กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระวังอันตรายจากการปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารและเครื่องดื่ม
สโมสรสุขภาพดี เว็บบอร์ดสุขภาพ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระวังอันตรายจากการปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารและเครื่องดื่ม
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และหน่วยงานต่างๆ เฝ้าระวังการใช้ยาแผนปัจจุบันในอาหาร โดยการตรวจวิเคราะห์ยาแผนปัจจุบันที่อาจมีการนำมาใช้ผสมในอาหาร เพื่อให้มีสรรพคุณตามที่กล่าวอ้างโดยตรวจ 7 กลุ่ม ได้แก่ ยาลดน้ำหนัก ยาเบนโซไดอะซีปีนส์ ยาสเตียรอยด์ ยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ยาลดความอยากอาหาร ยาระบาย และวัตถุออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ต้องการให้ผู้บริโภคมีการบริโภคอาหารที่ถูกต้องและปลอดภัย ในระหว่างปี พ.ศ. 2556-2558 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหน่วยงานต่างๆ เฝ้าระวังการใช้ยาแผนปัจจุบันในอาหาร โดยเก็บตัวอย่างอาหารและเครื่องดื่มที่อาจจะมีการนำยาแผนปัจจุบันมาผสม จำนวนทั้งสิ้น 1,160 ตัวอย่าง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นกาแฟสำเร็จรูปชนิดผง 391 ตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 690 ตัวอย่าง เครื่องดื่ม 49 ตัวอย่าง และอาหารอื่นๆ 30 ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ดังนี้
กาแฟสำเร็จรูปชนิดผง จำแนกเป็น กลุ่มยาลดน้ำหนัก ตรวจวิเคราะห์ 304 ตัวอย่างพบไซบูทรามีน 44 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 14.5 กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ตรวจวิเคราะห์ 103 ตัวอย่าง พบ 27 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 26.2 โดยพบซิลเดนาฟิล 26 ตัวอย่าง และทาดาลาฟิล 1 ตัวอย่าง กลุ่มยาเบนโซไดอะซีปีนส์ ตรวจวิเคราะห์ 155 ตัวอย่าง พบลอราซีแพม 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 0.6 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จำแนกเป็น กลุ่มยาลดน้ำหนัก ตรวจวิเคราะห์ 609 ตัวอย่าง พบไซบูทรามีน 122 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 20 กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ตรวจวิเคราะห์ 159 ตัวอย่าง พบ 69 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 43.4 โดยพบซิลเดนาฟิล 40 ตัวอย่าง ทาดาลาฟิล 4 ตัวอย่าง ซิลเดนาฟิลร่วมกับทาดาลาฟิล 20 ตัวอย่าง และซิลเดนาฟิลร่วมกับวาเดนาฟิล 5 ตัวอย่าง กลุ่มยาสเตียรอยด์ ตรวจวิเคราะห์ 51 ตัวอย่าง พบเดกซาเมธาโซน 2 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 3.9 กลุ่มยาระบาย ตรวจวิเคราะห์ 197 ตัวอย่าง พบฟีนอล์ฟทาลีน 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 0.5 โดยมีผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารที่ตรวจ พบว่า มียาแผนปัจจุบันถึง 2 กลุ่ม 2 ตัวอย่าง โดยพบไซบูทรามีนร่วมกับทาดาลาฟิล และไซบูทรามีนร่วมกับฟีนอล์ฟทาลีน และเครื่องดื่ม จำแนกเป็น กลุ่มยาสเตียรอยด์ตรวจวิเคราะห์ 28 ตัวอย่าง พบเดกซาเมธาโซน 6 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 21.4
การบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มียาแผนปัจจุบันผสมอยู่จะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้บริโภค จากผลข้างเคียงของยาหรือปริมาณยาที่ได้รับเกินขนาดและอาจทำให้เสียชีวิตได้ เช่น ผู้ใช้ยาลดน้ำหนัก ที่มีการใช้ไซบูทรามีน มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจวายและเส้นโลหิตในสมองแตก หรือผู้ใช้ยาลดความอยากอาหารที่มีการใช้เฟนฟลูรามีนอาจก่อให้เกิดภาวะความผิดปกติของลิ้นหัวใจ หรือผู้ใช้ยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจ อาจมีอาการหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก อาหารที่มีการผสมยาแผนปัจจุบันจัดว่าเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์และจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามสำหรับผู้บริโภคที่ประสงค์จะบริโภคอาหารดังกล่าวต้องใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อ ไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณาและหากบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มดังกล่าวแล้วเกิดอาการผิดปกติ ควรหยุดการบริโภคทันที และรีบไปพบแพทย์ สุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวเราเอง โดยใช้หลักการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การออกกำลังกายและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
