รู้จัก โรคหัด (Measles) โรคติดเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายได้ง่าย แพทย์แนะแนวทางป้องกันโรคหัด
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
รู้จัก โรคหัด (Measles) โรคติดเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายได้ง่าย แพทย์แนะแนวทางป้องกันโรคหัด
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์กล่าว โรคหัด (Measles) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายได้ง่าย ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ โรคนี้แพร่กระจายได้ง่ายแต่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน หากได้รับวัคซีนครบถ้วน จะช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดและภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ดังนั้นการฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมโรคหัดในชุมชน
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคหัด (Measles) เกิดจากเชื้อไวรัส Measles virus ซึ่งอยู่ในตระกูล Paramyxoviridae หลังจากได้รับเชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 10-14 วัน มีอาการ 2 ระยะ 1) อาการนำมักเริ่มจากไข้สูง ไอแห้ง น้ำมูกไหล ตาแดงและไวต่อแสง มีจุดขาวเล็กๆ บริเวณกระพุ้งแก้ม (Koplik’s spots) เป็นลักษณะจำเพาะของโรคหัด 2) ระยะผื่นขึ้น มีผื่นแดงขึ้นที่ใบหน้า มักเริ่มที่หน้าผาก ไรผม ลามไปตามลำตัว แขน และขา ผื่นมักขึ้นภายใน 3-4 วัน หลังจากเริ่ม มีไข้ ผื่นจะค่อย ๆ จางหายภายใน 7-10 วัน
นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เป็นโรคหัด จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ สมองอักเสบ โรคหัดสามารถป้องกันได้โดยการวัคซีนป้องกันโรคหัด เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง โดยวัคซีนที่ใช้คือ MMR (Measles, Mumps, and Rubella) ซึ่งป้องกันได้ทั้งโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน ซึ่งเด็กควรได้รับวัคซีน MMR เข็มแรกที่อายุ 9-12 เดือน และเข็มที่สองที่อายุ 18 เดือน วัคซีน MMR ยังสามารถฉีดให้ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน
พญ.นิอร บุญเผื่อน นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่าหากติดโรคหัดแล้วไม่มีการรักษาจำเพาะ แต่สามารถดูแลแบบประคับประคอง ได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เช็ดตัวลดไข้และใช้ยาลดไข้เช่น พาราเซตามอล หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ซึม หรือชัก ควรรีบพบแพทย์ทันที การรักษาโรคหัดอีกวิธีคือ การใช้วิตามินเอ เป็นแนวทางที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ โดยเฉพาะในเด็กที่ขาดวิตามินเอหรือมีภาวะทุพโภชนาการ เนื่องจากวิตามินเอช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดภาวะแทรกซ้อนรวมจนถึงลดอัตราการเสียชีวิต ซึ่งการรักษาโดยการใช้วิตามินเอเป็นเพียงการรักษาเสริมไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสหัดได้โดยตรงควรได้รับการดูแลรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาลดไข้ ดูแลภาวะขาดน้ำ และการแยกตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ หากเด็กมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ซึมลง หรือมีภาวะแทรกซ้อน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เป็นโรคหัด จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ สมองอักเสบ โรคหัดสามารถป้องกันได้โดยการวัคซีนป้องกันโรคหัด เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง โดยวัคซีนที่ใช้คือ MMR (Measles, Mumps, and Rubella) ซึ่งป้องกันได้ทั้งโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน ซึ่งเด็กควรได้รับวัคซีน MMR เข็มแรกที่อายุ 9-12 เดือน และเข็มที่สองที่อายุ 18 เดือน วัคซีน MMR ยังสามารถฉีดให้ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน
พญ.นิอร บุญเผื่อน นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่าหากติดโรคหัดแล้วไม่มีการรักษาจำเพาะ แต่สามารถดูแลแบบประคับประคอง ได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เช็ดตัวลดไข้และใช้ยาลดไข้เช่น พาราเซตามอล หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ซึม หรือชัก ควรรีบพบแพทย์ทันที การรักษาโรคหัดอีกวิธีคือ การใช้วิตามินเอ เป็นแนวทางที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ โดยเฉพาะในเด็กที่ขาดวิตามินเอหรือมีภาวะทุพโภชนาการ เนื่องจากวิตามินเอช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดภาวะแทรกซ้อนรวมจนถึงลดอัตราการเสียชีวิต ซึ่งการรักษาโดยการใช้วิตามินเอเป็นเพียงการรักษาเสริมไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสหัดได้โดยตรงควรได้รับการดูแลรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาลดไข้ ดูแลภาวะขาดน้ำ และการแยกตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ หากเด็กมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ซึมลง หรือมีภาวะแทรกซ้อน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
รู้จัก โรคหัด (Measles) โรคติดเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายได้ง่าย แพทย์แนะแนวทางป้องกันโรคหัด
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (190 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (109 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (218 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (938 views)
- หมอหู คอ จมูก เด็ก แนะนำวิธีปฐมพยาบาลเมื่อลูกเลือดกำเดาไหล (160 views)
- มาทำความรู้จัก "โรคกาฬหลังแอ่น" เพื่อป้องกันลูกน้อย (1379 views)
- หมอเด็กแนะนำ เคล็ดลับพาเจ้าตัวเล็กเล่นน้ำคลายร้อน รับมือปิดเทอมและหน้าร้อน (6468 views)
- สร้างความตระหนักรู้ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก 26 มีนาคม Purple Day (1613 views)
