางด้านสาธารณสุขและการสื่อสารองค์กรในโรงพยาบาล เนื่องจากเชื้อนิวโมคอคคัสเป็น "ภัยเงียบ" ที่รุนแรงแต่ป้องกันได้ จากสถิติที่ผ่านมาย้อนหลัง 3 ปี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ พบผู้ป่วย 101 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และเกิดโรคแทรกซ้อน 36 ราย (ร้อยละ 36) ในประเทศไทย อุบัติการณ์และอัตราการป่วย ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี มีอุบัติการณ์การติดเชื้อในกระแสเลือด 33.8 ต่อ 100,000 คน/ปี ซึ่งหากเปรียบเทียบกับสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในเด็กไทยกลุ่มเดียวกัน โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสมีอุบัติการณ์ใกล้เคียงกัน มีสาเหตุจากเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งทางกรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เราเป็นหน่วยงานที่มีผู้เชี่ยวชาญในโรคยุ่งยากซับซ้อน พร้อมให้การดูแลรักษาผู้ป่วยเด็ก และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกอบรมให้ความรู้แก่แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มพูนสั่งสมความเชี่ยวชาญในระดับสากล
นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า Invasive Pneumococcal Disease (IPD) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ซึ่งเป็นเชื้อฉวยโอกาสที่อาศัยในโพรงจมูกและลำคอของประชากรทั่วไปโดยไม่แสดงอาการโดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีอัตราการเป็นพาหะสูง การแพร่กระจายเกิดผ่านทางละอองฝอยจากการไอและจาม คล้ายกลไกการแพร่กระจายของไวรัสไข้หวัดใหญ่การจำแนกความรุนแรงของโรค โดยโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส จำแนกตามลักษณะทางพยาธิวิทยาได้ 2 รูปแบบ 1. โรคแบบไม่รุกราน เชื้อก่อโรคเฉพาะบริเวณเยื่อบุผิว ได้แก่ โรคหูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ และปอดบวมระดับไม่รุนแรง ซึ่งพบอุบัติการณ์สูงในเด็กปฐมวัย โรคแบบรุกราน เชื้อทะลุผ่านเยื่อบุผิวเข้าสู่บริเวณที่ปกติปราศจากเชื้อโรค ได้แก่ การติดเชื้อในกระแสเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง นำไปสู่ภาวะช็อกจากการติดเชื้อ และภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทถาวรสูง รวมถึงความบกพร่องทางสติปัญญา การสูญเสียการได้ยิน และความพิการทางกาย ปอดบวมชนิดรุนแรงร่วมกับการติดเชื้อในเลือด ภาวะปอดบวมที่มีความรุนแรงสูงจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรครูปแบบรุกราน ได้แก่ ทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2-5 ปี ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
รศ.พิเศษ พญ.วารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อในเด็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะในขนาดที่เหมาะสม (appropriate antimicrobial therapy) ร่วมกับการรักษาประคับประคอง (supportive care) ตามความรุนแรงของโรค เช่น การให้ออกซิเจนเสริม การให้สารน้ำทางหลอดเลือด หรือการใช้เครื่องช่วยหายใจในรายที่มีภาวะระบบหายใจล้มเหลว ความท้าทายสำคัญในปัจจุบันคือ ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (antimicrobial resistance) โดยพบว่าเชื้อ S. pneumoniae ในประเทศไทยมีอัตราการดื้อยาต่อเพนิซิลลินและยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องใช้ยา หรือโรคเพื่อครอบคลุมอาการของผู้ป่วย แพทย์จะมีการเพาะเชื้อ และเมื่อทราบผล อาจเปลี่ยนยาปฏิชีวนะเป็นชนิดที่ใช้กับเชื้อนั้น เพื่อให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นเร็วที่สุด การรักษาและความท้าทายด้านการดื้อยา มาตรการป้องกันโรคการป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสมีหลายระดับ โดยมาตรการที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีประสิทธิผลสูงสุดคือ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน (Immunization) การเลี้ยงดูด้วยนมแม่ (Breastfeeding) มาตรการสุขอนามัยและการควบคุมการติดเชื้อ ล้างมือด้วยน้ำสบู่ สวมหน้ากากอนามัย อย่างไรก็ตามการป้องกันโรค และลดอัตราการเจ็บป่วยและเสี่ยงเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงและเด็ก วัคซีนจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรค รวมถึงการมีสุขอนามัยที่ดี

นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า Invasive Pneumococcal Disease (IPD) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ซึ่งเป็นเชื้อฉวยโอกาสที่อาศัยในโพรงจมูกและลำคอของประชากรทั่วไปโดยไม่แสดงอาการโดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีอัตราการเป็นพาหะสูง การแพร่กระจายเกิดผ่านทางละอองฝอยจากการไอและจาม คล้ายกลไกการแพร่กระจายของไวรัสไข้หวัดใหญ่การจำแนกความรุนแรงของโรค โดยโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส จำแนกตามลักษณะทางพยาธิวิทยาได้ 2 รูปแบบ 1. โรคแบบไม่รุกราน เชื้อก่อโรคเฉพาะบริเวณเยื่อบุผิว ได้แก่ โรคหูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ และปอดบวมระดับไม่รุนแรง ซึ่งพบอุบัติการณ์สูงในเด็กปฐมวัย โรคแบบรุกราน เชื้อทะลุผ่านเยื่อบุผิวเข้าสู่บริเวณที่ปกติปราศจากเชื้อโรค ได้แก่ การติดเชื้อในกระแสเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง นำไปสู่ภาวะช็อกจากการติดเชื้อ และภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทถาวรสูง รวมถึงความบกพร่องทางสติปัญญา การสูญเสียการได้ยิน และความพิการทางกาย ปอดบวมชนิดรุนแรงร่วมกับการติดเชื้อในเลือด ภาวะปอดบวมที่มีความรุนแรงสูงจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรครูปแบบรุกราน ได้แก่ ทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2-5 ปี ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
รศ.พิเศษ พญ.วารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อในเด็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะในขนาดที่เหมาะสม (appropriate antimicrobial therapy) ร่วมกับการรักษาประคับประคอง (supportive care) ตามความรุนแรงของโรค เช่น การให้ออกซิเจนเสริม การให้สารน้ำทางหลอดเลือด หรือการใช้เครื่องช่วยหายใจในรายที่มีภาวะระบบหายใจล้มเหลว ความท้าทายสำคัญในปัจจุบันคือ ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (antimicrobial resistance) โดยพบว่าเชื้อ S. pneumoniae ในประเทศไทยมีอัตราการดื้อยาต่อเพนิซิลลินและยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องใช้ยา หรือโรคเพื่อครอบคลุมอาการของผู้ป่วย แพทย์จะมีการเพาะเชื้อ และเมื่อทราบผล อาจเปลี่ยนยาปฏิชีวนะเป็นชนิดที่ใช้กับเชื้อนั้น เพื่อให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นเร็วที่สุด การรักษาและความท้าทายด้านการดื้อยา มาตรการป้องกันโรคการป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสมีหลายระดับ โดยมาตรการที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีประสิทธิผลสูงสุดคือ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน (Immunization) การเลี้ยงดูด้วยนมแม่ (Breastfeeding) มาตรการสุขอนามัยและการควบคุมการติดเชื้อ ล้างมือด้วยน้ำสบู่ สวมหน้ากากอนามัย อย่างไรก็ตามการป้องกันโรค และลดอัตราการเจ็บป่วยและเสี่ยงเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงและเด็ก วัคซีนจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรค รวมถึงการมีสุขอนามัยที่ดี
หมอเด็กแนะโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส สาเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบและโรคไอพีดีได้
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (190 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (109 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (218 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (938 views)
- หมอหู คอ จมูก เด็ก แนะนำวิธีปฐมพยาบาลเมื่อลูกเลือดกำเดาไหล (160 views)
- มาทำความรู้จัก "โรคกาฬหลังแอ่น" เพื่อป้องกันลูกน้อย (1379 views)
- หมอเด็กแนะนำ เคล็ดลับพาเจ้าตัวเล็กเล่นน้ำคลายร้อน รับมือปิดเทอมและหน้าร้อน (6468 views)
- สร้างความตระหนักรู้ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก 26 มีนาคม Purple Day (1613 views)
