
นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผอ.สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลผู้เข้ารับการบำบัดรักษายาและสารเสพติดของ สบยช.ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา พบว่ายาและสารเสพติดที่เข้ารับการบำบัด มากที่สุด 4 อันดับแรก คือ ยาบ้า ร้อยละ 32.52 เฮโรอีน ร้อยละ 21.88 กัญชา ร้อยละ 13.37 สุรา ร้อยละ 10.99 สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในขณะนี้คือ เฮโรอีน ซึ่งพบแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชนในบางพื้นที่ นอกจากนี้ยังเริ่มพบพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทแบบผสมหลายชนิดในกลุ่มวัยรุ่น ประกอบกับรูปแบบการซื้อขายที่เปลี่ยนไปสู่ช่องทางออนไลน์ ทำให้เยาวชนเข้าถึงยาเสพติดได้ง่ายขึ้น ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งต่อสุขภาพกาย จิตใจ ครอบครัว และเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อเป็นการสนองนโยบายเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สบยช. จึงได้จัดโครงการรณรงค์ ผ่านการขับเคลื่อน 2 ส่วนสำคัญ คือ การลงพื้นที่เชิงรุกในสถานศึกษา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชนในเขตจังหวัดปทุมธานี ผ่านกิจกรรมเสวนาเรื่องโทษพิษภัยและการป้องกันภัยยาเสพติดซึ่งได้รับการตอบรับและร่วมมือจากคณะครูและนักเรียนเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่ ผู้ป่วย ได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ ผ่านการประกวดจัดบอร์ดนิทรรศการ และการประกวดจัดทำคลิปวิดีโอสั้น เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัดรักษาได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ตระหนักรู้ถึงโทษพิษภัย และสร้างพลังใจในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ
ทั้งนี้หากประชาชนประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 หรือเข้ารับการบำบัดรักษาได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ รพ.ธัญญารักษ์เชียงใหม่ รพ.ธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน รพ.ธัญญารักษ์ขอนแก่น รพ.ธัญญารักษ์อุดรธานี รพ.ธัญญารักษ์สงขลา และรพ.ธัญญารักษ์ปัตตานี หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th
