กรมการแพทย์ โดยสถาบันทันตกรรม ห่วงใยสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ เผยข้อจำกัดทางร่างกายและโรคประจำตัวอาจส่งผลให้โรคฟันผุและเหงือกอักเสบรุนแรงขึ้น จนนำไปสู่การสูญเสียฟัน แนะหากสูญเสียฟันควรปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อใส่ฟันเทียมทดแทน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว นำไปสู่การมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีอย่างยั่งยืน

ทพญ. ดร.สุมนา โพธิ์ศรีทอง ผอ.สถาบันทันตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีการสูญเสียฟัน สามารถปรึกษาทันตแพทย์เพื่อใส่ฟันเทียมทดแทนได้ การทำฟันเทียมสามารถทำได้ทั้งแบบติดแน่นและถอดได้ในกรณีที่มีการสูญเสียฟันไปประมาณ 1-3 ซี่ อาจทำในรูปแบบติดแน่น เช่น รากฟันเทียมหรือสะพานฟันเพื่อทดแทนบริเวณฟันที่สูญเสียฟันไปได้ ข้อดีของฟันเทียมแบบติดแน่น คือ สามารถให้แรงบดเคี้ยวที่ดีและมีความสบายในการใช้งาน ในกรณีที่มีการสูญเสียฟันไปหลายตำแหน่ง อาจทำเป็นฟันเทียมถอดได้ ซึ่งสามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าแบบติดแน่น
โดยการดูแลฟันเทียมแบบติดแน่นควรแปรงร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน ส่วนฟันเทียมแบบถอดได้ ควรถอดฟันเทียมออกมาล้างทำความสะอาดด้วยแปรงขนนุ่ม ร่วมกับน้ำสบู่อ่อนๆ ไม่ใส่ฟันเทียมนอนและเมื่อไม่ได้ใส่ให้แช่ฟันเทียมไว้ในน้ำสะอาดและนำมาล้างให้สะอาดก่อนใส่ฟันเทียมกลับในช่องปากทุกครั้ง นอกจากนี้ในผู้สูงอายุควรจะต้องตรวจรอยโรคในช่องปากด้วยตนเองเป็นประจำ หากพบเป็นแผลหรือเป็นก้อนในช่องปาก และไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม การดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ มุ่งเน้นให้ดูแลสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกวัน และมาพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน หากมีการสูญเสียฟันไป ควรปรึกษาทันตแพทย์ ตรวจและวางแผนการใส่ฟันเทียมทดแทน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวที่ดี นำไปสู่สุขภาพร่างกายที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป (good health and well being)
