กรมควบคุมโรค ย้ำโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่หายได้ อาการรุนแรงในเด็กเล็ก หากไข้สูงไม่ลด ซึม ชัก หรือหายใจหอบ ให้รีบพาไปพบแพทย์
- Health News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:50 am
กรมควบคุมโรค ย้ำโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่หายได้ อาการรุนแรงในเด็กเล็ก หากไข้สูงไม่ลด ซึม ชัก หรือหายใจหอบ ให้รีบพาไปพบแพทย์
กรมควบคุมโรค ย้ำโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่หายได้ เตือนผู้ปกครองสังเกตอาการรุนแรงในเด็กเล็ก หากไข้สูงไม่ลด ซึม ชัก หรือหายใจหอบ ให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวเด็กหญิงวัย 5 ขวบ เสียชีวิตหลังป่วยด้วยอาการสงสัยโรคมือเท้าปากในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ กรมควบคุมโรคขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ปกครองและสถานศึกษาเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรอง เฝ้าระวัง และติดตามอาการของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียนที่มีการทำกิจกรรมร่วมกันและมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดมากขึ้น
9 ตุลาคม 2569-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานข่าวเบื้องต้น พบว่า หลังกลับจากโรงเรียนผู้เสียชีวิตเริ่มมีอาการไข้ มีตุ่มน้ำใสบริเวณมือและเท้า ร่วมกับมีภาวะขาดน้ำ และอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วใน 3 วัน ขณะนี้ทีมสอบสวนโรคในพื้นที่กำลังลงสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตและเก็บตัวอย่างส่งตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ วิเคราะห์หาสายพันธุ์เชื้อก่อโรค โดยเฉพาะสายพันธุ์ของเอนเทอโรไวรัสที่เป็นสายพันธุ์ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตในเด็ก นอกจากนี้ ทีมสอบสวนโรคได้ดำเนินมาตรการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งในครอบครัวและโรงเรียนอนุบาล เพื่อคัดกรองและประเมินอาการกลุ่มเสี่ยง พร้อมกำชับสถานศึกษาให้ทำความสะอาดและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
กองระบาดวิทยาได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์โรคมือเท้าปากในประเทศไทย อย่างต่อเนื่องโดยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 5 ตุลาคม 2569 พบรายงานผู้ป่วยโรคมือเท้าปากรวม 81,829 ราย เสียชีวิต 1 ราย (ผู้เสียชีวิตอายุ 2 ปี 10 เดือน ไม่ใช่ผู้ป่วยรายดังกล่าว) อัตราป่วยตายร้อยละ 0.001 ซึ่งกลุ่มอายุที่พบสูงสุด คือ เด็กเล็กอายุ 0 – 4 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 5 – 9 ปี และ 10 – 14 ปี ตามลำดับ ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 7,802 ราย (ร้อยละ 9.53) โรคนี้สามารถพบผู้ป่วยกระจายได้ทั่วประเทศ จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยสูง 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงราย (209.27 ต่อประชากรแสนคน) ชลบุรี (171.64) และกรุงเทพฯ (106.32) จากการเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย โดยการสุ่มตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในปี พ.ศ. 2569 พบว่าเชื้อส่วนใหญ่เป็น Coxsackievirus A6 และ A16 ซึ่งเป็นสายพันธุ์มีความรุนแรงน้อย ขณะที่ Enterovirus 71 ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและการเสียชีวิต แม้มีแนวโน้มการตรวจพบเพิ่มขึ้น แต่ยังพบในสัดส่วนน้อยประมาณร้อยละ 5 – 15 ของสายพันธุ์ที่ตรวจพบทั้งหมดในแต่ละปี
ผู้ป่วยโรคมือเท้าปากมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปีหากพบว่าเด็กมีไข้ ร่วมกับมีแผลหรือจุดแดงในช่องปาก เช่น บริเวณลิ้น เพดานปาก หรือกระพุ้งแก้ม มีผื่นหรือตุ่มน้ำใสบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลำตัว หรือก้น ในเด็กเล็กมีอาการงอแง ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มนม มีน้ำลายไหลหรือบ่นเจ็บปาก ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคมือเท้าปาก ในกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง รับประทานอาหารและน้ำได้น้อยมาก ซึมลง ชักเกร็ง อาเจียนมาก หรือหายใจหอบเหนื่อย ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษา เนื่องจากอาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะสมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้คำแนะนำการป้องกันโรคในสถานศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ดังนี้ 1) บุคลากรทางการศึกษาควรคัดกรองเด็กทุกเช้าอย่างเคร่งครัด หากพบเด็กป่วย เช่น มีไข้ มีตุ่มน้ำใสขึ้นที่มือ เท้า หรือมีแผลในปาก ให้แยกออกจากเด็กคนอื่นทันที พร้อมแจ้งผู้ปกครองให้รับเด็กกลับบ้านและให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายดี 2) หากมีเด็กป่วยตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกันใน 1 สัปดาห์ ต้องปิดห้องเรียนที่มีเด็กป่วยอย่างน้อย 1 วัน เพื่อทำความสะอาดและเฝ้าระวังคัดกรองเด็กป่วยให้เข้มข้นต่ออีก 1 สัปดาห์ 3) ทำความสะอาดเครื่องใช้ ของเล่นเด็ก และพื้นที่ห้องเรียนอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน สบู่ น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือสารละลายคลอรีน เช่น น้ำยาฟอกขาวผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสม และ 4) ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยที่เหมาะสมแก่เด็กและผู้ดูแล โดยเน้นการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังขับถ่ายและหลังสัมผัส น้ำมูก น้ำลาย หรือสิ่งขับถ่ายของเด็ก เนื่องจากเชื้อสามารถติดต่อและแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากตุ่มพอง และอุจจาระของผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสของเล่น เครื่องใช้ หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ ทั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวเด็กหญิงวัย 5 ขวบ เสียชีวิตหลังป่วยด้วยอาการสงสัยโรคมือเท้าปากในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ กรมควบคุมโรคขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ปกครองและสถานศึกษาเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรอง เฝ้าระวัง และติดตามอาการของเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียนที่มีการทำกิจกรรมร่วมกันและมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดมากขึ้น
9 ตุลาคม 2569-นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานข่าวเบื้องต้น พบว่า หลังกลับจากโรงเรียนผู้เสียชีวิตเริ่มมีอาการไข้ มีตุ่มน้ำใสบริเวณมือและเท้า ร่วมกับมีภาวะขาดน้ำ และอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วใน 3 วัน ขณะนี้ทีมสอบสวนโรคในพื้นที่กำลังลงสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตและเก็บตัวอย่างส่งตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ วิเคราะห์หาสายพันธุ์เชื้อก่อโรค โดยเฉพาะสายพันธุ์ของเอนเทอโรไวรัสที่เป็นสายพันธุ์ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตในเด็ก นอกจากนี้ ทีมสอบสวนโรคได้ดำเนินมาตรการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งในครอบครัวและโรงเรียนอนุบาล เพื่อคัดกรองและประเมินอาการกลุ่มเสี่ยง พร้อมกำชับสถานศึกษาให้ทำความสะอาดและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
กองระบาดวิทยาได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์โรคมือเท้าปากในประเทศไทย อย่างต่อเนื่องโดยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 5 ตุลาคม 2569 พบรายงานผู้ป่วยโรคมือเท้าปากรวม 81,829 ราย เสียชีวิต 1 ราย (ผู้เสียชีวิตอายุ 2 ปี 10 เดือน ไม่ใช่ผู้ป่วยรายดังกล่าว) อัตราป่วยตายร้อยละ 0.001 ซึ่งกลุ่มอายุที่พบสูงสุด คือ เด็กเล็กอายุ 0 – 4 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 5 – 9 ปี และ 10 – 14 ปี ตามลำดับ ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 7,802 ราย (ร้อยละ 9.53) โรคนี้สามารถพบผู้ป่วยกระจายได้ทั่วประเทศ จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยสูง 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงราย (209.27 ต่อประชากรแสนคน) ชลบุรี (171.64) และกรุงเทพฯ (106.32) จากการเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย โดยการสุ่มตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในปี พ.ศ. 2569 พบว่าเชื้อส่วนใหญ่เป็น Coxsackievirus A6 และ A16 ซึ่งเป็นสายพันธุ์มีความรุนแรงน้อย ขณะที่ Enterovirus 71 ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและการเสียชีวิต แม้มีแนวโน้มการตรวจพบเพิ่มขึ้น แต่ยังพบในสัดส่วนน้อยประมาณร้อยละ 5 – 15 ของสายพันธุ์ที่ตรวจพบทั้งหมดในแต่ละปี
ผู้ป่วยโรคมือเท้าปากมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปีหากพบว่าเด็กมีไข้ ร่วมกับมีแผลหรือจุดแดงในช่องปาก เช่น บริเวณลิ้น เพดานปาก หรือกระพุ้งแก้ม มีผื่นหรือตุ่มน้ำใสบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลำตัว หรือก้น ในเด็กเล็กมีอาการงอแง ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มนม มีน้ำลายไหลหรือบ่นเจ็บปาก ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคมือเท้าปาก ในกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง รับประทานอาหารและน้ำได้น้อยมาก ซึมลง ชักเกร็ง อาเจียนมาก หรือหายใจหอบเหนื่อย ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษา เนื่องจากอาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะสมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้คำแนะนำการป้องกันโรคในสถานศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ดังนี้ 1) บุคลากรทางการศึกษาควรคัดกรองเด็กทุกเช้าอย่างเคร่งครัด หากพบเด็กป่วย เช่น มีไข้ มีตุ่มน้ำใสขึ้นที่มือ เท้า หรือมีแผลในปาก ให้แยกออกจากเด็กคนอื่นทันที พร้อมแจ้งผู้ปกครองให้รับเด็กกลับบ้านและให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายดี 2) หากมีเด็กป่วยตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกันใน 1 สัปดาห์ ต้องปิดห้องเรียนที่มีเด็กป่วยอย่างน้อย 1 วัน เพื่อทำความสะอาดและเฝ้าระวังคัดกรองเด็กป่วยให้เข้มข้นต่ออีก 1 สัปดาห์ 3) ทำความสะอาดเครื่องใช้ ของเล่นเด็ก และพื้นที่ห้องเรียนอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน สบู่ น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือสารละลายคลอรีน เช่น น้ำยาฟอกขาวผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสม และ 4) ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยที่เหมาะสมแก่เด็กและผู้ดูแล โดยเน้นการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังขับถ่ายและหลังสัมผัส น้ำมูก น้ำลาย หรือสิ่งขับถ่ายของเด็ก เนื่องจากเชื้อสามารถติดต่อและแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากตุ่มพอง และอุจจาระของผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสของเล่น เครื่องใช้ หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ ทั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
กรมควบคุมโรค ย้ำโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่หายได้ อาการรุนแรงในเด็กเล็ก หากไข้สูงไม่ลด ซึม ชัก หรือหายใจหอบ ให้รีบพาไปพบแพทย์
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3 (1 views)
- ราชวิถี ก้าวสู่การรักษา OSA ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 สำเร็จรายแรกของโรงพยาบาลราชวิถี (100 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 แนวทางแพทย์แผนจีน ผสานแผนปัจจุบันสู้ภัยอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ รับวันอัลไซเมอร์โลก (102 views)
- สธ. เปิดใช้ระบบ “PHR Emergency” รับสถานการณ์น้ำท่วม ใน 22 จังหวัด และพื้นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประวัติสุขภาพ (94 views)
- รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมชูศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา (158 views)
- นวัตกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อการผลิตกายอุปกรณ์เสริมเฉพาะรายบุคคล ในผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (126 views)
- ปลัด สธ. หารือร่วม 6 ราชวิทยาลัยฯ ปรับหลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน เน้นตอบโจทย์หน้างานจริง (128 views)
- อย. ยัน น้ำดื่มขวด PET ปลอดภัย ไร้สารก่อมะเร็ง BPA เป็นส่วนผสม (123 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
