แพทย์ชี้ชัด เลี้ยงทารกด้วยความเชื่อผิด ๆ เสี่ยงอันตราย ย้ำ กินนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนดีที่สุด
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แพทย์ชี้ชัด เลี้ยงทารกด้วยความเชื่อผิด ๆ เสี่ยงอันตราย ย้ำ กินนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนดีที่สุด
กรมอนามัย ชี้ชัด เลี้ยงทารกด้วยความเชื่อผิด ๆ เสี่ยงอันตราย ย้ำ กินนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนดีที่สุด

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยเลี้ยงทารกด้วยความเชื่อแบบผิด ๆ เสี่ยงอันตรายพร้อมย้ำ คำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก แนะทารกควรกินนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค หลังครบ 6 เดือน จึงให้กินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัย
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากข่าวในสังคมออนไลน์ในกรณีที่ย่าของเด็กเอาน้ำผึ้งผสมน้ำให้หลานวัย 2 เดือนเศษ ๆ กินโดยมีความเชื่อหรือเข้าใจผิดตามที่ "เขาว่า" มาว่ามันช่วยอะไรก็ไม่รู้นั้น เป็นความเชื่อและการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และอาจจะส่งผลกระทบต่อทารกได้ เนื่องจากตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ เด็กควรได้กินนมแม่อย่างเดียวติดต่อกันตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน โดยไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่น เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารครบถ้วน ย่อยง่าย และถูกสร้างมาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของทารกที่มีระบบการย่อยและดูดซึมอาหารยังพัฒนาไม่เต็มที่ หากกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมแม่เข้าไปอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติ เช่น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก ท้องเสีย แพ้อาหาร และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากลำไส้อุดตัน แต่หลังจากทารกอายุครบ 6 เดือน เมื่อระบบย่อยและดูดซึมอาหารพัฒนาได้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว จึงให้เริ่มกินอาหารที่เหมาะสมตามวัย เช่น กล้วยน้ำว้า ไข่แดง ข้าว ผัก ผลไม้ และสารอาหารอื่นๆ ควบคู่กับการกินนมแม่อย่างต่อเนื่อง หากลูกวัยทารกมีอาการ เช่น ท้องผูก แหวะนม ควรปรึกษาสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
นมแม่ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับลูก มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต พัฒนาสมอง จอประสาทตา ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว นมแม่ในระยะ 1-7 วันแรก จะมี ยอดน้ำนมที่เรียกว่า หัวน้ำนม หรือโคลอสตรัม ถือเป็นยอดอาหารที่อุดมไปด้วยสารคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ครบถ้วน ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันสูงสุด เปรียบเสมือนได้รับวัคซีนหยดแรกของชีวิต เพื่อป้องกัน เชื้อโรคต่าง ๆ เพราะเด็กแรกเกิดจะยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้ ทารกที่ได้ดื่มนมแม่จึงมีภูมิต้านทาน ในการต่อต้านเชื้อโรค และช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ หอบหืด หูอักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าทารกที่กินนมแม่มีการพัฒนาความสามารถทางสมองดีกว่าทารกที่ไม่กินนมแม่อีกด้วย
ข่าว/ภาพ-กรอนามัย

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยเลี้ยงทารกด้วยความเชื่อแบบผิด ๆ เสี่ยงอันตรายพร้อมย้ำ คำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก แนะทารกควรกินนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค หลังครบ 6 เดือน จึงให้กินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัย
พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากข่าวในสังคมออนไลน์ในกรณีที่ย่าของเด็กเอาน้ำผึ้งผสมน้ำให้หลานวัย 2 เดือนเศษ ๆ กินโดยมีความเชื่อหรือเข้าใจผิดตามที่ "เขาว่า" มาว่ามันช่วยอะไรก็ไม่รู้นั้น เป็นความเชื่อและการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และอาจจะส่งผลกระทบต่อทารกได้ เนื่องจากตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ เด็กควรได้กินนมแม่อย่างเดียวติดต่อกันตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน โดยไม่ต้องให้น้ำหรืออาหารอื่น เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารครบถ้วน ย่อยง่าย และถูกสร้างมาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของทารกที่มีระบบการย่อยและดูดซึมอาหารยังพัฒนาไม่เต็มที่ หากกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมแม่เข้าไปอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติ เช่น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก ท้องเสีย แพ้อาหาร และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากลำไส้อุดตัน แต่หลังจากทารกอายุครบ 6 เดือน เมื่อระบบย่อยและดูดซึมอาหารพัฒนาได้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว จึงให้เริ่มกินอาหารที่เหมาะสมตามวัย เช่น กล้วยน้ำว้า ไข่แดง ข้าว ผัก ผลไม้ และสารอาหารอื่นๆ ควบคู่กับการกินนมแม่อย่างต่อเนื่อง หากลูกวัยทารกมีอาการ เช่น ท้องผูก แหวะนม ควรปรึกษาสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
นมแม่ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับลูก มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต พัฒนาสมอง จอประสาทตา ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว นมแม่ในระยะ 1-7 วันแรก จะมี ยอดน้ำนมที่เรียกว่า หัวน้ำนม หรือโคลอสตรัม ถือเป็นยอดอาหารที่อุดมไปด้วยสารคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ครบถ้วน ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันสูงสุด เปรียบเสมือนได้รับวัคซีนหยดแรกของชีวิต เพื่อป้องกัน เชื้อโรคต่าง ๆ เพราะเด็กแรกเกิดจะยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้ ทารกที่ได้ดื่มนมแม่จึงมีภูมิต้านทาน ในการต่อต้านเชื้อโรค และช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ หอบหืด หูอักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าทารกที่กินนมแม่มีการพัฒนาความสามารถทางสมองดีกว่าทารกที่ไม่กินนมแม่อีกด้วย
ข่าว/ภาพ-กรอนามัย
แพทย์ชี้ชัด เลี้ยงทารกด้วยความเชื่อผิด ๆ เสี่ยงอันตราย ย้ำ กินนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือนดีที่สุด
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (17 views)
- สัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม! ตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส ไข้สูง... เช็กให้ชัวร์! ใช่ หรือ ไม่ใช่ "โรคมือ เท้า ปาก" (10 views)
- ไข้สูงอย่าชะล่าใจ อาจไม่ใช่ไข้หวัด แต่เป็นไข้เลือดออก (17 views)
- EV71 สายพันธุ์รุนแรง โรคมือ เท้า ปาก เสริมเกราะป้องกันให้ลูกหลานของเรา (49 views)
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (223 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (137 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (240 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (961 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
