กรมควบคุมโรค แถลงข่าว เผยผลตรวจยืนยันพยาธิใบไม้ตับ พร้อมย้ำ "กินสุก ปรุงสุก เลี่ยงปลาน้ำจืดดิบ" ป้องกันมะเร็งท่อน้ำดี
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมควบคุมโรค แถลงข่าว เผยผลตรวจยืนยันพยาธิใบไม้ตับ พร้อมย้ำ "กินสุก ปรุงสุก เลี่ยงปลาน้ำจืดดิบ" ป้องกันมะเร็งท่อน้ำดี
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจยืนยันโรคพยาธิใบไม้ตับเชิงรุก เร่งนำตัวอย่างอุจจาระเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันด้วยวิธีมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการ หลังมีรายงานผลการตรวจคัดกรองปัสสาวะเบื้องต้น ด้วยชุดตรวจคัดกรองโดยปัสสาวะ พบผู้สงสัยติดพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มนิสิตจำนวนมากที่จังหวัดมหาสารคาม
15 กรกฎาคม 2569-นพ.วิชาญ บุญกิติกร ผอ.กองระบาดวิทยา เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มนิสิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยระบุว่า จากการใช้ชุดตรวจปัสสาวะ (OV-ATK) คัดกรองนิสิตจำนวน 2,200 ราย พบผลบวก 451 ราย ทางกองระบาดวิทยาจึงได้ร่วมมือกับกองโรคติดต่อทั่วไป และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งได้รับตัวอย่างมาทั้งสิ้น 309 ราย และจากการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Modified Kato Katz และ FECT พบผลยืนยันติดพยาธิใบไม้ตับจำนวน 4 ราย นอกจากนี้ยังตรวจพบพยาธิชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ พยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก 4 ราย, พยาธิตัวตืด 5 ราย, พยาธิเส้นด้าย 2 ราย และพยาธิแส้ม้า 1 ราย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคมีแนวทางปฏิบัติและมาตรฐานการจ่ายยาถ่ายพยาธิอย่างชัดเจน โดยจะให้ผู้ป่วยรับประทานยาต่อเมื่อตรวจอุจจาระแล้วพบผลเป็นบวกเท่านั้น พร้อมกันนี้จะเร่งร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อสรุปแนวทางการใช้ชุดทดสอบทางปัสสาวะในทางเทคนิคต่อไป เพื่อให้การเฝ้าระวังโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับสถานการณ์โรคพยาธิใบไม้ตับของประเทศไทยในภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการติดเชื้อจากการตรวจอุจจาระในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ในพื้นที่เสี่ยงสูงลดลงจากร้อยละ 16.27 ในปี พ.ศ. 2559 มาอยู่ที่ ร้อยละ 2.53 ในปี พ.ศ. 2568 อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และภาคเหนือตอนบน ยังคงเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2568 กรมควบคุมโรคได้ยกระดับการคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงสูง โดยสามารถตรวจอุจจาระคัดกรองประชาชนไปได้ถึง 240,220 ราย (คิดเป็นร้อยละ 160.14 ของเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 150,000 ราย) และได้นำผู้ที่ตรวจพบเชื้อจำนวน 6,074 ราย เข้าสู่กระบวนการรักษาเรียบร้อยแล้ว
ด้าน นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคพยาธิใบไม้ตับจัดเป็น "ภัยเงียบ" ที่แฝงตัวอยู่ในร่างกายได้ยาวนานถึง 20 - 30 ปี โดยในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ตัวอ่อนของพยาธิจะอาศัยอยู่บริเวณเนื้อ ใต้เกล็ด และครีบของปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เมื่อประชาชนบริโภคปลาชนิดดังกล่าวที่ปรุงไม่สุก ตัวอ่อนพยาธิจะเข้าไปเจริญเติบโตและอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี สูงกว่าผู้ที่ไม่ติดเชื้อถึง 5.5 - 6.4 เท่า ซึ่งโรคนี้มีอัตราความรุนแรงและสูญเสียชีวิตสูง
โรคพยาธิใบไม้ตับสามารถป้องกันได้ โดยประชาชนควรปฏิบัติ ดังนี้
1) รับประทานอาหารที่ปรุงสุก โดยเฉพาะปลาน้ำจืดทุกชนิด
2) หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ รวมถึงเมนูพื้นบ้านที่ใช้ปลาดิบเป็นส่วนประกอบ
3) เลือกบริโภคปลาร้าที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและปรุงสุกก่อนรับประทาน
4) ผู้ที่มีประวัติรับประทานปลาดิบเป็นประจำ หรืออาศัยในพื้นที่เสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
5) หากตรวจพบยืนยันการติดพยาธิ ควรรับการรักษาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการกลับไปมีพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำ
นอกจากนี้ ปัจจุบันยังคงมีความเชื่อที่คลาดเคลื่อนว่า การบีบมะนาว การใส่พริก การหมักดอง หรือการรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถทำลายพยาธิได้ แต่ในความเป็นจริง วิธีดังกล่าวไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้ วิธีการเดียวที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ คือ การปรุงอาหารให้สุกผ่านความร้อนเท่านั้น ควบคู่กับการแยกใช้อุปกรณ์เขียงและมีดสำหรับอาหารดิบและอาหารสุกอย่างชัดเจน รวมถึงการขับถ่ายในสุขาที่ถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไข่พยาธิลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
