แนะผู้ปกครองดูแลสุขภาพเด็ก ห่วงป่วยหนักช่วงหน้าฝน เสี่ยงติดเชื้อหลายโรค
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
แนะผู้ปกครองดูแลสุขภาพเด็ก ห่วงป่วยหนักช่วงหน้าฝน เสี่ยงติดเชื้อหลายโรค
หมอเด็กห่วงใย เด็กป่วยในช่วงฝนตกหนัก เสี่ยงติดเชื้อ
กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เผยว่า แนะผู้ปกครองดูแลสุขภาพของลูก ในช่วงหน้าฝน ป้องกันการเกิดโรคจากน้ำท่วมขัง เช่นโรคตาแดง โรคมือเท้าปาก โรคอุจจาระร่วง โรคไข้หวัดใหญ่ ฉี่หนู และโรคไข้เลือดออก
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า โรคตาแดง โรคมือ- เท้า ปาก โรคอุจจาระร่วง โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก และโรคฉี่หนู ทั้งหมดนี้ มีอาการแตกต่างกัน โรคตาแดง อาการ คือ ตาแดง คันตา ปวดตา มีขี้ตามากผิดปกติ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่เยื่อบุตา ติดต่อได้โดยการสัมผัสน้ำตาและขี้ตาของผู้ป่วย โรคมือเท้าปาก อาการ คือ มีไข้ มีตุ่มอักเสบที่ ปาก ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม เป็นตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส หรือ ผื่นนูน มักพบในเด็กเล็กมากกว่าเด็กโต ติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงกับน้ำลาย น้ำมูก ตุ่มพอง ของผู้ป่วย โรคอุจจาระร่วง อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ถ้าอาการรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว โรคนี้เกิดจากการกินอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน รวมถึงการจับของเล่นสกปรกเข้าปากของลูกน้อย โรคไข้หวัดใหญ่ อาการไข้สูง หนาวสั่น ไอ จาม อ่อนเพลียและปวดกล้ามเนื้อ มักติดต่อกันได้ง่าย ผ่านลมหายใจ ไอ จาม และละอองน้ำมูก หรือติดต่อจากการใช้สิ่งของที่มีเชื้อของผู้ป่วย โดยเฉพาะในสถานที่ ที่มีคนแออัดมาก โรคไข้เลือดออก อาการ มีไข้สูง พบผื่น จุดแดง ซึม อ่อนเพลีย ปวดท้องที่ชายโครง รวมถึงคลื่นไส้และอาเจียน ซึ่งโรคนี้มียุงลายเป็นพาหะนำโรค หากมีไข้สูง ไม่ทราบสาเหตุควรรีบพาพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาและมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และโรคฉี่หนู พบมากในหน้าฝนและในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ทั้งในคนและสัตว์ การติดเชื้อในคนมีสาเหตุมาจากการสัมผัสดิน น้ำ อาหารที่ปนเปื้อนปัสสาวะ เลือด หรือเนื้อเยื่อของของสัตว์ที่มีเชื้อ เช่น สุนัข วัว ควาย หนู สุกร ม้า หรือแม้กระทั่งสัตว์ป่าต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มมีอาการประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังจากรับเชื้อ และผู้ติดเชื่อก็มีหลายลักษณะอาการดังนี้คือ อาการไข้สูง หนาวสั่นปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดหน้าท้อง ปวดต้นขา ปวดน่องเจ็บคอ เจ็บหน้าอกไอ คลื่นไส้ อาเจียน ตาแดง เยื่อบุตาบวม มีผื่นต่อมน้ำเหลืองโต ตับโต ม้ามโต ทั้งนี้ผู้ปกครองสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับลูก เช่น ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพิ่มเติม การรับประทาน อาหารให้ครบ 5 หมู่ ผักผลไม้ เส้นใย ให้เพียงพอ ลดน้ำตาล ไขมัน ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ สวมหน้ากากอนามัยในเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด การสัมผัสและคลุกคลีกับผู้ป่วย มีการออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงมีการล้างมืออย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง หากพบลูกมีอาการผิดปกติ แนะนำให้พามาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป
แนะผู้ปกครองดูแลสุขภาพเด็ก ห่วงป่วยหนักช่วงหน้าฝน เสี่ยงติดเชื้อหลายโรค
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (189 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (109 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (218 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (938 views)
- หมอหู คอ จมูก เด็ก แนะนำวิธีปฐมพยาบาลเมื่อลูกเลือดกำเดาไหล (160 views)
- มาทำความรู้จัก "โรคกาฬหลังแอ่น" เพื่อป้องกันลูกน้อย (1378 views)
- หมอเด็กแนะนำ เคล็ดลับพาเจ้าตัวเล็กเล่นน้ำคลายร้อน รับมือปิดเทอมและหน้าร้อน (6468 views)
- สร้างความตระหนักรู้ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก 26 มีนาคม Purple Day (1613 views)
