ทำอย่างไรเมื่อเป็น ?ตากุ้งยิง?
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ทำอย่างไรเมื่อเป็น ?ตากุ้งยิง?
ดวงตานั้นสำคัญไฉน ทุกคนคงรู้คำตอบกันเป็นอย่างดี ดังนั้น เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับดวงตาหรือบริเวณใกล้เคียง ควรดูแลรักษาให้ถูกต้อง โดยเฉพาะโรคของดวงตาที่พบได้บ่อย อย่าง ?ตากุ้งยิง?
พญ.นวลจิรา ประกายรุ้งทอง ผอ.ศูนย์โรคตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) สาขาสุขุมวิท กรุงเทพฯ เผยข้อมูลที่ถูกต้องว่า ตากุ้งยิง หรืออาจเรียกว่าฝีที่เปลือกตา เป็นการอักเสบของเปลือกตา เนื่องจากการติดเชื้อ ซึ่งตัวเชื้อที่เป็นสาเหตุอยู่บ่อยๆ คือ เชื้อแบคทีเรีย สแตฟฟีโลคอคคัส ออเรียส เชื้อนี้เกาะอยู่ที่เปลือกตา เข้าสู่ร่างกายเมื่อคนเราขยี้ตาจนเกิดแผลที่เปลือกตา
เมื่อเชื้อโรคนั้นผ่านเข้าไปทางแผล จะทำให้เกิดการอักเสบ มีอาการบวมแดง เจ็บปวด เมื่อเป็นไปสักระยะหนึ่งหนองจะแตกออก แต่หากรุนแรงหรืออักเสบมากมักทำให้เกิดเป็นตุ่มใหญ่ใต้ผิวเปลือกตา หากพลิกดูด้านในก็จะเห็นว่าเป็นฝี
การรักษาโดยทั่วไป ถ้าผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการที่เป็นไม่มากหรือระยะต้นๆ จะแนะนำให้ประคบอุ่น และอาจมียาหยอดตาที่เป็นยาฆ่าเชื้อหรือยาป้ายที่อยู่ในรูปขี้ผึ้งให้ใช้ รวมทั้งยาแก้อักเสบไปให้ทาน ก็ทำให้การอักเสบลดลงและหายได้
แต่ถ้ามาพบแพทย์แล้วมีลักษณะของตุ่มหนองอยู่ข้างในเปลือกตา การรักษาต้องระบายหนองออกเพื่อให้หายโดยไว วิธีก็คือ แพทย์จะฉีดยาชา แล้วใช้มีดกรีดเปิดตุ่มหนอง จากนั้นใช้เครื่องมือล้วงเอาหนองกับถุงของหนองออกมา ปิดตาเอาไว้ 3-4 ชั่วโมงเพื่อเป็นการห้ามเลือด เมื่อครบกำหนดก็จะเปิดตาแล้วหยอดยาแก้อักเสบไปอีก 1 สัปดาห์ ก็จะหาย
อย่างไรก็ตาม พญ.นวลจิรา บอกว่า ทุกวันจะมีผู้ป่วยเป็นตากุ้งยิงเข้ามารับการรักษา ซึ่งพบได้ทุกเพศทุกวัย คนเป็นแล้วหายก็มีโอกาสเป็นซ้ำได้เนื่องจากเชื้อโรคอยู่ใกล้ๆ ประกอบกับพฤติกรรมขยี้ตาอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ดังนั้น เพื่อลดโอกาสป่วย ขอย้ำว่า อย่าขยี้ตา
หรือแม้กระทั่งสงสัยว่าเป็นตากุ้งยิงแล้ว ก็อย่าขยี้ตา ในเบื้องต้นแนะนำให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นๆ แล้วหลับตาก่อนวางผ้าประคบบริเวณเปลือกตาหรือตำแหน่งที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการได้ จากนั้นควรพบแพทย์เพราะโรคเกิดจากการติดเชื้อจำเป็นต้องใช้ยารักษา
ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์
ตากุ้งยิง, วิธีรักษาตากุ้งยิง, สาเหตุตากุ้งยิง, ฝีตากุ้งยิง, ยารักษาตากุ้งยิง, ยาป้ายตากุ้งยิง
