แพทย์ในสหรัฐการรักษาทารกติดเชื้อเอชไอวีได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก
- Post ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:48 am
แพทย์ในสหรัฐการรักษาทารกติดเชื้อเอชไอวีได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก
แพทย์ในสหรัฐประกาศความสำเร็จในการรักษาทารกติดเชื้อเอชไอวีได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก เพิ่มความหวังในการรักษาทารกที่ติดเชื้อแต่กำเนิด เผยใช้ตัวยาต้านไวรัสปรกติที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเพิ่มปริมาณและเริ่มรักษาเร็วขึ้น แต่ยังต้องรอผลทดสอบเพิ่มเติมกับเด็กคนอื่น
พญ.เดบอราห์ เพอร์ซอด นักวิทยาไวรัสจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เมืองบัลติมอร์ นำเสนอผลการรักษาดังกล่าวต่อที่ประชุมว่าด้วยรีโทรไวรัสและโรคติดเชื้อฉวยโอกาส ที่เมืองแอตแลนตา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ป่วยรายนี้เป็นเด็กหญิงชาวเมืองมิสซิสซิปปี ที่ปัจจุบันอายุ 2 ขวบครึ่ง และได้งดการรับยาอยู่ช่วงหนึ่งนาน 10 เดือน แล้วต่อมาแพทย์ได้ตรวจสอบไม่พบการติดเชื้อเหลืออยู่
"นี่คือข้อพิสูจน์ความคิดที่ว่าเอชไอวีในทารกสามารถรักษาได้" แพทย์หญิงผู้นี้กล่าว
อย่างไรก็ดี กรณีของเด็กหญิงแตกต่างจากกรณีของทิโมธี เรย์ บราวน์ ชายชาวอเมริกันผู้เป็นที่รู้จักในชื่อ "คนไข้เบอร์ลิน" หรือมนุษย์คนแรกที่หายขาดจากการติดเชื้อเอชไอวี หรือไวรัสที่ก่อโรคเอดส์ ผ่านการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เขาเป็นอยู่ด้วย เมื่อปี 2550
ดร.เพอร์ซอดกล่าวว่า เราเชื่อว่าเด็กหญิงคนนี้ก็คือ ทิโมธี บราวน์ ของเรา ที่จะกระพือความสนใจในการค้นคว้าวิจัยเพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวีในเด็ก
เด็กหญิงคนนี้ถือกำเนิดในโรงพยาบาลชนบทแห่งหนึ่งของสหรัฐเมื่อเดือน ก.ค.53 โดยผู้เป็นมารดาเพิ่งตรวจพบเชื้อเอชไอวี ทำให้เด็กไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ แพทย์ลงความเห็นว่าเด็กมีโอกาสติดเชื้อสูง จึงได้ย้ายเด็กไปอยู่ในการดูแลของ ดร.แฮนนาห์ เกย์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเอชไอวีในเด็ก ประจำโรงพยาบาลศูนย์แพทย์มหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปี
การที่เด็กมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ ทำให้ ดร.เกย์ตัดสินใจให้ยาต้านเอชไอวีรวมกันทั้ง 3 ขนานที่ใช้ในการรักษาทารกติดเชื้อเอชไอวีโดยทั่วไป ประกอบด้วย ซิโดวูดีน, ลามิวูดีน และนีวิราพีน ตั้งแต่เด็กคลอดได้เพียง 30 ชั่วโมงโดยไม่รอผลการตรวจเลือด ที่ยืนยันในเวลา 48 ชั่วโมงให้หลังว่าเด็กติดเชื้อเอชไอวีจากแม่จริง แพทย์ทำการรักษาเต็มอัตราแบบนี้อย่างต่อเนื่อง ระบบภูมิคุ้มกันเด็กตอบสนองได้ดี ระดับไวรัสลงลด จนเด็กอายุ 29 วันแพทย์ก็ตรวจไม่พบเชื้ออีกเลย แต่แพทย์ยังคงให้การรักษาเด็กอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในกรณีที่หญิงตั้งครรภ์มีเชื้อเอชไอวีนั้น แพทย์มักจะให้ยาต้านไวรัสเพื่อลดความเสี่ยงที่เชื้อจะส่งผ่านสู่ทารกในครรภ์ โดยจะให้ยานีวิราพีนเพียงตัวเดียว นักวิจัยเชื่อกันว่า การรักษาด้วยยาต้านรีโทรไวรัสที่มีความแรงมากขึ้นตั้งแต่ทารกเกิดได้ไม่กี่วัน น่าจะป้องกันไม่ให้ไวรัสก่อสภาวะแหล่งรวมเซลล์ไวรัสที่จะหลบซ่อนตัวอย่างสงบในร่างกาย จนการรักษาแบบมาตรฐานใช้ไม่ได้และทำให้ผู้ติดเชื้อต้องรับยาตลอดชีวิต
กรณีของเด็กหญิงกลับปรากฏว่า ภายหลังรักษาได้ 18 เดือน แม่เด็กไม่ได้พาเด็กมารักษาอีกเป็นเวลา 10 เดือนโดยไม่แจ้งสาเหตุ แต่เมื่อเด็กกลับมาอีกครั้ง แพทย์ได้ตรวจเลือดและตรวจด้วยเทคนิคหลายอย่างเพื่อหาเชื้อแต่ก็ไม่พบ กระนั้นคณะวิจัยยืนกรานว่ากรณีนี้เป็นการรักษาที่ได้ผลเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาอย่างหายขาด และจำเป็นต้องทำการทดสอบเพิ่มเติมว่าจะใช้ได้ผลกับเด็กคนอื่นๆ แบบเดียวกันหรือไม่
