แนะพ่อแม่ แก้ปัญหาเมื่อลูกพูดคำหยาบ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แนะพ่อแม่ แก้ปัญหาเมื่อลูกพูดคำหยาบ
สถาบันสุขภาพเด็กฯ แนะพ่อแม่ แก้ปัญหาเมื่อลูกพูดคำหยาบ

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ แนะวิธีการแก้ปัญหาเมื่อเด็กมีพฤติกรรมพูดคำหยาบซึ่งส่งผลเสียต่อบุคลิกและภาพลักษณ์ของเด็กในอนาคต
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า พฤติกรรมการพูดคำหยาบในวัยเด็กส่วนใหญ่มาจากคนใกล้ตัว หรือคนในครอบครัว การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดควรเริ่มแก้ไขจากพ่อแม่ หรือคนในครอบครัวก่อน เพราะเด็กเป็นวัยที่จดจำและเลียนแบบจากบุคคลใกล้ตัว การสื่อสารด้วยคำพูดคุยกันทุกวันที่มองว่าเป็นเรื่องปกติ อาจเป็นสาเหตุทำให้เด็กพูดจาหยาบคาย นอกจากนี้พฤติกรรมเลียนแบบจากสื่อต่างๆเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กๆพูดจาหยาบคายได้ พ่อแม่ควรบอกกล่าวตักเตือนถึงคำพูดและตั้งกฎกติกาขึ้นมา เพื่ออธิบายเด็กเข้าใจถึงความหมายและไม่ควรพูดจาแบบนี้อีก
นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงวัยอนุบาลและวัยประถมเป็นวัยที่แก้ปัญหาการพูดคำหยาบได้ง่ายที่สุด โดยเริ่มจากการพูดคุยกันในครอบครัวควรพูดด้วยคำสุภาพต่อหน้าและลับหลังเด็กอย่าลืมลงท้ายประโยคด้วยคำว่า ครับ/ค่ะทุกครั้ง เด็กจะมองดูเป็นตัวอย่างและประพฤติปฏิบัติตามสิ่งที่เด็กได้เห็นจากพฤติกรรมคนใกล้ตัว แต่ถ้าเด็กมีพฤติกรรมการพูดคำหยาบมาจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียนหรือสื่อต่างๆ ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าทำไมไม่ควรพูดคำหยาบ และข้อเสียของการพูดไม่สุภาพ ควรมีการตั้งกฎถ้าทำผิดกฎโดยลงโทษที่ยุติธรรมและเหมาะสมกับความผิด การลงโทษควรให้เด็กเข้าใจว่า ถูกลงโทษมิใช่เพราะว่าพ่อแม่ไม่รักลูก แต่อยากให้เป็นคนดี เมื่อได้รับโทษต้องอธิบายเหตุผลเสมอ ส่วนวิธีการลงโทษมีหลากหลายวิธี เช่น งดขนม งดการดูทีวี การให้ทำงานบ้านชดเชยความผิด แต่ไม่ควรลงโทษทางกายที่รุนแรงเพราะจะทำให้เด็กเป็นเด็กขี้ขลาดและกลายเป็นเด็กก้าวร้าวในที่สุด
ข่าว/ภาพ-กรมการแพทย์

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ แนะวิธีการแก้ปัญหาเมื่อเด็กมีพฤติกรรมพูดคำหยาบซึ่งส่งผลเสียต่อบุคลิกและภาพลักษณ์ของเด็กในอนาคต
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า พฤติกรรมการพูดคำหยาบในวัยเด็กส่วนใหญ่มาจากคนใกล้ตัว หรือคนในครอบครัว การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดควรเริ่มแก้ไขจากพ่อแม่ หรือคนในครอบครัวก่อน เพราะเด็กเป็นวัยที่จดจำและเลียนแบบจากบุคคลใกล้ตัว การสื่อสารด้วยคำพูดคุยกันทุกวันที่มองว่าเป็นเรื่องปกติ อาจเป็นสาเหตุทำให้เด็กพูดจาหยาบคาย นอกจากนี้พฤติกรรมเลียนแบบจากสื่อต่างๆเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กๆพูดจาหยาบคายได้ พ่อแม่ควรบอกกล่าวตักเตือนถึงคำพูดและตั้งกฎกติกาขึ้นมา เพื่ออธิบายเด็กเข้าใจถึงความหมายและไม่ควรพูดจาแบบนี้อีก
นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงวัยอนุบาลและวัยประถมเป็นวัยที่แก้ปัญหาการพูดคำหยาบได้ง่ายที่สุด โดยเริ่มจากการพูดคุยกันในครอบครัวควรพูดด้วยคำสุภาพต่อหน้าและลับหลังเด็กอย่าลืมลงท้ายประโยคด้วยคำว่า ครับ/ค่ะทุกครั้ง เด็กจะมองดูเป็นตัวอย่างและประพฤติปฏิบัติตามสิ่งที่เด็กได้เห็นจากพฤติกรรมคนใกล้ตัว แต่ถ้าเด็กมีพฤติกรรมการพูดคำหยาบมาจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียนหรือสื่อต่างๆ ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าทำไมไม่ควรพูดคำหยาบ และข้อเสียของการพูดไม่สุภาพ ควรมีการตั้งกฎถ้าทำผิดกฎโดยลงโทษที่ยุติธรรมและเหมาะสมกับความผิด การลงโทษควรให้เด็กเข้าใจว่า ถูกลงโทษมิใช่เพราะว่าพ่อแม่ไม่รักลูก แต่อยากให้เป็นคนดี เมื่อได้รับโทษต้องอธิบายเหตุผลเสมอ ส่วนวิธีการลงโทษมีหลากหลายวิธี เช่น งดขนม งดการดูทีวี การให้ทำงานบ้านชดเชยความผิด แต่ไม่ควรลงโทษทางกายที่รุนแรงเพราะจะทำให้เด็กเป็นเด็กขี้ขลาดและกลายเป็นเด็กก้าวร้าวในที่สุด
ข่าว/ภาพ-กรมการแพทย์
แนะพ่อแม่ แก้ปัญหาเมื่อลูกพูดคำหยาบ
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
Mom & Child's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพแม่และเด็ก กระทู้สุขภาพแม่และเด็ก
- จิตแพทย์เด็กมีความห่วงใย แนะผู้ปกครองครองดูแลใส่ใจ การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก (190 views)
- จิตแพทย์เด็กแนะผู้ปกครองพูดคุยและดูแลบุตรหลานเมื่อถูกบูลลี่ (111 views)
- หมอเด็กแนะ....ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้ (218 views)
- โรคฮีทสโตรกในเด็ก ภัยร้ายในหน้าร้อนที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม (938 views)
- หมอหู คอ จมูก เด็ก แนะนำวิธีปฐมพยาบาลเมื่อลูกเลือดกำเดาไหล (160 views)
- มาทำความรู้จัก "โรคกาฬหลังแอ่น" เพื่อป้องกันลูกน้อย (1379 views)
- หมอเด็กแนะนำ เคล็ดลับพาเจ้าตัวเล็กเล่นน้ำคลายร้อน รับมือปิดเทอมและหน้าร้อน (6468 views)
- สร้างความตระหนักรู้ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก 26 มีนาคม Purple Day (1613 views)
