สาเหตุการติดเชื้อโควิด 19 ร้อยละ 76 มาจากคนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน และผู้ดูแลผู้ป่วย
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
สาเหตุการติดเชื้อโควิด 19 ร้อยละ 76 มาจากคนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน และผู้ดูแลผู้ป่วย
กระทรวงสาธารณสุข เผยสาเหตุการติดเชื้อโควิด 19 ร้อยละ 76 มาจากคนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน และผู้ดูแลผู้ป่วย เน้นย้ำการอยู่ใกล้ชิดกับคนในครอบครัว ต้องมีระยะห่าง สวมหน้ากากป้องกัน หากรู้ว่าติดเชื้อเร็วเข้าสู่ระบบการรักษาเร็ว ทำให้อาการรุนแรงลดลง และลดการสูญเสียการเสียชีวิตได้

1 พฤษภาคม 2564- ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,891 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังในโรงพยาบาล 1,799 ราย คัดกรองเชิงรุกในชุมชน 85 ราย จากต่างประเทศ 7 ราย รักษาหายเพิ่ม 1,821 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 28,745 ราย อาการหนัก 829 ราย ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 270 ราย และมีผู้เสียชีวิตวันนี้ 21 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 12 ราย อายุระหว่าง 39-90 ปี อยู่ใน กทม. 10 ราย ชลบุรี สมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ เชียงราย ปทุมธานี เพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดสมอง ภาวะอ้วน โรคปอดเรื้อรัง ไตเรื้อรัง และติดบ้านติดเตียง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการติดเชื้อของผู้เสียชีวิตถึงร้อยละ 76 มาจากการสัมผัสคนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน สัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ และผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ส่วนประเด็นสำคัญที่จะส่งผลต่อการรักษา คือจำนวนวันที่ทราบผลการติดเชื้อ หากทราบว่าติดเชื้อเร็ว นำเข้าสู่ระบบการรักษาเร็ว จะส่งผลให้อาการรุนแรงลดลง ลดการเสียชีวิต
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า กทม.และปริมณฑลยังพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกทม. 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า การกระจายตัวของผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ทุกเขต บางเขตพบสูง สำหรับต่างจังหวัดยังพบจังหวัดที่มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนอีก 21 จังหวัด ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง มีภาคกลาง 7 จังหวัด ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ภาคเหนือ 2 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด และภาคใต้ 6 จังหวัด สาเหตุของการติดเชื้อในระบบการรายงานประเภทผู้ป่วย/ผู้ติดเชื้อในระลอกเม.ย. ในรายสัปดาห์ที่ 14-17 ปี 2564 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พ.ค.2564) พบว่า ผู้ป่วยจากระบบบริการ/เฝ้าระวัง สะสม 31,850 ราย สำหรับรายงานการค้นหาเชิงรุกสะสม 6,133 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.10 ซึ่งน้อยลง ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้มารับบริการในสถานพยาบาลพบการติดเชื้อที่มีปัจจัยเสี่ยง เป็นผู้ติดเชื้อมาจากสัมผัสในครอบครัว และเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานที่ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่ทราบว่าเขาติดเชื้อถึงร้อยละ 54 ทำให้มีผู้ป่วยและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่มจำนวนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวทางในปัจจุบันเมื่อเราเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต้องกักตัว 14 วัน ตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ไม่เดินทางไปไหน กักตัวอยู่ที่บ้าน และสังเกตอาการตนเอง หากมีไข้ เจ็บคอ ลิ้นไม่รับรส จมูกไม่ได้กลิ่นให้รีบประสานศูนย์แรกรับเพื่อเข้ารับการรักษาใน รพ.สนาม/Hospitel หรือรพ. สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และต้องมีการป้องกันตัวเอง ดังนั้น การอยู่ใกล้ชิดกับคนในครอบครัว ต้องมีระยะห่าง และป้องกันตัวเอง เพราะไม่ทราบว่ามีคนในครอบครัวติดเชื้อหรือไม่
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ขณะนี้ฉีดสะสมแล้ว 1,477,078 โดส แบ่งเป็นรับวัคซีนเข็มแรก 1,095,230 ราย และครบ 2 เข็ม 381,848 ราย โดยในวันที่ 30 เมษายน 2564 มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนสะสมแล้ว 65,464 โดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 19,474 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 45,990 ราย ซึ่งในขณะนี้เร่งฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่มีการสัมผัสกับผู้ป่วย ทุกสังกัด และสำหรับวัคซีนที่จะฉีดให้กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง 7 โรคนั้น จะเริ่มฉีดให้เดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้



1 พฤษภาคม 2564- ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,891 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังในโรงพยาบาล 1,799 ราย คัดกรองเชิงรุกในชุมชน 85 ราย จากต่างประเทศ 7 ราย รักษาหายเพิ่ม 1,821 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 28,745 ราย อาการหนัก 829 ราย ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 270 ราย และมีผู้เสียชีวิตวันนี้ 21 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 12 ราย อายุระหว่าง 39-90 ปี อยู่ใน กทม. 10 ราย ชลบุรี สมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ เชียงราย ปทุมธานี เพชรบุรี จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดสมอง ภาวะอ้วน โรคปอดเรื้อรัง ไตเรื้อรัง และติดบ้านติดเตียง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการติดเชื้อของผู้เสียชีวิตถึงร้อยละ 76 มาจากการสัมผัสคนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน สัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ และผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ส่วนประเด็นสำคัญที่จะส่งผลต่อการรักษา คือจำนวนวันที่ทราบผลการติดเชื้อ หากทราบว่าติดเชื้อเร็ว นำเข้าสู่ระบบการรักษาเร็ว จะส่งผลให้อาการรุนแรงลดลง ลดการเสียชีวิต
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า กทม.และปริมณฑลยังพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกทม. 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า การกระจายตัวของผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ทุกเขต บางเขตพบสูง สำหรับต่างจังหวัดยังพบจังหวัดที่มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนอีก 21 จังหวัด ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง มีภาคกลาง 7 จังหวัด ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ภาคเหนือ 2 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด และภาคใต้ 6 จังหวัด สาเหตุของการติดเชื้อในระบบการรายงานประเภทผู้ป่วย/ผู้ติดเชื้อในระลอกเม.ย. ในรายสัปดาห์ที่ 14-17 ปี 2564 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พ.ค.2564) พบว่า ผู้ป่วยจากระบบบริการ/เฝ้าระวัง สะสม 31,850 ราย สำหรับรายงานการค้นหาเชิงรุกสะสม 6,133 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.10 ซึ่งน้อยลง ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้มารับบริการในสถานพยาบาลพบการติดเชื้อที่มีปัจจัยเสี่ยง เป็นผู้ติดเชื้อมาจากสัมผัสในครอบครัว และเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานที่ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่ทราบว่าเขาติดเชื้อถึงร้อยละ 54 ทำให้มีผู้ป่วยและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่มจำนวนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวทางในปัจจุบันเมื่อเราเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต้องกักตัว 14 วัน ตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ไม่เดินทางไปไหน กักตัวอยู่ที่บ้าน และสังเกตอาการตนเอง หากมีไข้ เจ็บคอ ลิ้นไม่รับรส จมูกไม่ได้กลิ่นให้รีบประสานศูนย์แรกรับเพื่อเข้ารับการรักษาใน รพ.สนาม/Hospitel หรือรพ. สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และต้องมีการป้องกันตัวเอง ดังนั้น การอยู่ใกล้ชิดกับคนในครอบครัว ต้องมีระยะห่าง และป้องกันตัวเอง เพราะไม่ทราบว่ามีคนในครอบครัวติดเชื้อหรือไม่
สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ขณะนี้ฉีดสะสมแล้ว 1,477,078 โดส แบ่งเป็นรับวัคซีนเข็มแรก 1,095,230 ราย และครบ 2 เข็ม 381,848 ราย โดยในวันที่ 30 เมษายน 2564 มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนสะสมแล้ว 65,464 โดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 19,474 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 45,990 ราย ซึ่งในขณะนี้เร่งฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่มีการสัมผัสกับผู้ป่วย ทุกสังกัด และสำหรับวัคซีนที่จะฉีดให้กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง 7 โรคนั้น จะเริ่มฉีดให้เดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้


สาเหตุการติดเชื้อโควิด 19 ร้อยละ 76 มาจากคนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน และผู้ดูแลผู้ป่วย
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (21 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (10 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (64 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (16 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (9 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (38 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (46 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)