#โรคพยาธิใบไม้ตับ #OVATK #ModifiedKatoKatz #FECT

สำหรับสถานการณ์โรคพยาธิใบไม้ตับของประเทศไทยในภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการติดเชื้อจากการตรวจอุจจาระในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ในพื้นที่เสี่ยงสูงลดลงจากร้อยละ 16.27 ในปี พ.ศ. 2559 มาอยู่ที่ ร้อยละ 2.53 ในปี พ.ศ. 2568 อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และภาคเหนือตอนบน ยังคงเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2568 กรมควบคุมโรคได้ยกระดับการคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงสูง โดยสามารถตรวจอุจจาระคัดกรองประชาชนไปได้ถึง 240,220 ราย (คิดเป็นร้อยละ 160.14 ของเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 150,000 ราย) และได้นำผู้ที่ตรวจพบเชื้อจำนวน 6,074 ราย เข้าสู่กระบวนการรักษาเรียบร้อยแล้ว
ด้าน นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคพยาธิใบไม้ตับจัดเป็น "ภัยเงียบ" ที่แฝงตัวอยู่ในร่างกายได้ยาวนานถึง 20 - 30 ปี โดยในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ตัวอ่อนของพยาธิจะอาศัยอยู่บริเวณเนื้อ ใต้เกล็ด และครีบของปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เมื่อประชาชนบริโภคปลาชนิดดังกล่าวที่ปรุงไม่สุก ตัวอ่อนพยาธิจะเข้าไปเจริญเติบโตและอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี สูงกว่าผู้ที่ไม่ติดเชื้อถึง 5.5 - 6.4 เท่า ซึ่งโรคนี้มีอัตราความรุนแรงและสูญเสียชีวิตสูง

1) รับประทานอาหารที่ปรุงสุก โดยเฉพาะปลาน้ำจืดทุกชนิด
2) หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ รวมถึงเมนูพื้นบ้านที่ใช้ปลาดิบเป็นส่วนประกอบ
3) เลือกบริโภคปลาร้าที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและปรุงสุกก่อนรับประทาน
4) ผู้ที่มีประวัติรับประทานปลาดิบเป็นประจำ หรืออาศัยในพื้นที่เสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
5) หากตรวจพบยืนยันการติดพยาธิ ควรรับการรักษาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการกลับไปมีพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำ
นอกจากนี้ ปัจจุบันยังคงมีความเชื่อที่คลาดเคลื่อนว่า การบีบมะนาว การใส่พริก การหมักดอง หรือการรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถทำลายพยาธิได้ แต่ในความเป็นจริง วิธีดังกล่าวไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้ วิธีการเดียวที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ คือ การปรุงอาหารให้สุกผ่านความร้อนเท่านั้น ควบคู่กับการแยกใช้อุปกรณ์เขียงและมีดสำหรับอาหารดิบและอาหารสุกอย่างชัดเจน รวมถึงการขับถ่ายในสุขาที่ถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไข่พยาธิลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
#โรคพยาธิใบไม้ตับ #OVATK #ModifiedKatoKatz #FECT
กรมควบคุมโรค แถลงข่าว เผยผลตรวจยืนยันพยาธิใบไม้ตับ พร้อมย้ำ "กินสุก ปรุงสุก เลี่ยงปลาน้ำจืดดิบ" ป้องกันมะเร็งท่อน้ำดี
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
อัพเดตข้อมูลข่าสารสุขภาพ สาธารณสุข SukapabDee Update Healthy News Thailand
- ราชวิถี ก้าวสู่การรักษา OSA ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 12 สำเร็จรายแรกของโรงพยาบาลราชวิถี (73 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู 4 แนวทางแพทย์แผนจีน ผสานแผนปัจจุบันสู้ภัยอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ รับวันอัลไซเมอร์โลก (81 views)
- สธ. เปิดใช้ระบบ “PHR Emergency” รับสถานการณ์น้ำท่วม ใน 22 จังหวัด และพื้นที่เกี่ยวข้อง เชื่อมประวัติสุขภาพ (69 views)
- รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์เปิดบริการด้านเวชศาสตร์การกีฬา พร้อมชูศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา (135 views)
- นวัตกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อการผลิตกายอุปกรณ์เสริมเฉพาะรายบุคคล ในผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเคลื่อนไหว (119 views)
- ปลัด สธ. หารือร่วม 6 ราชวิทยาลัยฯ ปรับหลักสูตรแพทย์ประจำบ้าน เน้นตอบโจทย์หน้างานจริง (118 views)
- อย. ยัน น้ำดื่มขวด PET ปลอดภัย ไร้สารก่อมะเร็ง BPA เป็นส่วนผสม (116 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชู "ตรีผลา" สุดยอดสมุนไพรปรับธาตุ งานวิจัยระดับสากลยืนยันช่วยคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด (115 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
