กรมอนามัย แนะ 3 ดูด ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี และ 5 เทคนิคกระตุ้นน้ำนม
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมอนามัย แนะ 3 ดูด ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี และ 5 เทคนิคกระตุ้นน้ำนม
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะ 3 ดูด ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม รวมทั้งแม่หลังคลอดควรได้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ พร้อมเสริมผัก 5 ชนิด ที่จะช่วยให้น้ำนมมีคุณภาพ เพียงพอ พร้อมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติ และทุกวันที่ 1-7 สิงหาคมของทุกปีประกาศเป็นสัปดาห์นมแม่โลก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงส่งเสริมสนับสนุนให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ยาวนานตามความต้องการ โดยปี 2556 นี้ สัปดาห์นมแม่โลกได้กำหนดแนวคิดในการส่งเสริม สนับสนุนการเลี้ยงลุกด้วยนมแม่ ว่า ?Enabling Breastfeeding? ?สานพลัง สร้างสรรค์ สังคมนมแม่ เพื่อพ่อแม่ที่ต้องทำงาน? กรมอนามัยยังคงเดินหน้าสนับสนุนให้แม่ทุกคนสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เพราะนมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทารก ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ เช่น การติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ หอบหืด และหูอักเสบ อีกทั้ง ยังช่วยสร้างความอบอุ่น และสานสัมพันธ์ความรักระหว่างแม่กับลูกผ่านการโอบกอดระหว่างให้นมแม่
เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ กรมอนามัยจึงรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วนมแม่ เพื่อให้ลูกได้ดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียว 6 เดือน ตามข้อแนะนำองค์การอนามัยโลก พร้อมแนะเทคนิค 3 ดูด ดังนี้ 1) ดูดเร็ว ให้ลูกดูดนมทันทีหลังคลอด ภายใน 1 ชั่วโมง 2) ดูดบ่อย ให้ลูกดูดนมอย่างน้อยทุก 2-3 ชั่วโมง และ 3) ดูดถูกวิธี โดยให้ลูกดูดนมจากอกแม่อย่างถูกวิธี และในแต่ละครั้งควรให้ลูกดูดนมให้เกลี้ยงเต้า เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมของคุณแม่ให้เพิ่มขึ้นตามความต้องการของลูกน้อย เนื่องจากแม่ที่ให้นมลูกต้องการพลังงานมากกว่าคนปกติ ถึง 500 กิโลแคลอรี ดังนั้น แม่จึงควรกินอาหารหลากหลายครบทุกหมู่ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยอาหารที่มีส่วนช่วยเพิ่มน้ำนมให้กับแม่หลังคลอดบุตร คือ อาหารที่พบได้ในชีวิตประจำวันและกินกันโดยทั่วไปนั่นเอง ได้แก่ ผักต่าง ๆ ผลไม้ต่าง ๆ เนื้อสัตว์ ธัญพืช และผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม เพราะอุดมด้วยสารอาหาร อาทิ โฟเลต แคลเซียม ธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี ที่จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพคุณแม่หลังคลอด อีกทั้ง ควรรับประทานอาหารที่มีผัก 5 ชนิดนี้ เป็นส่วนประกอบจะช่วยในการกระตุ้นและเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ 1) เมนูหัวปลี เช่น แกงเลียง ยำหัวปลี แกงไก่ใส่หัวปลี ต้มหัวปลีจิ้มกับน้ำพริก หัวปลีมีธาตุเหล็กและแคลเซียมสูง และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิด 2) เมนูขิง เช่น ไก่ผัดพริกขิง ยำปลาทูใส่ขิง มันต้มขิง น้ำขิง ขิงมีฤทธิ์ร้อนช่วยขับลม ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นเหมาะกับแม่หลังคลอด และช่วยย่อยอาหาร ลดความเสี่ยงของอาการท้องผูกหลังคลอดได้ และยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อแม่และ 3) เมนูใบกระเพรา ได้แก่ ผัดกระเพราหมู ไก่ ปลา แกงป่าไก่ ผัดฉ่าปลาหมึก ต้มโคลงหรือต้มส้ม ใบกระเพรามีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง มีฤทธิ์ขับลม บำรุงธาตุ เพิ่มน้ำนม 4) เมนูฟักทอง เช่น แกงเลียง ฟักทองผัดไข่ ฟักทองนึ่ง แกงบวดฟักทอง ฟักทองมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา ทั้งยังมีฟอสฟอรัสและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงอีกด้วย และ 5) เมนูกุยช่าย เช่น กุยช่ายผัดตับ ขนมกุยช่าย ผัดกุยช่ายหมูสับ เพราะกุยช่ายมีฟอสฟอรัสสูง ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง และดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต และยังมีส่วนช่วยในการบำรุงน้ำนม
นอกจากนี้ คุณแม่ที่ให้นมลูกควรเพิ่มปริมาณน้ำดื่มอีก 1 ลิตรจากที่ดื่มอยู่ตามปกติ เพราะน้ำเป็นหนึ่งในอาหารเพิ่มน้ำนมที่จะถูกนำไปช่วยสร้างและเพิ่มน้ำนมแม่ และควรเป็นน้ำอุ่นเท่านั้น ควรงดน้ำเย็นและบรรดาน้ำอัดลม รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพื่อให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอและเป็นน้ำนมคุณภาพของลูกน้อยอีกด้วย