ที่มา ไทยโพสต์
พญ.เดบอราห์ เพอร์ซอด นักวิทยาไวรัสจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เมืองบัลติมอร์ นำเสนอผลการรักษาดังกล่าวต่อที่ประชุมว่าด้วยรีโทรไวรัสและโรคติดเชื้อฉวยโอกาส ที่เมืองแอตแลนตา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ป่วยรายนี้เป็นเด็กหญิงชาวเมืองมิสซิสซิปปี ที่ปัจจุบันอายุ 2 ขวบครึ่ง และได้งดการรับยาอยู่ช่วงหนึ่งนาน 10 เดือน แล้วต่อมาแพทย์ได้ตรวจสอบไม่พบการติดเชื้อเหลืออยู่
"นี่คือข้อพิสูจน์ความคิดที่ว่าเอชไอวีในทารกสามารถรักษาได้" แพทย์หญิงผู้นี้กล่าว
อย่างไรก็ดี กรณีของเด็กหญิงแตกต่างจากกรณีของทิโมธี เรย์ บราวน์ ชายชาวอเมริกันผู้เป็นที่รู้จักในชื่อ "คนไข้เบอร์ลิน" หรือมนุษย์คนแรกที่หายขาดจากการติดเชื้อเอชไอวี หรือไวรัสที่ก่อโรคเอดส์ ผ่านการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เขาเป็นอยู่ด้วย เมื่อปี 2550
ดร.เพอร์ซอดกล่าวว่า เราเชื่อว่าเด็กหญิงคนนี้ก็คือ ทิโมธี บราวน์ ของเรา ที่จะกระพือความสนใจในการค้นคว้าวิจัยเพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวีในเด็ก
เด็กหญิงคนนี้ถือกำเนิดในโรงพยาบาลชนบทแห่งหนึ่งของสหรัฐเมื่อเดือน ก.ค.53 โดยผู้เป็นมารดาเพิ่งตรวจพบเชื้อเอชไอวี ทำให้เด็กไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ แพทย์ลงความเห็นว่าเด็กมีโอกาสติดเชื้อสูง จึงได้ย้ายเด็กไปอยู่ในการดูแลของ ดร.แฮนนาห์ เกย์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเอชไอวีในเด็ก ประจำโรงพยาบาลศูนย์แพทย์มหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปี
การที่เด็กมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ ทำให้ ดร.เกย์ตัดสินใจให้ยาต้านเอชไอวีรวมกันทั้ง 3 ขนานที่ใช้ในการรักษาทารกติดเชื้อเอชไอวีโดยทั่วไป ประกอบด้วย ซิโดวูดีน, ลามิวูดีน และนีวิราพีน ตั้งแต่เด็กคลอดได้เพียง 30 ชั่วโมงโดยไม่รอผลการตรวจเลือด ที่ยืนยันในเวลา 48 ชั่วโมงให้หลังว่าเด็กติดเชื้อเอชไอวีจากแม่จริง แพทย์ทำการรักษาเต็มอัตราแบบนี้อย่างต่อเนื่อง ระบบภูมิคุ้มกันเด็กตอบสนองได้ดี ระดับไวรัสลงลด จนเด็กอายุ 29 วันแพทย์ก็ตรวจไม่พบเชื้ออีกเลย แต่แพทย์ยังคงให้การรักษาเด็กอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในกรณีที่หญิงตั้งครรภ์มีเชื้อเอชไอวีนั้น แพทย์มักจะให้ยาต้านไวรัสเพื่อลดความเสี่ยงที่เชื้อจะส่งผ่านสู่ทารกในครรภ์ โดยจะให้ยานีวิราพีนเพียงตัวเดียว นักวิจัยเชื่อกันว่า การรักษาด้วยยาต้านรีโทรไวรัสที่มีความแรงมากขึ้นตั้งแต่ทารกเกิดได้ไม่กี่วัน น่าจะป้องกันไม่ให้ไวรัสก่อสภาวะแหล่งรวมเซลล์ไวรัสที่จะหลบซ่อนตัวอย่างสงบในร่างกาย จนการรักษาแบบมาตรฐานใช้ไม่ได้และทำให้ผู้ติดเชื้อต้องรับยาตลอดชีวิต
กรณีของเด็กหญิงกลับปรากฏว่า ภายหลังรักษาได้ 18 เดือน แม่เด็กไม่ได้พาเด็กมารักษาอีกเป็นเวลา 10 เดือนโดยไม่แจ้งสาเหตุ แต่เมื่อเด็กกลับมาอีกครั้ง แพทย์ได้ตรวจเลือดและตรวจด้วยเทคนิคหลายอย่างเพื่อหาเชื้อแต่ก็ไม่พบ กระนั้นคณะวิจัยยืนกรานว่ากรณีนี้เป็นการรักษาที่ได้ผลเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาอย่างหายขาด และจำเป็นต้องทำการทดสอบเพิ่มเติมว่าจะใช้ได้ผลกับเด็กคนอื่นๆ แบบเดียวกันหรือไม่
ที่มา ไทยโพสต์
แพทย์ในสหรัฐการรักษาทารกติดเชื้อเอชไอวีได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (5 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (4 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (29 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (83 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (85 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (81 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (113 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (104 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน
