Skip ไปที่เนื้อหา

กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day)


  • Health News ออฟไลน์
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:50 am

กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day)

 โพสต์ Health News    12

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชูการดูแลสุขภาพหัวใจแบบบูรณาการผสานศาสตร์การแพทย์แผนจีน ควบคู่กับ แพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อป้องกันและชะลอโรคหัวใจและหลอดเลือด ผ่าน 3 แนวทางปฏิบัติ ปรับอารมณ์ลดความเครียด เติมสมดุลให้หัวใจ โภชนาการบำบัด เลือกทานอาหารปรับธาตุตามศาสตร์จีน สังเกตสัญญาณเตือนรู้ทันความผิดปกติของร่างกายได้ทันท่วงที เพื่อการดูแลสุขภาพระบบหลอดเลือดและหัวใจอย่างยั่งยืน เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day)

กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก World Heart Day — Health N

นพ.กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า สมาพันธ์หัวใจโลก (World Heart Federation: WHF) กำหนดให้วันที่ 29 กันยายนของทุกปี เป็นวันหัวใจโลก (World Heart Day) เพื่อกระตุ้นให้ประชากรทั่วโลกตระหนักถึงความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก รวมถึงในประเทศไทยที่มีผู้ป่วยสะสมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนนำองค์ความรู้แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีนมาประยุกต์ใช้ในการดูแล ป้องกัน และชะลอการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อการดูแลสุขภาพระบบหลอดเลือดและหัวใจอย่างยั่งยืน

IMG 9656


ด้าน นพ.กุลธนิต วนรัตน์ ผอ.สถาบันการแพทย์ทางเลือก ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ถึงมุมมองการแพทย์แผนจีนว่า หัวใจเปรียบเสมือน "กษัตริย์หรือประมุขแห่งอวัยวะทั้งปวง" ทำหน้าที่ควบคุมทั้งการไหลเวียนของเลือด ระบบจิตใจ อารมณ์ และความคิด หากเกิดภาวะเลือดและลมปราณติดขัด หรือ "ชี่หัวใจพร่อง" จะแสดงอาการเตือน เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ และอาจพัฒนาไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจในที่สุด

IMG 9657

กรมการแพทย์แผนไทยฯ จึงแนะนำแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวันตามศาสตร์แพทย์แผนจีน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพหัวใจ ได้แก่ ปรับอารมณ์และลดความเครียด อารมณ์ที่สุดโต่ง เช่น ความโกรธ หรือความกังวลส่งผลกระทบต่อหัวใจโดยตรง การฝึกสมาธิ หรือการบริหารร่างกายที่เน้นการประสานลมหายใจ เช่น ไท่เก๊ก และ ชี่กง จะช่วยลดความดันโลหิตและช่วยให้ลมปราณไหลเวียนได้ดีขึ้น รับประทานอาหารสีแดง และรสขม ตามทฤษฎีปัญจธาตุ ธาตุไฟ และหัวใจมีความสัมพันธ์กับสีแดงและรสขม และตรงตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ผักผลไม้สีแดงมักมีแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือดแดง เช่น ธาตุเหล็ก โฟเลต สารกลุ่มเบตาเลน ไนเตรต ไลโคปีน และวิตามินซี การรับประทานอาหารสีแดง เช่น พุทราจีน ถั่วแดง เก๋ากี้ มะเขือเทศ และบีทรูท จึงช่วยบำรุงเลือดได้ ขณะที่อาหารรสขม เช่น มะระ หรือ ชาเขียว ช่วยลดความร้อนและลดไฟหัวใจ ซึ่งตรงตามหลักวิทยาศาสตร์ด้วยรสขมมักมีสารประกอบ เช่น โพลีฟีนอล และ ฟลาโวนอยด์ ช่วยลดสารอักเสบในร่างกาย ซึ่งเปรียบเสมือนการลดความร้อนภายในร่างกายได้ สังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกาย สังเกตอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ เช่น นอนไม่หลับ อ่อนเพลียง่าย หรือแน่นหน้าอกเวลาเครียด เพื่อรับการดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ

IMG 9658

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า การแพทย์แผนจีน เป็นเพียงศาสตร์ที่เข้ามาช่วยเสริมในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการปรับสมดุล ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ไม่ควรหยุดยา หรือปรับลดการรักษาหลักทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ด้วยตนเอง หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

 กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day)
 เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ

เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน