
อย. เดินหน้ายกระดับระบบบริการด้านยาของประเทศสู่ยุคดิจิทัล เปิดทางให้ร้านขายยาให้บริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) อย่างเป็นทางการ พร้อมรับรองโปรแกรมประยุกต์ 7 แพลตฟอร์มแรกที่สามารถนำไปให้บริการได้ตามกฎหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงคำปรึกษาจากเภสัชกรและบริการด้านยาได้สะดวกมากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานความปลอดภัย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการกำกับดูแลตามกฎหมายอย่างเข้มงวด คาดมีร้านขายยาพร้อมเข้าร่วมให้บริการกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ
24 มิถุนายน 2569-ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เพื่อรองรับการให้บริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) ของร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1) โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบบริการสุขภาพดิจิทัลของประเทศ ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงคำปรึกษาและบริการด้านยาจากเภสัชกรผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลได้สะดวกยิ่งขึ้น ภายใต้ระบบที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการ
การผลักดัน Telepharmacy จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงบริการด้านยา โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง ให้สามารถรับคำปรึกษาจากเภสัชกรได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับร้านขายยาไทยให้ก้าวสู่การให้บริการในรูปแบบดิจิทัลที่มีมาตรฐาน สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลของประเทศ
ปัจจุบัน อย. ได้ประกาศรับรองโปรแกรมประยุกต์ที่สามารถให้บริการ Telepharmacy ได้ จำนวน 7 แพลตฟอร์ม ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิอย่างรอบด้าน ทั้งด้านกฎหมาย ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการกำกับดูแลตามกฎหมาย ประกอบด้วย

เลขาธิการฯ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า Telepharmacy ไม่ใช่การจำหน่ายยาผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่มีการควบคุม แต่เป็นบริการที่ดำเนินการโดยร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย มีเภสัชกรให้คำปรึกษา ประเมินความเหมาะสมในการใช้ยา และมีระบบกำกับดูแลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการด้านยา ควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