พญ.นวลจิรา ประกายรุ้งทอง ผอ.ศูนย์โรคตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) สาขาสุขุมวิท กรุงเทพฯ เผยข้อมูลที่ถูกต้องว่า ตากุ้งยิง หรืออาจเรียกว่าฝีที่เปลือกตา เป็นการอักเสบของเปลือกตา เนื่องจากการติดเชื้อ ซึ่งตัวเชื้อที่เป็นสาเหตุอยู่บ่อยๆ คือ เชื้อแบคทีเรีย สแตฟฟีโลคอคคัส ออเรียส เชื้อนี้เกาะอยู่ที่เปลือกตา เข้าสู่ร่างกายเมื่อคนเราขยี้ตาจนเกิดแผลที่เปลือกตา
เมื่อเชื้อโรคนั้นผ่านเข้าไปทางแผล จะทำให้เกิดการอักเสบ มีอาการบวมแดง เจ็บปวด เมื่อเป็นไปสักระยะหนึ่งหนองจะแตกออก แต่หากรุนแรงหรืออักเสบมากมักทำให้เกิดเป็นตุ่มใหญ่ใต้ผิวเปลือกตา หากพลิกดูด้านในก็จะเห็นว่าเป็นฝี
การรักษาโดยทั่วไป ถ้าผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการที่เป็นไม่มากหรือระยะต้นๆ จะแนะนำให้ประคบอุ่น และอาจมียาหยอดตาที่เป็นยาฆ่าเชื้อหรือยาป้ายที่อยู่ในรูปขี้ผึ้งให้ใช้ รวมทั้งยาแก้อักเสบไปให้ทาน ก็ทำให้การอักเสบลดลงและหายได้
แต่ถ้ามาพบแพทย์แล้วมีลักษณะของตุ่มหนองอยู่ข้างในเปลือกตา การรักษาต้องระบายหนองออกเพื่อให้หายโดยไว วิธีก็คือ แพทย์จะฉีดยาชา แล้วใช้มีดกรีดเปิดตุ่มหนอง จากนั้นใช้เครื่องมือล้วงเอาหนองกับถุงของหนองออกมา ปิดตาเอาไว้ 3-4 ชั่วโมงเพื่อเป็นการห้ามเลือด เมื่อครบกำหนดก็จะเปิดตาแล้วหยอดยาแก้อักเสบไปอีก 1 สัปดาห์ ก็จะหาย
อย่างไรก็ตาม พญ.นวลจิรา บอกว่า ทุกวันจะมีผู้ป่วยเป็นตากุ้งยิงเข้ามารับการรักษา ซึ่งพบได้ทุกเพศทุกวัย คนเป็นแล้วหายก็มีโอกาสเป็นซ้ำได้เนื่องจากเชื้อโรคอยู่ใกล้ๆ ประกอบกับพฤติกรรมขยี้ตาอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ดังนั้น เพื่อลดโอกาสป่วย ขอย้ำว่า อย่าขยี้ตา
หรือแม้กระทั่งสงสัยว่าเป็นตากุ้งยิงแล้ว ก็อย่าขยี้ตา ในเบื้องต้นแนะนำให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นๆ แล้วหลับตาก่อนวางผ้าประคบบริเวณเปลือกตาหรือตำแหน่งที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการได้ จากนั้นควรพบแพทย์เพราะโรคเกิดจากการติดเชื้อจำเป็นต้องใช้ยารักษา
ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์
ตากุ้งยิง, วิธีรักษาตากุ้งยิง, สาเหตุตากุ้งยิง, ฝีตากุ้งยิง, ยารักษาตากุ้งยิง, ยาป้ายตากุ้งยิง
ทำอย่างไรเมื่อเป็น ?ตากุ้งยิง?
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (3 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (3 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (28 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (80 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (84 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (81 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (112 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (103 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน
