Skip ไปที่เนื้อหา

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยโควิดสายพันธุ์ใหม่ “XFG” หรือ “สเตรตัส” ยังไม่พบอาการรุนแรงย้ำเฝ้าระวังต่อเนื่อง


  • สุขภาพดี.com ออฟไลน์
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยโควิดสายพันธุ์ใหม่ “XFG” หรือ “สเตรตัส” ยังไม่พบอาการรุนแรงย้ำเฝ้าระวังต่อเนื่อง

 โพสต์ สุขภาพดี.com    73

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์โควิด 19 พบว่า สายพันธุ์ “XFG” หรือที่เรียกว่า สเตรตัส (Stratus) กำลังกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดทั่วโลก โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อื่น
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยโควิดสายพันธุ์ใหม่ XFG หรือ สเตรตัส ยังไม่พบอาการรุนแรงย้ำเฝ้าระวังต่อเนื่
นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยตรวจพบสายพันธุ์ XFG ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2568 และจนถึงวันที่ 24 กันยายน 2568 มีรายงานสะสมแล้ว 33 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในเขตสุขภาพที่ 13 จำนวน 23 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และปวดศีรษะ และยังไม่มีรายใดต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
Re2%2862%29

Re3%2867%29
ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อโควิด 19 อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 1 เมษายน – 24 กันยายน 2568 ได้ทำการถอดรหัสแล้ว 608 ตัวอย่าง พบว่าเป็น

- สายพันธุ์ NB.1.8.1* ร้อยละ 73.7
- สายพันธุ์ XEC* ร้อยละ 8.7
- สายพันธุ์ JN.1* ร้อยละ 6.4
- สายพันธุ์ XFG* ร้อยละ 5.4
- สายพันธุ์อื่น ๆ รวมร้อยละ 5.7


นับตั้งแต่เริ่มการระบาดในประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคม 2563 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้เผยแพร่ข้อมูลจีโนมของเชื้อโควิด-19 เข้าสู่ฐานข้อมูลสากล GISAID แล้วกว่า 48,865 ราย เพื่อสนับสนุนระบบเฝ้าระวังโรคระดับโลก

เน้นย้ำว่า แม้สายพันธุ์ XFG ยังไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง แต่ประชาชนควรป้องกันตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และหากมีาการผิดปกติ เช่น ไข้ ไอ หรือหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม

 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยโควิดสายพันธุ์ใหม่ “XFG” หรือ “สเตรตัส” ยังไม่พบอาการรุนแรงย้ำเฝ้าระวังต่อเนื่อง
 เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ

เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount