กรมอนามัย แนะลูกดูดนมแม่เป็นประจำ สร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยคลายหนาว
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
กรมอนามัย แนะลูกดูดนมแม่เป็นประจำ สร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยคลายหนาว
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะให้ลูกกินนมแม่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยสร้างความอบอุ่น คลายความหนาว ลดการเจ็บป่วย รวมทั้งสนับสนุนให้แม่กินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ดื่มน้ำให้เพียงพอ กินผักและผลไม้ให้วิตามินซี เพื่อสร้างน้ำนมที่เพียงพอสำหรับลูก
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ช่วงอากาศเปลี่ยนและหนาวเย็นลง เด็กทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันของตนเองที่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องได้รับภูมิคุ้มกันจากนมแม่เป็นประจำ โดยแม่ควรให้ลูกดูดนมแม่จากเต้าได้ตามที่เด็กต้องการ และไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่นร่วม เนื่องจากนมแม่มีน้ำและสารอาหารที่เพียงพอกับการเจริญเติบโต และยังมีภูมิคุ้มกันโรคที่ช่วยปกป้องเด็กจากการติดเชื้อต่าง ๆ โดยข้อแนะนำองค์การอนามัยโลก กล่าวคือ เด็กทุกคนควรได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียวจนถึงอายุ 6 เดือน หลังจากนั้นยังสามารถให้กินนมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น การให้ลูกดูดนมจากเต้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นการกระตุ้นฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพัน ร่วมกับสัมผัสจากอ้อมกอดของแม่จะช่วยสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก ช่วยให้ลูกมีการพัฒนาด้านอารมณ์ที่คงที่มากขึ้น และทำให้ลูกคลายความหนาวได้ในระหว่างที่อยู่ในอ้อมอกของแม่
แม่ทุกคนควรเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองให้นานที่สุด เพราะนมแม่เป็นสารอาหารที่สำคัญและสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับลูก ไม่เพียงแต่ปกป้องสุขภาพทารกแต่ยังเป็นการให้ภูมิคุ้มกันทางจิตใจแก่ลูกด้วย นมแม่ประกอบด้วยสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด ที่จำเป็นสำหรับทารก โดยนมแม่ในระยะที่ 1 ? 3 สัปดาห์แรก หลังคลอดถือเป็นวัคซีนหยดแรกของลูก เป็นยอดน้ำนมที่เรียกว่าโคลอสตรัมหรือหัวน้ำนมที่อุดมไปด้วยสารคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุครบถ้วนช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ส่งผลให้ลูกปลอดภัยจากไข้หวัดปอดอักเสบหรือท้องร่วง ดังนั้น การกินนมแม่เป็นประจำจะช่วยให้ทารกสามารถเติบโตและมีพัฒนาการที่ดีสมวัยได้
สำหรับแม่นั้น ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบทุกประเภท ทั้งโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และเกลือแร่ตามที่ร่างกายต้องการ เพื่อเสริมสร้างพลังงาน โดยเสริมวิตามินและแร่ธาตุที่มีส่วนสำคัญในการสร้างน้ำนม ด้วยการกินผักและผลไม้ให้เพียงพอ พร้อมกับดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมาก เนื่องจากปริมาณน้ำที่ได้รับมีผลต่อการสร้างน้ำนมให้เพียงพอ
ข่าว/ภาพ-กรมอนามัย

แม่ทุกคนควรเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองให้นานที่สุด เพราะนมแม่เป็นสารอาหารที่สำคัญและสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับลูก ไม่เพียงแต่ปกป้องสุขภาพทารกแต่ยังเป็นการให้ภูมิคุ้มกันทางจิตใจแก่ลูกด้วย นมแม่ประกอบด้วยสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด ที่จำเป็นสำหรับทารก โดยนมแม่ในระยะที่ 1 ? 3 สัปดาห์แรก หลังคลอดถือเป็นวัคซีนหยดแรกของลูก เป็นยอดน้ำนมที่เรียกว่าโคลอสตรัมหรือหัวน้ำนมที่อุดมไปด้วยสารคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุครบถ้วนช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ส่งผลให้ลูกปลอดภัยจากไข้หวัดปอดอักเสบหรือท้องร่วง ดังนั้น การกินนมแม่เป็นประจำจะช่วยให้ทารกสามารถเติบโตและมีพัฒนาการที่ดีสมวัยได้
สำหรับแม่นั้น ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบทุกประเภท ทั้งโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และเกลือแร่ตามที่ร่างกายต้องการ เพื่อเสริมสร้างพลังงาน โดยเสริมวิตามินและแร่ธาตุที่มีส่วนสำคัญในการสร้างน้ำนม ด้วยการกินผักและผลไม้ให้เพียงพอ พร้อมกับดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมาก เนื่องจากปริมาณน้ำที่ได้รับมีผลต่อการสร้างน้ำนมให้เพียงพอ
ข่าว/ภาพ-กรมอนามัย
กรมอนามัย แนะลูกดูดนมแม่เป็นประจำ สร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยคลายหนาว
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (17 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (10 views)
- ไข้สูงอย่าชะล่าใจ อาจไม่ใช่ไข้หวัด แต่เป็นไข้เลือดออก (17 views)
- EV71 สายพันธุ์รุนแรง โรคมือ เท้า ปาก เสริมเกราะป้องกันให้ลูกหลานของเรา (49 views)
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (223 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (137 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (240 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (961 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
