หัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการอะไรบ้าง และมีวิธีป้องกันอย่างไร?
- เนิร์ด ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 12 เม.ย. 2022 11:46 am
หัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการอะไรบ้าง และมีวิธีป้องกันอย่างไร?
หัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร? อาการที่พบได้ และแนวทางการป้องกัน
หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ ส่งผลให้การบีบตัวของหัวใจไม่เป็นระบบ เลือดไม่สูบฉีด นำไปสู่อาการหน้ามืดได้
Arrhythmia หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นภาวะที่หัวใจเต้นผิดปกติ เช่น เต้นเร็วผิดปกติ (Tachycardia) เต้นช้า (Bradycardia) หรือเต้นข้ามจังหวะ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกใจสั่น หน้ามืด หรืออ่อนเพลียได้ทันที ภาวะนี้บางครั้งอาจเกิดขึ้นไม่กี่วินาที แต่ถ้าเกิดบ่อยครั้งควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเชื่อมโยงกับโรคหัวใจล้มเหลวที่ต้องรักษากันต่อไป
หัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร
หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmia) คือภาวะที่หัวใจเต้นเร็วไป ช้าไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ จนทำให้เลือดสูบฉีดได้ไม่เต็มที่ บางครั้งเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายแรงอย่างอาการก่อนหัวใจล้มเหลวได้เช่นกัน โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจึงเป็นภาวะที่ต้องคอยสังเกตตัวเองอยู่ตลอด โดยการวินิจฉัยแพทย์จะใช้กราฟคลื่นหัวใจผิดปกติ (ECG) เพื่อวินิจฉัยดูรูปแบบการเต้นของหัวใจว่าปกติหรือไม่ หากกราฟคลื่นที่แสดงออกมาไม่สอดคล้องกับรูปแบบของคนปกติ จึงต้องประเมินว่าผิดจังหวะจากสาเหตุใดต่อไป
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีอาการอย่างไร?
อาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเริ่มจากสัญญาณเล็ก ๆ เช่น ใจสั่นหรือเหนื่อยง่าย แต่ถ้าความผิดปกติรุนแรงขึ้น อาจทำให้หมดสติหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งอาการที่มักพบบ่อย ได้แก่
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรักษาได้ด้วยวิธีการใดบ้าง?
การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจะขึ้นอยู่กับชนิดของความผิดปกติ สาเหตุ และความรุนแรงของอาการ บางรายเพียงดูแลตัวเองและปรับพฤติกรรมก็เพียงพอ ในขณะที่บางรายอาจต้องใช้ยาหรือเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าช่วย โดยวิธีรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีดังนี้
ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ
แพทย์อาจให้ยาที่ช่วยควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ เช่น ยาลดอัตราการเต้นของหัวใจสำหรับผู้ที่หัวใจเต้นเร็วเกินไป ยาควบคุมจังหวะการเต้นสำหรับช่วยป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะซ้ำ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพื่อลดความเสี่ยงลิ่มเลือดในผู้ป่วยบางประเภท ซึ่งการใช้ยาต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะยาบางชนิดอาจมีผลต่อระบบไฟฟ้าหัวใจโดยตรง
รักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่การเต้นผิดจังหวะมีความเสี่ยงสูงหรือเกิดซ้ำบ่อย เช่น การจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Catheter Ablation) เพื่อทำลายเซลล์หัวใจที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติ การใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker / Temporary Pacemaker) สำหรับภาวะหัวใจเต้นช้ามาก หรือการใช้เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจ (ICD) ช่วยป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดำเนินชีวิต
วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงหรือเกิดจากปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ แนวทางการรักษาได้แก่ ลดคาเฟอีน งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ต้องนอนหลับให้เพียงพอ ลดความเครียด และออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ไม่หักโหม รวมถึงการควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
แนวทางป้องกันลดความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะทำได้อย่างไร?
