กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนระวังอันตรายจากธูปไล่ยุง
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนระวังอันตรายจากธูปไล่ยุง
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจพบสารไดมีฟลูทริน (dimefluthrin) ในธูปไล่ยุง ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและวางจำหน่ายทั่วไปตามแนวชายแดน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุสถานที่ผลิตและเลขทะเบียน และสารที่ตรวจพบเป็นสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ (pyrethroids) จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน อย. ซึ่งผิดกฎหมายและอาจได้รับอันตรายถึงตายได้

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ดำเนินงานเฝ้าระวังตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพในท้องตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ล่าสุดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ได้มีการสำรวจและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์จุดกันยุง ที่มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายธูปที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและวางจำหน่ายทั่วไปตามแนวชายแดน รวม 7 ตัวอย่าง พบว่าข้างกล่องผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุสถานที่ผลิต และไม่มีเลขทะเบียน อย. ระบุเพียงส่วนประกอบสําคัญ ของสารทรานส์ฟลูทริน (transfluthrin) 0.04% และเพอร์เมทริน (permethrin) 0.13% เมื่อนำมาตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเอกลักษณ์ของสารกำจัดแมลง ด้วยวิธี GC-MS ผลการตรวจพบสารไดมีฟลูทริน (dimefluthrin) ทุกตัวอย่าง
สารไดมีฟลูทริน เป็นสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 126 ตอนที่ 85 ก ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ก่อนทำการผลิต นำเข้า หรือส่งออก และผลิตภัณฑ์ต้องมีการแสดงฉลากตามที่กฎหมายกำหนด โดยต้องแสดงเลขทะเบียน วัตถุอันตรายไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ และมีชนิดและความเข้มข้นของสารสำคัญเป็นไปตามที่ฉลากระบุ กลไกการออกฤทธิ์ ของสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ที่ใช้ในธูปไล่ยุง จะรบกวนการทำงานของระบบประสาททำให้ยุงเป็นอัมพาตอย่างรวดเร็ว โดยมีความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตามหากสูดดมควันที่ปล่อยออกมาจากยาจุดกันยุง ในปริมาณมาก เช่น อยู่ในบริเวณที่คับแคบไม่มีอากาศถ่ายเทติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเป็นอันตราย ได้แก่ มึนงง ปวดศีรษะ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก อ่อนเพลีย ชัก หรือหมดสติได้ ส่วนอาการพิษอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ อาการแพ้ทางผิวหนัง คัน มีผื่นแดง หากเข้าตาอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้
จากการตรวจพบไดมีฟลูทรินในผลิตภัณฑ์ธูปไล่ยุง แสดงว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ ไม่มีความปลอดภัย ซึ่งอาจเสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ดังนั้นการนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีความผิดตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์จุดกันยุง ผู้บริโภคควรตรวจดูเลขทะเบียนหรือเครื่องหมาย อย. มีฉลากภาษาไทย ซึ่งระบุสถานที่ผลิตชัดเจน สำหรับการนำไปใช้ ควรจุดผลิตภัณฑ์จุดกันยุงหรือธูปไล่ยุงในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรวางไว้ใกล้หรือรวมกับอาหาร วางให้พ้นมือเด็ก และเก็บให้มิดชิด หลังสัมผัสผลิตภัณฑ์จุดกันยุงทุกครั้งควรล้างมือ ให้สะอาด และควรใช้ภาชนะรองผลิตภัณฑ์จุดกันยุงที่เป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ และวางให้ห่างวัตถุไวไฟ สตรีมีครรภ์และผู้ที่แพ้ง่าย ควรอ่านวิธีการใช้และใช้ตามฉลากระบุอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน
ข่าว/ภาพ: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ดำเนินงานเฝ้าระวังตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพในท้องตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ล่าสุดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ได้มีการสำรวจและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์จุดกันยุง ที่มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายธูปที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและวางจำหน่ายทั่วไปตามแนวชายแดน รวม 7 ตัวอย่าง พบว่าข้างกล่องผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ระบุสถานที่ผลิต และไม่มีเลขทะเบียน อย. ระบุเพียงส่วนประกอบสําคัญ ของสารทรานส์ฟลูทริน (transfluthrin) 0.04% และเพอร์เมทริน (permethrin) 0.13% เมื่อนำมาตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเอกลักษณ์ของสารกำจัดแมลง ด้วยวิธี GC-MS ผลการตรวจพบสารไดมีฟลูทริน (dimefluthrin) ทุกตัวอย่าง
สารไดมีฟลูทริน เป็นสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 126 ตอนที่ 85 ก ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ก่อนทำการผลิต นำเข้า หรือส่งออก และผลิตภัณฑ์ต้องมีการแสดงฉลากตามที่กฎหมายกำหนด โดยต้องแสดงเลขทะเบียน วัตถุอันตรายไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ และมีชนิดและความเข้มข้นของสารสำคัญเป็นไปตามที่ฉลากระบุ กลไกการออกฤทธิ์ ของสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ที่ใช้ในธูปไล่ยุง จะรบกวนการทำงานของระบบประสาททำให้ยุงเป็นอัมพาตอย่างรวดเร็ว โดยมีความเป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตามหากสูดดมควันที่ปล่อยออกมาจากยาจุดกันยุง ในปริมาณมาก เช่น อยู่ในบริเวณที่คับแคบไม่มีอากาศถ่ายเทติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเป็นอันตราย ได้แก่ มึนงง ปวดศีรษะ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก อ่อนเพลีย ชัก หรือหมดสติได้ ส่วนอาการพิษอื่นๆ ที่พบ ได้แก่ อาการแพ้ทางผิวหนัง คัน มีผื่นแดง หากเข้าตาอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้
จากการตรวจพบไดมีฟลูทรินในผลิตภัณฑ์ธูปไล่ยุง แสดงว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ ไม่มีความปลอดภัย ซึ่งอาจเสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ดังนั้นการนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีความผิดตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์จุดกันยุง ผู้บริโภคควรตรวจดูเลขทะเบียนหรือเครื่องหมาย อย. มีฉลากภาษาไทย ซึ่งระบุสถานที่ผลิตชัดเจน สำหรับการนำไปใช้ ควรจุดผลิตภัณฑ์จุดกันยุงหรือธูปไล่ยุงในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรวางไว้ใกล้หรือรวมกับอาหาร วางให้พ้นมือเด็ก และเก็บให้มิดชิด หลังสัมผัสผลิตภัณฑ์จุดกันยุงทุกครั้งควรล้างมือ ให้สะอาด และควรใช้ภาชนะรองผลิตภัณฑ์จุดกันยุงที่เป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ และวางให้ห่างวัตถุไวไฟ สตรีมีครรภ์และผู้ที่แพ้ง่าย ควรอ่านวิธีการใช้และใช้ตามฉลากระบุอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน
ข่าว/ภาพ: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนระวังอันตรายจากธูปไล่ยุง
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- โรคพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchiasis) รู้ทันอาการและวิธีป้องกัน (2 views)
- แสงสีฟ้า (Blue Light) เป็นอันตรายต่อดวงตาจริงหรือ ? (33 views)
- กินสุกก็แซ่บได้ พยาธิตายชัวร์! (3 views)
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (30 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (15 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (75 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (19 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (12 views)
