ผิวหนังอักเสบจากด้วงก้นกระดก รอยโรคและอาการ วิธีป้องกันและคำแนะนำในการดูแลเบื้องต้น
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
ผิวหนังอักเสบจากด้วงก้นกระดก รอยโรคและอาการ วิธีป้องกันและคำแนะนำในการดูแลเบื้องต้น
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เตือนประชาชนให้เฝ้าระวังการเกิด "ผิวหนังอักเสบจากด้วงก้นกระดก" ซึ่งมักพบมากขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะบริเวณบ้านเรือนที่มีแสงไฟล่อแมลงในเวลากลางคืน หากสัมผัสสารพิษจากแมลงชนิดนี้อาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ แสบร้อน และมีตุ่มน้ำได้
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า "ด้วงก้นกระดก หรือ ด้วงปีกสั้น" เป็นแมลงลำตัวยาว สีส้มสลับดำ ตัวแมลงไม่ได้กัดหรือดูดเลือด แต่จะปล่อยสารพิษชื่อ "เพเดอริน (Pederin)" ออกมาเมื่อถูกรบกวน เช่น ถูกปัด ถูกบีบ หรือถูกขยี้ ทำให้ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสเกิดการอักเสบ ผู้ป่วยมักมีผื่นแดง แสบร้อน คัน หรือเกิดตุ่มน้ำ โดยอาการมักเริ่มขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง พบบ่อยบริเวณใบหน้า คอ แขน ขา และลำตัว
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า แม้ผิวหนังอักเสบจากด้วงก้นกระดกจะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจทำให้เกิดรอยดำหรือแผลเป็นได้ จึงขอให้ประชาชนตระหนักและปฏิบัติตัวอย่างถูกวิธี หากมีอาการผิดปกติควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ วิธีป้องกันทำได้โดย หลีกเลี่ยงการใช้มือปัดหรือขยี้แมลง ให้ใช้กระดาษหรือวัสดุอื่นค่อย ๆ เขี่ยออก ปิดประตูหน้าต่าง หรือใช้มุ้งลวดในเวลากลางคืน ลดการเปิดไฟล่อแมลงและซักเสื้อผ้าหากสงสัยว่าสารพิษอาจปนเปื้อน
นพ.ปุณวิศ สุทธิกุลณเศรษฐ์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า อาการส่วนใหญ่ไม่รุนแรง และมักดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่อาจทิ้งรอยดำหรือแผลเป็นได้ โดยเฉพาะหากมีการติดเชื้อแทรกซ้อนจากการเกา
❤คำแนะนำในการดูแลเบื้องต้น
1. หากสัมผัสแมลงหรือมีอาการผิดปกติบนผิวหนัง ควร รีบล้างบริเวณที่สงสัยด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน
2. ทายาลดการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ปานกลางถึงสูง เพื่อลดอาการแสบร้อน และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เขี่ยวชาญ
3. หากมีตุ่มหนอง แผลบวมแดงมาก หรือเป็นบริเวณใบหน้า ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า แม้ผิวหนังอักเสบจากด้วงก้นกระดกจะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจทำให้เกิดรอยดำหรือแผลเป็นได้ จึงขอให้ประชาชนตระหนักและปฏิบัติตัวอย่างถูกวิธี หากมีอาการผิดปกติควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ วิธีป้องกันทำได้โดย หลีกเลี่ยงการใช้มือปัดหรือขยี้แมลง ให้ใช้กระดาษหรือวัสดุอื่นค่อย ๆ เขี่ยออก ปิดประตูหน้าต่าง หรือใช้มุ้งลวดในเวลากลางคืน ลดการเปิดไฟล่อแมลงและซักเสื้อผ้าหากสงสัยว่าสารพิษอาจปนเปื้อน
นพ.ปุณวิศ สุทธิกุลณเศรษฐ์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า อาการส่วนใหญ่ไม่รุนแรง และมักดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่อาจทิ้งรอยดำหรือแผลเป็นได้ โดยเฉพาะหากมีการติดเชื้อแทรกซ้อนจากการเกา
❤คำแนะนำในการดูแลเบื้องต้น
1. หากสัมผัสแมลงหรือมีอาการผิดปกติบนผิวหนัง ควร รีบล้างบริเวณที่สงสัยด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน
2. ทายาลดการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ปานกลางถึงสูง เพื่อลดอาการแสบร้อน และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เขี่ยวชาญ
3. หากมีตุ่มหนอง แผลบวมแดงมาก หรือเป็นบริเวณใบหน้า ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผิวหนังอักเสบจากด้วงก้นกระดก รอยโรคและอาการ วิธีป้องกันและคำแนะนำในการดูแลเบื้องต้น
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (3 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (51 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (55 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (53 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (90 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (80 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (120 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน