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติ และทุกวันที่ 1-7 สิงหาคมของทุกปีประกาศเป็นสัปดาห์นมแม่โลก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงส่งเสริมสนับสนุนให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ยาวนานตามความต้องการ โดยปี 2556 นี้ สัปดาห์นมแม่โลกได้กำหนดแนวคิดในการส่งเสริม สนับสนุนการเลี้ยงลุกด้วยนมแม่ ว่า ?Enabling Breastfeeding? ?สานพลัง สร้างสรรค์ สังคมนมแม่ เพื่อพ่อแม่ที่ต้องทำงาน? กรมอนามัยยังคงเดินหน้าสนับสนุนให้แม่ทุกคนสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เพราะนมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทารก ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ เช่น การติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ หอบหืด และหูอักเสบ อีกทั้ง ยังช่วยสร้างความอบอุ่น และสานสัมพันธ์ความรักระหว่างแม่กับลูกผ่านการโอบกอดระหว่างให้นมแม่
เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ กรมอนามัยจึงรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วนมแม่ เพื่อให้ลูกได้ดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียว 6 เดือน ตามข้อแนะนำองค์การอนามัยโลก พร้อมแนะเทคนิค 3 ดูด ดังนี้ 1) ดูดเร็ว ให้ลูกดูดนมทันทีหลังคลอด ภายใน 1 ชั่วโมง 2) ดูดบ่อย ให้ลูกดูดนมอย่างน้อยทุก 2-3 ชั่วโมง และ 3) ดูดถูกวิธี โดยให้ลูกดูดนมจากอกแม่อย่างถูกวิธี และในแต่ละครั้งควรให้ลูกดูดนมให้เกลี้ยงเต้า เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมของคุณแม่ให้เพิ่มขึ้นตามความต้องการของลูกน้อย เนื่องจากแม่ที่ให้นมลูกต้องการพลังงานมากกว่าคนปกติ ถึง 500 กิโลแคลอรี ดังนั้น แม่จึงควรกินอาหารหลากหลายครบทุกหมู่ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยอาหารที่มีส่วนช่วยเพิ่มน้ำนมให้กับแม่หลังคลอดบุตร คือ อาหารที่พบได้ในชีวิตประจำวันและกินกันโดยทั่วไปนั่นเอง ได้แก่ ผักต่าง ๆ ผลไม้ต่าง ๆ เนื้อสัตว์ ธัญพืช และผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม เพราะอุดมด้วยสารอาหาร อาทิ โฟเลต แคลเซียม ธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี ที่จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพคุณแม่หลังคลอด อีกทั้ง ควรรับประทานอาหารที่มีผัก 5 ชนิดนี้ เป็นส่วนประกอบจะช่วยในการกระตุ้นและเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ 1) เมนูหัวปลี เช่น แกงเลียง ยำหัวปลี แกงไก่ใส่หัวปลี ต้มหัวปลีจิ้มกับน้ำพริก หัวปลีมีธาตุเหล็กและแคลเซียมสูง และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิด 2) เมนูขิง เช่น ไก่ผัดพริกขิง ยำปลาทูใส่ขิง มันต้มขิง น้ำขิง ขิงมีฤทธิ์ร้อนช่วยขับลม ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นเหมาะกับแม่หลังคลอด และช่วยย่อยอาหาร ลดความเสี่ยงของอาการท้องผูกหลังคลอดได้ และยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อแม่และ 3) เมนูใบกระเพรา ได้แก่ ผัดกระเพราหมู ไก่ ปลา แกงป่าไก่ ผัดฉ่าปลาหมึก ต้มโคลงหรือต้มส้ม ใบกระเพรามีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง มีฤทธิ์ขับลม บำรุงธาตุ เพิ่มน้ำนม 4) เมนูฟักทอง เช่น แกงเลียง ฟักทองผัดไข่ ฟักทองนึ่ง แกงบวดฟักทอง ฟักทองมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา ทั้งยังมีฟอสฟอรัสและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงอีกด้วย และ 5) เมนูกุยช่าย เช่น กุยช่ายผัดตับ ขนมกุยช่าย ผัดกุยช่ายหมูสับ เพราะกุยช่ายมีฟอสฟอรัสสูง ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง และดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต และยังมีส่วนช่วยในการบำรุงน้ำนม
นอกจากนี้ คุณแม่ที่ให้นมลูกควรเพิ่มปริมาณน้ำดื่มอีก 1 ลิตรจากที่ดื่มอยู่ตามปกติ เพราะน้ำเป็นหนึ่งในอาหารเพิ่มน้ำนมที่จะถูกนำไปช่วยสร้างและเพิ่มน้ำนมแม่ และควรเป็นน้ำอุ่นเท่านั้น ควรงดน้ำเย็นและบรรดาน้ำอัดลม รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพื่อให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอและเป็นน้ำนมคุณภาพของลูกน้อยอีกด้วย
กรมอนามัย แนะ 3 ดูด ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี และ 5 เทคนิคกระตุ้นน้ำนม
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- ปิดเทอมกลางนี้ หมอเด็กแนะวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ดีมาบอก (57 views)
- สถาบันสุขภาพเด็กฯ แนะปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุด้วยนั่งคาร์ซีทเพิ่มความปลอดภัย (176 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (233 views)
- ทำความรู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (185 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเบื้องต้นอย่างถูกต้อง เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้ (202 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (324 views)
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (195 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (54 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
