อาหารที่ควรทานเมื่อทำงานหนัก
- Guest ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:48 am
อาหารที่ควรทานเมื่อทำงานหนัก
อาหารที่ควรทานเมื่อทำงานหนัก
ในยุคที่สังคมมีการแข่งขันสูง คนทำงานทั้งหลายต้องตรากตรำกันหนักหน่อย ทั้งประชุม ทั้งเคลียร์งานจนอาจจะลืมรับประทานอาหารกันได้ หรืออาจจะทานอาหารแบบผ่านไปมื้อหนึ่งก่อน จนอาจไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
เพื่อให้เรามีพลังในการทำงานได้อย่างเต็มที่ จึงควรทานอาหารให้ถูกกับสภาพร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ต้องเหน็ดเหนื่อยหรือใช้พลังงานมากกว่าวันปกติยิ่งต้องดูแลให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะคนทำงานมักจะป่วยเล็กๆ น้อยๆ ไม่หาย เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอนั่นเองดังนั้น เรามีคำแนะนำวิธีทานอาหารเพื่อป้องกันอาการป่วยสำหรับคนทำงานหนักทั้งหลายมาฝาก
คนทำงานมักดื่มกาแฟจนติดเป็นนิสัยบางท่านอาจจะดื่มวันละ2-3แก้วด้วยซ้ำ ทำให้มีคาเฟอีนสะสมอยู่ในร่างกายตลอดเช้ายันค่ำ ดังนั้น ถ้าอยากหลับสนิทควรงดดื่มกาแฟชา รวมไปถึงน้ำอัดลมระหว่างวันหรือช่วงบ่าย เพราะในเครื่องดื่มเหล่านี้มีสารคาเฟอีนกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวและนอนไม่หลับเปลี่ยนมารับประทานกล้วย มันฝรั่งต้ม หรือนมสดอุ่นๆ ในช่วงบ่ายหรือเย็น จะช่วยให้หลับง่ายและสบายยิ่งขึ้น
เมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย มักมีสาเหตุจากการขาดธาตุเหล็กอาการนี้เป็นอาการสะสมจึงควรทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท พาสต้า ถั่ว ผักใบเขียว ผลไม้จำพวกส้ม แตงโม เบอร์รี่ อาหารเหล่านี้ยังย่อยง่ายไม่ทำให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนัก เป็นจำพวกค่อยๆ ย่อย ค่อยๆ ดูดซึม จึงช่วยลดความเครียดของเราได้อีกทาง
แต่ถ้าเครียดกับงานมาก ทานอาหารไม่เป็นเวลา นาฬิกาทางชีววิทยาอาจปั่นป่วน ทำให้การขับถ่ายไม่เป็นปกติ มีอาการท้องผูกเกิดขึ้น ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร และรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผักและผลไม้จำพวก ส้ม มะละกอ ลูกพรุน หรือสาหร่าย เม็ดแมงลัก และน้ำผึ้ง
หากคุณมีอาการปวดศีรษะไมเกรนอยู่บ่อยๆ ควรทานเนื้อปลาซึ่งอุดมด้วยกรมไขมันโอเมก้า 3อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4ครั้ง เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาทูน่า หรือปลาอินทรี หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของหมักดอง อาหารที่มีสารไทรามีน เช่น เนย นม ช็อกโกแลต กล้วยหอม ผงชูรส ผลไม้ตระกูลส้มและมะนาว ชาและกาแฟ
ที่มา : วิชาการดอทคอม
ในยุคที่สังคมมีการแข่งขันสูง คนทำงานทั้งหลายต้องตรากตรำกันหนักหน่อย ทั้งประชุม ทั้งเคลียร์งานจนอาจจะลืมรับประทานอาหารกันได้ หรืออาจจะทานอาหารแบบผ่านไปมื้อหนึ่งก่อน จนอาจไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
เพื่อให้เรามีพลังในการทำงานได้อย่างเต็มที่ จึงควรทานอาหารให้ถูกกับสภาพร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ต้องเหน็ดเหนื่อยหรือใช้พลังงานมากกว่าวันปกติยิ่งต้องดูแลให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะคนทำงานมักจะป่วยเล็กๆ น้อยๆ ไม่หาย เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอนั่นเองดังนั้น เรามีคำแนะนำวิธีทานอาหารเพื่อป้องกันอาการป่วยสำหรับคนทำงานหนักทั้งหลายมาฝาก
คนทำงานมักดื่มกาแฟจนติดเป็นนิสัยบางท่านอาจจะดื่มวันละ2-3แก้วด้วยซ้ำ ทำให้มีคาเฟอีนสะสมอยู่ในร่างกายตลอดเช้ายันค่ำ ดังนั้น ถ้าอยากหลับสนิทควรงดดื่มกาแฟชา รวมไปถึงน้ำอัดลมระหว่างวันหรือช่วงบ่าย เพราะในเครื่องดื่มเหล่านี้มีสารคาเฟอีนกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวและนอนไม่หลับเปลี่ยนมารับประทานกล้วย มันฝรั่งต้ม หรือนมสดอุ่นๆ ในช่วงบ่ายหรือเย็น จะช่วยให้หลับง่ายและสบายยิ่งขึ้น
เมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย มักมีสาเหตุจากการขาดธาตุเหล็กอาการนี้เป็นอาการสะสมจึงควรทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท พาสต้า ถั่ว ผักใบเขียว ผลไม้จำพวกส้ม แตงโม เบอร์รี่ อาหารเหล่านี้ยังย่อยง่ายไม่ทำให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนัก เป็นจำพวกค่อยๆ ย่อย ค่อยๆ ดูดซึม จึงช่วยลดความเครียดของเราได้อีกทาง
แต่ถ้าเครียดกับงานมาก ทานอาหารไม่เป็นเวลา นาฬิกาทางชีววิทยาอาจปั่นป่วน ทำให้การขับถ่ายไม่เป็นปกติ มีอาการท้องผูกเกิดขึ้น ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร และรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผักและผลไม้จำพวก ส้ม มะละกอ ลูกพรุน หรือสาหร่าย เม็ดแมงลัก และน้ำผึ้ง
หากคุณมีอาการปวดศีรษะไมเกรนอยู่บ่อยๆ ควรทานเนื้อปลาซึ่งอุดมด้วยกรมไขมันโอเมก้า 3อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4ครั้ง เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาทูน่า หรือปลาอินทรี หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของหมักดอง อาหารที่มีสารไทรามีน เช่น เนย นม ช็อกโกแลต กล้วยหอม ผงชูรส ผลไม้ตระกูลส้มและมะนาว ชาและกาแฟ
ที่มา : วิชาการดอทคอม
อาหารที่ควรทานเมื่อทำงานหนัก
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (21 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (75 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (83 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (78 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (109 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (98 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (124 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน
