กรมอนามัย ชี้ ยาสีฟันไม่ช่วยให้ฟันงอกใหม่ ย้ำ ดูแลฟันให้แข็งแรงด้วยสูตร 2 - 2 - 2
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมอนามัย ชี้ ยาสีฟันไม่ช่วยให้ฟันงอกใหม่ ย้ำ ดูแลฟันให้แข็งแรงด้วยสูตร 2 - 2 - 2
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ย้ำ ยาสีฟันที่อวดอ้างคุณสมบัติช่วยให้ฟันงอกขึ้นมาในช่องปากได้ภายหลังการใช้นั้น ไม่เป็นความจริง พร้อมแนะวิธีการป้องกันการสูญเสียฟันในช่องปากที่ดีที่สุด ด้วยการแปรงฟันตามหลัก 2 - 2 - 2 เพื่อสุขภาวะของฟันและเหงือกที่ดี
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีมีการโฆษณาขายยาสีฟัน ในสื่อออนไลน์ โดยการอวดอ้างคุณสมบัติช่วยให้ฟันงอกขึ้นมาในช่องปากได้ภายหลังการใช้ ซึ่งข้อควาโฆษณาดังกล่าวไม่เป็นความจริง ยาสีฟันเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดฟันร่วมกับการแปรงฟันเท่านั้น ไม่สามารถทำให้เกิดการงอกของฟันขึ้นมาใหม่ในช่องปากได้ เนื่องจากหน่อฟันแท้ของคนเราจะสร้างในขากรรไกรตั้งแต่วัยเด็ก และจะเริ่มขึ้นมาในช่องปากตั้งแต่อายุประมาณ 6 ปี จนครบ 28 ซี่ ตอนอายุประมาณ 12-13 ปี หากผู้บริโภคหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ นอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังเสียโอกาสในการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากที่เหมาะสม โดยยาสีฟันที่ควรใช้สำหรับทำความสะอาดช่องปาก คือ ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ซึ่งผู้บริโภคสามารตรวจดูได้บนฉลากยาสีฟัน เนื่องจากฟลูออไรด์ในยาสีฟัน จะมีคุณสมบัติปกป้องฟันจากกรดที่แบคทีเรียในช่องปากปล่อยออกมาขณะจับตัวกับอาหารที่ตกค้างบนผิวฟัน โดยช่วยให้เคลือบฟันแข็งแรงขึ้น ทำให้ผิวฟันเกิดความเสียหายจากกรดดังกล่าวลดลง นอกจากนี้ยังช่วยให้ฟันบริเวณที่เพิ่งเริ่มเกิดการผุกร่อนกลับมามีสุขภาพดีดังเดิมได้
ทางด้าน ทันตแพทย์หญิงวรางคนา เวชวิธี ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าวว่า การป้องกันการสูญเสียฟันในช่องปากที่ดีที่สุด คือ การแปรงฟันตามหลัก 2 - 2 - 2 ได้แก่
1) แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอนด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
2) แปรงฟันนานครั้งละ 2 นาทีขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าแปรงฟันได้สะอาดทั่วทั้งปาก ทุกซี่ และทุกด้าน และเป็นการให้เวลาฟลูออไรด์ในยาสีฟันจับกับผิวเคลือบฟันเพื่อป้องกันฟันผุ
3) งดกินอาหารและเครื่องดื่มหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง เพื่อให้ช่องปากสะอาดนานที่สุด
ทั้งนี้ เด็กอายุ ต่ำกว่า 3 ปี ผู้ปกครองแปรงฟันให้เด็กอย่างใกล้ขิด โดยบีบยาสีฟันแตะขนแปรงพอเปียก และเช็ดฟองออก เด็กอายุ 3 - 6 ปี บีบยาสีฟันเท่ากับความกว้างของแปรง โดยผู้ปกครองบีบยาสีฟันให้เด็กแปรงฟันเองและมีผู้ปกครองช่วยแปรงซ้ำ เด็กอายุ 6 ปี และผู้ใหญ่ บีบยาสีฟันเท่ากับความยาวขนแปรงให้เด็กแปรงฟันเองและผู้ปกครองตรวจความสะอาดซ้ำ เพื่อสุขภาวะของฟันและเหงือกที่ดี

ทางด้าน ทันตแพทย์หญิงวรางคนา เวชวิธี ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าวว่า การป้องกันการสูญเสียฟันในช่องปากที่ดีที่สุด คือ การแปรงฟันตามหลัก 2 - 2 - 2 ได้แก่
1) แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอนด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
2) แปรงฟันนานครั้งละ 2 นาทีขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าแปรงฟันได้สะอาดทั่วทั้งปาก ทุกซี่ และทุกด้าน และเป็นการให้เวลาฟลูออไรด์ในยาสีฟันจับกับผิวเคลือบฟันเพื่อป้องกันฟันผุ
3) งดกินอาหารและเครื่องดื่มหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง เพื่อให้ช่องปากสะอาดนานที่สุด
ทั้งนี้ เด็กอายุ ต่ำกว่า 3 ปี ผู้ปกครองแปรงฟันให้เด็กอย่างใกล้ขิด โดยบีบยาสีฟันแตะขนแปรงพอเปียก และเช็ดฟองออก เด็กอายุ 3 - 6 ปี บีบยาสีฟันเท่ากับความกว้างของแปรง โดยผู้ปกครองบีบยาสีฟันให้เด็กแปรงฟันเองและมีผู้ปกครองช่วยแปรงซ้ำ เด็กอายุ 6 ปี และผู้ใหญ่ บีบยาสีฟันเท่ากับความยาวขนแปรงให้เด็กแปรงฟันเองและผู้ปกครองตรวจความสะอาดซ้ำ เพื่อสุขภาวะของฟันและเหงือกที่ดี
กรมอนามัย ชี้ ยาสีฟันไม่ช่วยให้ฟันงอกใหม่ ย้ำ ดูแลฟันให้แข็งแรงด้วยสูตร 2 - 2 - 2
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- ปิดเทอมกลางนี้ หมอเด็กแนะวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ดีมาบอก (53 views)
- สถาบันสุขภาพเด็กฯ แนะปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุด้วยนั่งคาร์ซีทเพิ่มความปลอดภัย (172 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (227 views)
- ทำความรู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (180 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเบื้องต้นอย่างถูกต้อง เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้ (197 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (316 views)
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (190 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (51 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
