เตือน! พ่อ - แม่ รู้เท่าทัน ?สุขภาพตาเด็กในยุคดิจิทัล?
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เตือน! พ่อ - แม่ รู้เท่าทัน ?สุขภาพตาเด็กในยุคดิจิทัล?
รพ.เมตตาฯ เตือน! พ่อ - แม่ รู้เท่าทัน ?สุขภาพตาเด็กในยุคดิจิทัล?

รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) เตือนพ่อ แม่ ผู้ปกครองใส่ใจลูกหลาน อย่าปล่อยให้ใช้สมาร์ทโฟนและ อุปกรณ์ต่างๆ อย่างไม่ระมัดระวัง เสี่ยงโรคตาเด็กในยุคดิจิทัล
นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากการที่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ใช้งานไม่ยาก มีซอฟต์แวร์น่าใช้ ดึงดูดสายตาเด็ก ประกอบกับผู้ปกครองนิยมใช้เป็นสื่อหนึ่งในการเพิ่มทักษะต่างๆ ให้แก่เด็ก โดยอาจไม่รู้ถึงโทษที่จะตามมาโดยเฉพาะปัญหาสุขภาพตา ซึ่งพบว่าเด็กบางกลุ่มใช้เวลาไปกับสื่อต่างๆ เป็นเวลานานอาจส่งผลต่อสติปัญญา การพัฒนาทางอารมณ์และสังคม ความตั้งใจเรียนที่โรงเรียนลดลง พฤติกรรมการกิน การนอนผิดไปจากปกติ และอาจเกิดโรคอ้วนตามมา นอกจากนี้ปัญหาทางตาที่พบจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดตา ตาแห้ง เคืองตา ตามัว และเสี่ยงสายตาสั้นก่อนเวลาอันควร หากพบว่าเด็กมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที
พญ.สายจินต์ อิสีประดิฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคตาเด็กในยุคดิจิทัล เกิดจากการที่ใช้เวลาติดหน้าจอนานๆ เด็กจะสูญเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการจับจ้องอยู่ที่จอ ทำให้เกิดปัญหาทางสายตา ได้แก่ ปวดศีรษะ ตาแห้ง เคืองตา และตามัวเพราะใช้สายตาเพ่งมองมาก ทั้งนี้พบว่าหากเด็กใช้เวลาไปกับการจ้องจอคอมพิวเตอร์นานๆ จะพบภาวะสายตาสั้นได้มากกว่ากลุ่มเด็กที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง จึงไม่ควรปล่อยให้ใช้สมาร์ทโฟนอย่างไม่ระมัดระวัง เพราะอาจส่งผลเสียในหลายด้าน เด็กจะสูญเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการจับจ้องอยู่ที่จอ บริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เข้านอนดึก ขาดการออกกำลังกาย เป็นโรคอ้วน และขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ดังนั้น จึงควรใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างถูกต้องเหมาะสม ได้แก่ ไม่ควรให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ ดูโทรทัศน์ หรือเล่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ไม่แนะนำให้มีสื่อต่างๆ ในห้องนอน และต้องปิดสื่อเหล่านี้ในขณะรับประทานอาหาร ไม่ควรใช้เวลาเล่นสื่ออุปกรณ์ นานเกิน 1 - 2 ชั่วโมงต่อวัน หากมีอาการแสบตา ตามัวหรือปวดตา ควรพักสายตามองไปไกลๆ หรือหลับตาพักสายตาทุก 20 นาที และกระพริบตาบ่อยขึ้น อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดการพัฒนาของสติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคม ควรให้เด็กทำกิจกรรมกลางแจ้งและอ่านหนังสือ ที่สำคัญสมองเด็กมีพัฒนาการที่เร็วมากใน 2-3 ขวบแรก จึงควรเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ดีกว่าจอคอมพิวเตอร์
ข่าว/ภาพ-กรมการแพทย์
เตือน! พ่อ - แม่ รู้เท่าทัน ?สุขภาพตาเด็กในยุคดิจิทัล?
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (190 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (111 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (218 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (938 views)
- หมอหู คอ จมูก เด็ก แนะนำวิธีปฐมพยาบาลเมื่อลูกเลือดกำเดาไหล (160 views)
- มาทำความรู้จัก "โรคกาฬหลังแอ่น" เพื่อป้องกันลูกน้อย (1379 views)
- หมอเด็กแนะนำ เคล็ดลับพาเจ้าตัวเล็กเล่นน้ำคลายร้อน รับมือปิดเทอมและหน้าร้อน (6468 views)
- สร้างความตระหนักรู้ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก 26 มีนาคม Purple Day (1613 views)