แม้ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางประเภทจะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่หลายปัจจัยสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันสามารถส่งผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว โดยแนวทางป้องกันที่สามารถทำได้ เช่น
หัวใจเต้นผิดจังหวะ หากตรวจพบเร็ว หายได้ไว
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) คือ ภาวะที่หัวใจมีจังหวะการเต้นที่ผิดปกติไปจากจังหวะปกติ ซึ่งอาจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ความผิดปกตินี้เกิดจากความบกพร่องของระบบไฟฟ้าในหัวใจที่ทำหน้าที่ควบคุมการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ
นอกจากนี้ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยังกลายมาเป็นหนึ่งในโรคหัวใจที่คนไทยพบมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเกิดร่วมกับอาการเวียนหัว ใจสั่น เหนื่อยง่าย หรือหมดสติ ยิ่งต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและวางแผนการรักษา เพราะหากปล่อยไว้ อาจพัฒนาไปสู่หัวใจล้มเหลวได้ในอนาคต

Arrhythmia หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นภาวะที่หัวใจเต้นผิดปกติ เช่น เต้นเร็วผิดปกติ (Tachycardia) เต้นช้า (Bradycardia) หรือเต้นข้ามจังหวะ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกใจสั่น หน้ามืด หรืออ่อนเพลียได้ทันที ภาวะนี้บางครั้งอาจเกิดขึ้นไม่กี่วินาที แต่ถ้าเกิดบ่อยครั้งควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเชื่อมโยงกับโรคหัวใจล้มเหลวที่ต้องรักษากันต่อไป
หัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีอาการอย่างไร?
อาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเริ่มจากสัญญาณเล็ก ๆ เช่น ใจสั่นหรือเหนื่อยง่าย แต่ถ้าความผิดปกติรุนแรงขึ้น อาจทำให้หมดสติหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งอาการที่มักพบบ่อย ได้แก่
- ใจสั่น หัวใจเต้นแรงหรือเต้นไม่สม่ำเสมอ
- เวียนหัว หน้ามืด หรือรู้สึกโคลงเคลง
- เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม โดยเฉพาะขณะออกแรง
- เจ็บแน่นบริเวณหน้าอก หรือรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นสะดุด
- อ่อนเพลียผิดปกติ แม้ไม่ได้ใช้แรงมาก
- ชีพจรเต้นเร็วมาก ช้าเกินไป หรือเต้นข้ามจังหวะ
- บางรายอาจมีอาการหมดสติฉับพลัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรักษาได้ด้วยวิธีการใดบ้าง?

ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ
แพทย์อาจให้ยาที่ช่วยควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ เช่น ยาลดอัตราการเต้นของหัวใจสำหรับผู้ที่หัวใจเต้นเร็วเกินไป ยาควบคุมจังหวะการเต้นสำหรับช่วยป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะซ้ำ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพื่อลดความเสี่ยงลิ่มเลือดในผู้ป่วยบางประเภท ซึ่งการใช้ยาต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะยาบางชนิดอาจมีผลต่อระบบไฟฟ้าหัวใจโดยตรง
รักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่การเต้นผิดจังหวะมีความเสี่ยงสูงหรือเกิดซ้ำบ่อย เช่น การจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Catheter Ablation) เพื่อทำลายเซลล์หัวใจที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติ การใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker / Temporary Pacemaker) สำหรับภาวะหัวใจเต้นช้ามาก หรือการใช้เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจ (ICD) ช่วยป้องกันภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดำเนินชีวิต
วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงหรือเกิดจากปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ แนวทางการรักษาได้แก่ ลดคาเฟอีน งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ต้องนอนหลับให้เพียงพอ ลดความเครียด และออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ไม่หักโหม รวมถึงการควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
แนวทางป้องกันลดความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะทำได้อย่างไร?
แม้ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางประเภทจะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่หลายปัจจัยสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันสามารถส่งผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว โดยแนวทางป้องกันที่สามารถทำได้ เช่น
- รับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ เลี่ยงอาหารเค็มจัดและไขมันสูง
- ออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างสม่ำเสมอ
- งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
- จำกัดปริมาณคาเฟอีน เครื่องดื่มชูกำลัง และแอลกอฮอล์
- พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดและฝึกการหายใจลึก
- ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
- ควบคุมโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง หรือเบาหวาน
- หากมีอาการใจสั่นผิดปกติหรือหน้ามืด ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินทันที
หัวใจเต้นผิดจังหวะ หากตรวจพบเร็ว หายได้ไว
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) คือ ภาวะที่หัวใจมีจังหวะการเต้นที่ผิดปกติไปจากจังหวะปกติ ซึ่งอาจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ความผิดปกตินี้เกิดจากความบกพร่องของระบบไฟฟ้าในหัวใจที่ทำหน้าที่ควบคุมการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ
นอกจากนี้ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยังกลายมาเป็นหนึ่งในโรคหัวใจที่คนไทยพบมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเกิดร่วมกับอาการเวียนหัว ใจสั่น เหนื่อยง่าย หรือหมดสติ ยิ่งต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและวางแผนการรักษา เพราะหากปล่อยไว้ อาจพัฒนาไปสู่หัวใจล้มเหลวได้ในอนาคต
หัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการอะไรบ้าง และมีวิธีป้องกันอย่างไร?
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (15 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (9 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (60 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (15 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (8 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (35 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (45 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)