ข่าว ? กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ต้องการให้ผู้บริโภคมีการบริโภคอาหารที่ถูกต้องและปลอดภัย ในระหว่างปี พ.ศ. 2556-2558 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหน่วยงานต่างๆ เฝ้าระวังการใช้ยาแผนปัจจุบันในอาหาร โดยเก็บตัวอย่างอาหารและเครื่องดื่มที่อาจจะมีการนำยาแผนปัจจุบันมาผสม จำนวนทั้งสิ้น 1,160 ตัวอย่าง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นกาแฟสำเร็จรูปชนิดผง 391 ตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 690 ตัวอย่าง เครื่องดื่ม 49 ตัวอย่าง และอาหารอื่นๆ 30 ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ดังนี้
กาแฟสำเร็จรูปชนิดผง จำแนกเป็น กลุ่มยาลดน้ำหนัก ตรวจวิเคราะห์ 304 ตัวอย่างพบไซบูทรามีน 44 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 14.5 กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ตรวจวิเคราะห์ 103 ตัวอย่าง พบ 27 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 26.2 โดยพบซิลเดนาฟิล 26 ตัวอย่าง และทาดาลาฟิล 1 ตัวอย่าง กลุ่มยาเบนโซไดอะซีปีนส์ ตรวจวิเคราะห์ 155 ตัวอย่าง พบลอราซีแพม 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 0.6 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จำแนกเป็น กลุ่มยาลดน้ำหนัก ตรวจวิเคราะห์ 609 ตัวอย่าง พบไซบูทรามีน 122 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 20 กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ตรวจวิเคราะห์ 159 ตัวอย่าง พบ 69 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 43.4 โดยพบซิลเดนาฟิล 40 ตัวอย่าง ทาดาลาฟิล 4 ตัวอย่าง ซิลเดนาฟิลร่วมกับทาดาลาฟิล 20 ตัวอย่าง และซิลเดนาฟิลร่วมกับวาเดนาฟิล 5 ตัวอย่าง กลุ่มยาสเตียรอยด์ ตรวจวิเคราะห์ 51 ตัวอย่าง พบเดกซาเมธาโซน 2 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 3.9 กลุ่มยาระบาย ตรวจวิเคราะห์ 197 ตัวอย่าง พบฟีนอล์ฟทาลีน 1 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 0.5 โดยมีผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารที่ตรวจ พบว่า มียาแผนปัจจุบันถึง 2 กลุ่ม 2 ตัวอย่าง โดยพบไซบูทรามีนร่วมกับทาดาลาฟิล และไซบูทรามีนร่วมกับฟีนอล์ฟทาลีน และเครื่องดื่ม จำแนกเป็น กลุ่มยาสเตียรอยด์ตรวจวิเคราะห์ 28 ตัวอย่าง พบเดกซาเมธาโซน 6 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 21.4
การบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มียาแผนปัจจุบันผสมอยู่จะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้บริโภค จากผลข้างเคียงของยาหรือปริมาณยาที่ได้รับเกินขนาดและอาจทำให้เสียชีวิตได้ เช่น ผู้ใช้ยาลดน้ำหนัก ที่มีการใช้ไซบูทรามีน มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจวายและเส้นโลหิตในสมองแตก หรือผู้ใช้ยาลดความอยากอาหารที่มีการใช้เฟนฟลูรามีนอาจก่อให้เกิดภาวะความผิดปกติของลิ้นหัวใจ หรือผู้ใช้ยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจ อาจมีอาการหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก อาหารที่มีการผสมยาแผนปัจจุบันจัดว่าเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์และจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามสำหรับผู้บริโภคที่ประสงค์จะบริโภคอาหารดังกล่าวต้องใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อ ไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณาและหากบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มดังกล่าวแล้วเกิดอาการผิดปกติ ควรหยุดการบริโภคทันที และรีบไปพบแพทย์ สุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวเราเอง โดยใช้หลักการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การออกกำลังกายและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
ข่าว ? กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระวังอันตรายจากการปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารและเครื่องดื่ม
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- โรคพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchiasis) รู้ทันอาการและวิธีป้องกัน (2 views)
- แสงสีฟ้า (Blue Light) เป็นอันตรายต่อดวงตาจริงหรือ ? (33 views)
- กินสุกก็แซ่บได้ พยาธิตายชัวร์! (3 views)
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (30 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (15 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (73 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (18 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (12 views)
