กรมอนามัย ห่วง หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ ตากแดดนาน หวั่นเสี่ยง ภาวะขาดน้ำ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมอนามัย ห่วง หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ ตากแดดนาน หวั่นเสี่ยง ภาวะขาดน้ำ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนกลุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงการทำงานหรือออกกำลังกายอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ แนะป้องกันตนเองโดยดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และทำงานหรือออกกำลังกายในสถานที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก
นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัยเปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนของทุกปี ประเทศไทยจะมีอากาศที่ร้อนจัดมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งผู้ที่น่าเป็นห่วงคือ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคอ้วน ผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำงานในสภาพอากาศร้อนจัด ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลสุขภาพตนเองเป็นพิเศษ ดังนั้น หากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนหรือออกกำลังกายกลางสภาพอากาศร้อน ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม หรือแม้ว่าจะทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6 ? 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร ต่อวัน เพราะสามารถป้องกันภาวะขาดน้ำได้ และเลือกออกกำลังกายในช่วงเช้าและช่วงเย็น นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะยิ่งอากาศร้อนมาก การดูดซึมแอลกอฮอล์จะสูง ทำให้เข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจปวดศีรษะ เหงื่อออก ปัสสาวะบ่อย ทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่โดยไม่รู้ตัว สุดท้าย อาจทำให้ช็อก และเสียชีวิตได้
ในช่วงหน้าร้อน ประชาชนควรสวมเสื้อผ้าสีอ่อน ที่ระบายความร้อนได้ดี รวมถึงกางร่ม สวมหมวกปีกกว้าง สวมแว่นกันแดด และใช้โลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไปทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน สำหรับกลุ่มเสี่ยงควรให้การดูแลเป็นพิเศษโดยให้อยู่ในสภาพแวดล้อมหรือพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากต้องเดินทางไกล ควรมีผู้ร่วมเดินทางด้วยเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิดและป้องกันอุบัติเหตุ หากมีอาการหน้ามืด วิงเวียนหรือเป็นลม เมื่อเจออากาศที่ร้อนจัดจากภายนอก และห้ามทิ้งเด็กให้อยู่ในรถที่ปิดสนิทและจอดกลางแดดตามลำพังเป็นเวลานาน
"หากพบผู้ที่มีอาการตัวร้อนจัด ผิวหนังแดงและแห้ง ไม่มีเหงื่อ หน้าซีด หายใจถี่ ชีพจรเต้นแรง ปวดศีรษะ หน้ามืด คลื่นไส้ อาเจียน เบื้องต้นให้นำเข้าที่ร่มทันที คลายเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว หรือห่มด้วยผ้าเปียก พ่นน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ ขาหนีบ และใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด?รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัยเปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนของทุกปี ประเทศไทยจะมีอากาศที่ร้อนจัดมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งผู้ที่น่าเป็นห่วงคือ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคอ้วน ผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำงานในสภาพอากาศร้อนจัด ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลสุขภาพตนเองเป็นพิเศษ ดังนั้น หากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนหรือออกกำลังกายกลางสภาพอากาศร้อน ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม หรือแม้ว่าจะทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6 ? 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร ต่อวัน เพราะสามารถป้องกันภาวะขาดน้ำได้ และเลือกออกกำลังกายในช่วงเช้าและช่วงเย็น นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะยิ่งอากาศร้อนมาก การดูดซึมแอลกอฮอล์จะสูง ทำให้เข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจปวดศีรษะ เหงื่อออก ปัสสาวะบ่อย ทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่โดยไม่รู้ตัว สุดท้าย อาจทำให้ช็อก และเสียชีวิตได้
ในช่วงหน้าร้อน ประชาชนควรสวมเสื้อผ้าสีอ่อน ที่ระบายความร้อนได้ดี รวมถึงกางร่ม สวมหมวกปีกกว้าง สวมแว่นกันแดด และใช้โลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไปทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน สำหรับกลุ่มเสี่ยงควรให้การดูแลเป็นพิเศษโดยให้อยู่ในสภาพแวดล้อมหรือพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากต้องเดินทางไกล ควรมีผู้ร่วมเดินทางด้วยเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิดและป้องกันอุบัติเหตุ หากมีอาการหน้ามืด วิงเวียนหรือเป็นลม เมื่อเจออากาศที่ร้อนจัดจากภายนอก และห้ามทิ้งเด็กให้อยู่ในรถที่ปิดสนิทและจอดกลางแดดตามลำพังเป็นเวลานาน
"หากพบผู้ที่มีอาการตัวร้อนจัด ผิวหนังแดงและแห้ง ไม่มีเหงื่อ หน้าซีด หายใจถี่ ชีพจรเต้นแรง ปวดศีรษะ หน้ามืด คลื่นไส้ อาเจียน เบื้องต้นให้นำเข้าที่ร่มทันที คลายเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว หรือห่มด้วยผ้าเปียก พ่นน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ ขาหนีบ และใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด?รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
กรมอนามัย ห่วง หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ ตากแดดนาน หวั่นเสี่ยง ภาวะขาดน้ำ
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- หน้าฝนมือเท้าปากมาแล้ว หมอเด็กเตือน ลูกสะดุ้งผวาผิดสังเกต สัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้าม (11 views)
- ปิดเทอมกลางนี้ หมอเด็กแนะวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ดีมาบอก (71 views)
- สถาบันสุขภาพเด็กฯ แนะปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุด้วยนั่งคาร์ซีทเพิ่มความปลอดภัย (192 views)
- ศิริราช–ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ จัดใหญ่ “KIDS FORUM 2026” ติวเข้มพ่อแม่ยุคดิจิทัล เคลียร์ชัดทุกปัญหาลูกด้วยข้อเท็จจริง (245 views)
- ทำความรู้จัก โรคคาวาซากิ โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย (201 views)
- หมอเด็กแนะสาเหตุของอาการชักในเด็ก พร้อมวิธีดูแลลูกเบื้องต้นอย่างถูกต้อง เมื่อลูกมีอาการชักจากไข้ (214 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (335 views)
- หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล (202 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Baidu [Spider], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
